วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม 2569

Login
Login

SmartLiva ไอเดียนักศึกษามจธ. AIตรวจค่า‘ตับ’รู้ผลใน 7 วินาที

SmartLiva ไอเดียนักศึกษามจธ.  AIตรวจค่า‘ตับ’รู้ผลใน 7 วินาที

สถานการณ์โรคตับในประเทศไทยกำลังเข้าขั้นวิกฤติจากข้อมูลพบว่าคนไทยกว่า 20 ล้านคน หรือ 1 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศ กำลังเผชิญกับภาวะไขมันพอกตับขณะที่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับอย่างรุนแรง โดยพบผู้ติดเชื้อสูงถึง 1 ใน 3 ของประชากรในภูมิภาคปัญหาเหล่านี้หากปล่อยไว้จะทำให้ตับเป็นพังผืด ตับแข็ง และกลายเป็นมะเร็งตับในท้ายที่สุด

“ค่าใช้จ่าย” คืออุปสรรคใหญ่ที่ทำให้คนไทยจำนวนมากยังเข้าไม่ถึงการตรวจรักษาโรคตับ เพราะเครื่องสแกนตรวจสุขภาพตับ หรือไฟโบรสแกน (FibroScan) มีราคาสูงถึงเครื่องละประมาณ 2.5-7 ล้านบาททำให้มีโรงพยาบาลรัฐมีเพียง 17 แห่งจากทั่วประเทศที่มีเครื่องนี้อีกทั้งค่าตรวจต่อครั้งยังสูงถึง 3,000-5,000 บาทซึ่งเกินกำลังของผู้ป่วยที่มีรายได้น้อย ส่งผลให้การตรวจนี้ยังไม่อยู่ในสิทธิการรักษาที่รัฐดูแลได้และกลายเป็นช่องว่างสำคัญของการเข้าถึงบริการสุขภาพ

นี่จึงเป็นสาเหตุที่ 2 นักศึกษาจากทีมห้องปฏิบัติการวัสดุฉลาด (SMART LAB)มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ประกอบด้วย “ภูริณัฐ พลอาสา” (นาโน) นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และ “ชลยา เครือวุฒิกุล” (วาวา) นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) ร่วมกันคิดค้นนวัตกรรม “SmartLiva ระบบวิเคราะห์ภาพอัลตราซาวด์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ สำหรับการจำแนกพยาธิสภาพ และประเมินภาวะพังผืดรวมถึงไขมันสะสมในตับ”ขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

'5 เทรนด์สุขภาพเด่นปี 2026' ที่คนรักสุขภาพต้องรู้ ปรับตัวให้พร้อม!

เสียงจากใจทลายกำแพงความเงียบ 'Propoliz' ระดมทุนเปิดโอกาส 'คนหูหนวก'

ลด“ค่าใช้จ่าย”เข้าไม่ถึงการตรวจรักษา

“จากประสบการณ์ตรงที่คนใกล้ชิดไปรับการตรวจประเมินค่าตับพบว่ามีใช้ค่าใช้จ่ายสูง เนื่องจากเครื่องไฟโบรสแกนตรวจโรคตับมีราคาแพงจึงมีเฉพาะในโรงพยาบาลขนาดใหญ่เท่านั้น ทำให้เข้าถึงได้ยากรวมถึงการต้องรอผลนานเพราะผู้เชี่ยวชาญที่อ่านฟิล์มเอกซเรย์มีจำนวนค่อนข้างน้อยด้วยเหตุนี้ ทีมจึงปรึกษา“รศ.ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ” อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล และหัวหน้าห้องปฏิบัติการวัสดุฉลาด (SMART LAB)มจธ.เพื่อพัฒนาAIอัจฉริยะที่สามารถอ่านภาพอัลตราซาวด์ได้แม่นยำและรวดเร็ว ช่วยให้การวินิจฉัยโรคตับเข้าถึงง่ายและสะดวกยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน”นาโนเล่าถึงจุดเริ่มต้นของSmartLiva

SmartLiva ทำงานเหมือน “อัปเกรด”จากภาพอัลตราซาวด์ขาวดำธรรมดาให้กลายเป็นผลวินิจฉัยที่อ่านง่ายและแม่นยำ โดยแพทย์อัปโหลดภาพผ่านเว็บได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต จากนั้นระบบจะช่วยปรับภาพให้ชัดขึ้น คัดเฉพาะบริเวณเนื้อตับที่ต้องวิเคราะห์ และทำให้ภาพดูเข้าใจง่ายขึ้นด้วยการไฮไลต์เป็นสี(เช่น ตับเป็นสีแดง ไขมันเป็นสีเหลือง) เพื่อให้เห็นความผิดปกติได้ทันที

โดย AI จะทำการประเมิน 3 เรื่องพร้อมกันคือประเมินระดับพังผืด/ความแข็งของตับ (F0-F4),ตรวจหาความผิดปกติของเนื้อเยื่ออย่างถุงน้ำหรือมะเร็งตับ และตรวจหาพยาธิใบไม้ตับซึ่งตัวAIจะทำการประมวลวิเคราะห์และสรุปผลออกมาเป็นรายงานพร้อมภาพประกอบและคำอธิบายที่คนทั่วไปเข้าใจได้โดย AI ทั้งหมดถูกฝึกฝน (Train)ด้วยฐานข้อมูลภาพอัลตราซาวด์กว่า 50,000 ภาพ

SmartLiva ไอเดียนักศึกษามจธ.  AIตรวจค่า‘ตับ’รู้ผลใน 7 วินาที

วิเคราะห์แม่นยำประมวลผลภายใน7 วินาที

“ผลการทำงานของ SmartLiva ออกมาเป็นที่น่าพอใจมาก ระบบสามารถวิเคราะห์ผลได้ค่อนข้างแม่นยำ โดยสามารถประเมินระยะตับแข็งได้แม่นยำถึง 92% ตรวจเนื้อเยื่อผิดปกติได้แม่นยำ87%และตรวจพยาธิใบไม้ตับได้แม่นยำถึง 84% ที่สำคัญคือใช้เวลาประมวลผลทั้งหมดเพียง 7 วินาทีจากเดิมที่บางครั้งต้องใช้เวลามากกว่าครึ่งชั่วโมง เราจึงมองว่านวัตกรรมนี้ช่วยลดช่องว่างการวินิจฉัยโรคตับในระยะเริ่มต้นที่ตรวจพบได้ยากและมีโอกาสคลาดเคลื่อนสูงได้ปัจจุบันมีการทดสอบกับผู้ป่วยจริงแล้วซึ่งให้ผลในเชิงคลินิกเป็นที่น่าพอใจมากใช้เป็นผู้ช่วยในการวินิจฉัยโรคของแพทย์ได้เป็นอย่างดี”น้องวาวาเล่าถึงการทำงานและผลการทดสอบกับสถานพยาบาลจริง

SmartLiva ถือเป็น “ความหวังใหม่” ที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพให้คนไทยได้จริง เพราะทำให้ต้นทุนการตรวจโรคตับลดลงถึง 77% จากค่าตรวจหลักพัน เหลือเพียง 200-300 บาท ซึ่งอยู่ในระดับที่สิทธิประกันสังคมหรือประกันชีวิตทั่วไปมีโอกาสครอบคลุมได้ ผู้ป่วยจึงไม่ต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายหนักเหมือนที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันระบบยังใช้งานง่ายผ่านเว็บแอปพลิเคชัน ใช้งานได้ทั้งคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ตและมือถือ ทำให้แพทย์ในโรงพยาบาลขนาดเล็กที่ไม่มีเครื่องไฟโบรสแกนสามารถคัดกรองผู้ป่วยโรคตับระยะเริ่มต้นได้เร็วและแม่นยำขึ้นช่วยลดปัญหาการแออัดของจำนวนผู้ป่วยที่รอผลการตรวจและลดระยะเวลาที่ต้องรอคิวรับการรักษาในโรงพยาบาลใหญ่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในอนาคตทั้งสองเตรียมยกระดับ SmartLiva ให้เป็น Explainable AI (XAI) ที่สามารถอธิบายรายละเอียดแต่ละขั้นตอนการวินิจฉัยให้ชัดเจนยิ่งขึ้นพร้อมเสริมระบบ “HepaSage” ผู้ช่วยอัจฉริยะที่สรุปผลออกมาเป็นรายงานที่อ่านแล้วเข้าใจง่ายทั้งคนไข้และบุคลากรทางการแพทย์ อีกด้านหนึ่งทีมยังวางแผนทำเป็นอุปกรณ์พกพา ที่ใช้งานได้ในคลินิกหรือพื้นที่ที่เครื่องมือมีจำกัด รวมถึงต่อยอดความสามารถของ AI ไปสู่โรคอื่นๆ ที่ต้องแข่งกับเวลา เช่น การตรวจลิ่มเลือดในสมองของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเพื่อช่วยให้รู้ผลได้เร็ว รักษาได้ทันท่วงที ลดภาวะพิการและเสียชีวิต

ด้วยความโดดเด่นของ SmartLiva ทำให้คว้ารางวัลชนะเลิศจากการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับอุดมศึกษา I-New Gen Award 2026 สาขากลุ่มที่2 : สุขภาพและการแพทย์ในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569 (Thailand Inventors’ Day 2026)

“SmartLiva ”คือผลงานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่ย้ำชัดว่าเยาวชนไทยมีศักยภาพสร้างเทคโนโลยีเพื่อช่วยแก้ปัญหาสุขภาพระดับประเทศได้จริง และหากนำไปใช้ได้กว้างขึ้น ก็จะเป็น “กุญแจสำคัญ” ที่ช่วยพาระบบสาธารณสุขไทยไปสู่ความเท่าเทียมและยั่งยืนในอนาคต