คนส่วนใหญ่ “ความเงียบ” อาจเป็นพื้นที่แห่งการพักผ่อน แต่สำหรับเด็กอีกกลุ่มหนึ่ง ความเงียบไม่ใช่ทางเลือก และไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือ “กำแพง” ที่ตัดขาดพวกเขาออกจากโลกภายนอก
ลองจินตนาการถึงหัวอกของคนเป็นแม่ที่เพิ่งรู้ตัวว่าลูกใช้ชีวิตอยู่ในความเงียบงันมาตลอด 3 ปีเต็ม เพียงเพราะเธอคิดว่าลูกแค่เป็นเด็กพูดช้า แต่ความจริงคือเขาไม่ได้ยินแม้แต่เสียงเรียกของเธอ หรือเรื่องราวของคุณยายที่เอาแต่โทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้หลานต้องเติบโตบน “เกาะที่ตัดขาด” ซึ่งแม้แต่คำว่า “รัก” ก็ส่งไปไม่ถึงหัวใจ นี่ไม่ใช่เพียงเรื่องเล่าในนิยาย แต่คือความจริงที่เกิดขึ้นกับหลายครอบครัวในสังคมไทย
ในปี 2568 ประเทศไทยมีคนพิการกว่า 2.28 ล้านคน โดยเป็น คนพิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมาย (หูหนวก/หูตึง) ประมาณร้อยละ 19.27 ของคนพิการทั้งหมด ซึ่งเป็นกลุ่มพิการที่มีจำนวนมากเป็นอันดับ 2 รองจากความพิการทางการเคลื่อนไหว
วันนี้ (18 มีนาคม 2569) ที่มูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวก ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ‘แบรนด์ Propoliz’ ภายใต้ บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด(มหาชน) เปิดตัวแคมเปญ Propoliz Day “CHARITY YOUR VOICE ส่งเสียง...ถึงใจ” ชวนคนไทยตระหนักถึงคุณค่าของ “เสียงธรรมดา” ในชีวิตประจำวัน ที่อาจกลายเป็นกำลังใจสำคัญของใครบางคน พร้อมร่วมมือกับ มูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวก ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ในการสนับสนุนโครงการเพื่อผู้มีความบกพร่องทางการได้ยิน และร่วมสร้างการรับรู้ถึงความสำคัญของการสื่อสารในสังคม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
Propoliz คว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2025 หมวดผลิตภัณฑ์สเปรย์พ่นคอ
3ใน 1,000 เด็กไทยมีปัญหาทางการได้ยิน
ศุขสนั่น โชติกเสถียร ประธานมูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวก ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวว่า เด็กหูหนวกในปัจจุบันสามารถเข้าเรียนและศึกษาต่อได้ในระดับปริญญาตรี และสายอาชีพ ซึ่งทางมูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวก ฯ ได้รสนับสนุน ส่งเสริมเด็กพิการทางการได้ยินและสื่อสาร หรือน้องๆ หูหนวก/หูตึง สามารถออกไปใช้ชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี และมีสวัสดิภาพต่อสังคม เพราะเดิมทีคนหูหนวกจะไม่ได้รับการศึกษาและไม่มีภาษาของตนเอง ซึ่งมูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวกฯ ได้มีการพัฒนาภาษามือ ทำให้คนหูหนวกในไทยมีภาษามือใช้ และกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการพัฒนาหลักสูตรให้การศึกษาแก่เด็กพิเศษ เพื่อไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาและสายอาชีพ
“ในแต่ละปี ประเทศไทยมีเด็กเกิดใหม่ประมาณ 4 แสนกว่าคน ซึ่ง 3 ใน 1,000 คน หรือ เด็ก 900 - 1,200 คนต่อปี ที่ต้องเผชิญกับปัญหาทางการได้ยิน มูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวกฯ ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน และผู้มีจิตศรัทธาในการนำเทคโนโลยีทางด้านการแพทย์ อาทิ เครื่องช่วยฟัง อุปกรณ์หูฟังและประสาทสัมผัสหูเทียม รวมถึงการพัฒนาการสื่อสารจากการใช้มือถือเพื่อทำให้คนหูหนวกสามารถสื่อสารได้โดยไม่มีขีดจำกัด ซึ่งอุปกรณ์เครื่องช่วยฟัง เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างมาก เพราะจะเป็นการกระตุ้น และช่วยให้ผู้พิการทางการได้ยิน สามารถได้ยิน ดังนั้น ขอขอบคุณทางบริษัท ที.แมน ที่ให้ความสำคัญ และหวังว่าในอนาคตทุกคนจะได้มาสัมผัสกับชีวิตของคนหูหนวก แม้ไม่ได้จำกัดพื้นที่เหมือนคนตาบอดแต่ถูกจำกัดจากสังคม เพราะมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร”ศุขสนั่น กล่าว
‘เสียง’สำคัญต่อการใช้ชีวิต พัฒนาการเด็ก
ดร.ปนัดดา วงค์จันตา ผู้อำนวยการโรงเรียนเศรษฐเสถียร ในพระราชูปถัมภ์ กล่าวว่าโรงเรียนเศรษฐเสถียร เป็นโรงเรียนสอนคนหูหนวกแห่งแรกในไทย ซึ่งปีนี้เข้าสู่ 72 ปี เป็นการจัดการศึกษาเพื่อให้เกิดความเท่าเทียม และเพิ่มโอกาสให้ผู้พิการทางการได้ยินเข้าถึงการศึกษา โดยคำว่าเท่าเทียม คือ การเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกให้เด็กๆ ได้เข้าถึงการเรียนรู้ เพราะเด็กอยู่ในสังคมของคนที่ได้ยินเสียง เขาจะรู้สึกว่าเขาแตกต่างเนื่องจากสื่อสารไม่ได้ เขาไม่ได้ยินเสียง ทำให้ไม่สามารถฟังได้
“พัฒนาการของมนุษย์มีลำดับขั้นที่ฝืนไม่ได้ นั่นคือ ฟัง > พูด > อ่าน > เขียน เมื่อเด็กไม่ได้ยินเสียง เขาจะพูดไม่ได้ และเมื่อพูดไม่ได้ การทำความเข้าใจตัวอักษรก็กลายเป็นเรื่องยาก สำหรับเด็กกลุ่มนี้ภาษาไทย ไม่ใช่ภาษาแม่ แต่เป็นภาษาที่สอง ที่พวกเขาต้องพยายามเรียนรู้อย่างหนักผ่านภาษามือ การได้ยินเสียง จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ในทุกเรื่อง และเป็นประตูบานแรกในการเข้าถึงองค์ความรู้ในโลกใบนี้"ดร.ปนัดดา กล่าว
ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลส่วนใหญ่มาพร้อมกับเสียง (Audio-visual) คนหูหนวกจึงเผชิญกับอุปสรรคในการเข้าถึงความรู้มากกว่าผู้พิการทางสายตาด้วยซ้ำ เพราะความรู้ในโลกออนไลน์ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อความเงียบเสมอไป
อีกทั้ง พ่อแม่อาจจะขาดองค์ความรู้ หรือการใช้ภาษามือกับลูก การอบรมบ่มเพาะทั้งความรู้ นิสัยอาจมีความยุ่งยากมากขึ้น ฉะนั้น การที่เด็กๆ ได้ยินเสียง “เครื่องช่วยฟัง” ถือเป็นการเติมเต็มให้เด็กเท่าเทียมกับผู้อื่น ช่วยให้เด็กได้ฟังเสียงเท่ากับคนปกติทั่วไป เขาสามารถฟังเพลงได้ ฟังเสียงพ่อแม่ ฟังเสียงครู ฟังเสียงคนที่เขารัก และคนในสังคม ทำให้เกิดการเรียนรู้กติกา มารยาทในสังคม ทำให้เกิดความมั่นใจ และปลอดภัยในการใช้ชีวิตด้วยตนเอง
ความสุข ความปลอดภัย และสุนทรียภาพ
“ขณะนี้รัฐบาลมีสวัสดิการช่วยเหลือผู้พิการทางการได้ยิน โดยมีการมอบเครื่องช่วยฟัง แต่มอบเพียงข้างเดียว ซึ่งเด็กบางคนหูเขาไม่ได้ยินทั้ง 2 ข้าง และต้องรอคิวเปลี่ยนใหม่นานถึง 5 ปี ซึ่งนานเกินไปสำหรับพัฒนาการของเด็กที่เติบโตขึ้นทุกวัน ขณะเดียวกัน เครื่องช่วยฟังต้องการ “ถ่าน” ซึ่งใช้งานได้เพียง 7 วันต่อก้อน สำหรับครอบครัวนักเรียนกว่า 52% ที่มีรายได้น้อย ค่าถ่านจึงไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่คือต้นทุนการเข้าถึงโอกาสที่พวกเขาต้องแบกรับ”ดร.ปนัดดา กล่าว
นอกจากนั้น ในการผ่าตัดประสาทสัมผัสหูเทียมนั้น ต้องทำตั้งแต่อายุน้อยๆ ไม่ควรเกิน 3 ขวบ และค่าใช้จ่ายหลักแสน ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองบางท่าน ไม่สามารถผ่าตัดประสาทสัมผัสหูเทียมให้แก่ลูกหลานได้ ทั้งที่ หากเด็กได้รับการผ่าตัดประสาทสัมผัสหูเทียม พวกเขาจะได้ยินเสียง และสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ
ดร.ปนัดดา กล่าวต่อไปว่า เสียงทำหน้าที่มากกว่าการสื่อสาร แต่มันคือกลไกการรอดชีวิต เด็กๆ ใช้เสียงเพื่อรับรู้ถึง “ภัย” ไม่ว่าจะเป็นเสียงแตรบนถนนที่พลุกพล่าน เสียงสัญญาณไซเรน หรือแม้แต่เสียงปืนในยามวิกฤต การไม่ได้ยินจึงหมายถึงการใช้ชีวิตอยู่บนความเสี่ยงที่มากกว่าคนปกติหลายเท่า นอกจากนั้น เสียงยังมีมิติของ “ความสุขจากสุนทรียภาพ” (Aesthetics) และการขัดเกลาจิตใจ
“การบ่มเพาะจริยธรรมหรือความกตัญญูผ่านคำสอนที่ลึกซึ้งเป็นเรื่องยากมากหากปราศจากเสียง พ่อแม่อาจอยากยกแม่น้ำทั้งห้ามาอธิบายเหตุผลให้ลูกฟัง แต่กำแพงแห่งความเงียบทำให้การสื่อสารนั้นไปไม่ถึง เด็กที่มีปัญหาทางการได้ยิน การใส่เครื่องช่วยฟังไม่ใช่แค่เรื่องของความดัง แต่เป็นการรักษาเซลล์สมองส่วนการได้ยิน ไม่ให้ฝ่อ (Atrophy) แม้ในผู้ที่หูหนวกสนิท (90เดซิเบลขึ้นไป) เครื่องช่วยฟังคุณภาพดีสามารถปรับระดับการได้ยินลงมาเหลือ 25-30เดซิเบล ซึ่งใกล้เคียงคนปกติ เปลี่ยนโลกของการตีความที่ผิดให้กลับมาคมชัด และช่วยให้สมองยังคงทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ” ดร.ปนัดดา กล่าว
Propoliz Day “CHARITY YOUR VOICE ส่งเสียง...ถึงใจ”
ผู้บกพร่องทางการได้ยินระดับรุนแรงจะมีเกณฑ์การได้ยินที่ 90 เดซิเบลขึ้นไป ในขณะที่คนปกติอยู่ที่ 25 เดซิเบล เครื่องช่วยฟังคุณภาพสูงคือ "สะพาน" ที่ช่วยลดช่องว่างได้ 30-40 เดซิเบล ซึ่งจะนำพาเด็กที่สูญเสียการได้ยินระดับ 60-70 เดซิเบล กลับมาสู่ระดับ 25-30 เดซิเบล ซึ่งใกล้เคียงคนปกติพอที่จะสื่อสารและเรียนรู้ได้
จากนักเรียน 183 คน พบว่ากว่า 80% ไม่มีเครื่องช่วยฟังส่วนตัวตั้งแต่วันแรกที่มาถึง การขาดแคลนอุปกรณ์จึงเป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงความรู้ (Information Access)
ประพล ฐานะโชติพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัท ที.แมน ดูแลสุขภาพคนไทยมากกว่า 50 ปี ผ่านการพัฒนาสินค้าและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่ง Propoliz เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการรักษาอาการเจ็บคอ ทำให้เสียงกลับมาเป็นปกติ และได้มีการทำกิจกรรม Propoliz day ขึ้นมา เพื่อให้เห็นความสำคัญของเสียง และรับกับวันเสียงโลก ในทุกวันที่ 16 เมษายนของทุกปี ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว ได้มีการจัดกิจกรรมบริเวณสีลม เกี่ยวกับการใช้เสียงในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ และความสำคัญของเสียงในทุกอาชีพ
“ปีนี้ครบ 1 ปีจึงได้ให้โจทย์ฝ่ายตลาดในการกำหนดคำนิยามของเสียงใหม่ และเกิดเป็นแคมเปณ Propoliz Day “CHARITY YOUR VOICE ส่งเสียง...ถึงใจ” ซึ่งเสียงมีความสำคัญอย่างมากแก่น้องๆ ผู้พิการทางการได้ยิน และหากได้รับการฝึกฟัง ฝึกพูด ฝึกสื่อสารตั้งแต่อายุยังน้อยจะทำให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ โดยในช่วงแคมเปณนี้ จะมีการนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการขายสินค้าในเครือ สมทบทุนบริจาคให้แก่มูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวกฯ เพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายอุปกรณ์เครื่องช่วยฟัง หรือการผ่าตัดเส้นประสาทหูเทียมให้แก่น้องๆ ส่วนตัวเชื่อว่า หากน้องๆ ได้รับการดูแล และช่วยเหลือจะเป็นคนที่ดีมีคุณภาพ และประเทศชาติมีความจำเป็นต้องมีประชากรที่มีคุณภาพ” ประพล กล่าว
ทั้งนี้ การสร้างบรรทัดฐานของแบรนด์ Propoliz (โพรโพลิซ) ไม่ใช่เพียงเน้นการสร้างสรรค์นวัตกรรม การพัฒนาสรรพคุณทางยาเท่านั้น แต่ DNA ขององค์กรเปลี่ยนการซื้อสินค้าให้กลายเป็นการสร้างคุณค่าร่วมกัน (Shared Value) ระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค
ภายใต้แนวคิด "Empower Your Voice" ที.แมนตีโจทย์จากความเชี่ยวชาญของผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ "เสียงกลับมา" จากอาการเจ็บคอ เชื่อมโยงสู่การ "มอบเสียง" ให้กับผู้ที่ไม่มีโอกาสได้ยิน กลายเป็นบุคลิกแบรนด์ที่ "เก่งและดี" คือเก่งด้วยนวัตกรรมยาที่ยอมรับในระดับสากล และดีด้วยการมีส่วนร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คน
ที.แมนยกระดับจาก CSR สู่กรอบ ESG
ประพล กล่าวด้วยว่าบริษัท มีการดำเนินการเรื่องของ CSR มาโดยตลอด และเมื่อเข้าสู่บริษัทมหาชนได้มีการยกระดับจาก CSR สู่กรอบ ESG (Environmental, Social, and Governance) ที่ชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและสังคม โดยมีการสนับสนุนเครื่องช่วยฟังคือการลงทุนใน "ทุนมนุษย์" ที่คุ้มค่าที่สุด เมื่อเด็กได้ยินและสื่อสารได้เร็ว พวกเขาจะสามารถเข้าสู่ระบบการศึกษาปกติ จนถึงระดับ ปวส. และมหาวิทยาลัย กลายเป็นแรงงานที่มีคุณภาพของประเทศแทนที่จะเป็นกลุ่มพึ่งพา
Corporate Rating CEO ของที.แมนย้ำว่าการมีกรอบ ESG ที่โดดเด่นและสื่อสารอย่างเป็นรูปธรรม จะช่วยยกระดับ Rating ของบริษัทในสายตานักลงทุนที่มองหาความยั่งยืนควบคู่กับผลกำไร และPortfolio Strategy แคมเปญนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ "Portfolio ESG Strategy" โดยในอนาคตมีแผนจะนำแบรนด์อื่นในเครือ เช่น Polar Spray (ผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็ก) มาสร้างผลกระทบเชิงบวกในมิติที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างความยั่งยืนครอบคลุมทุกมิติของสังคม
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นแคมเปญระยะสั้นในช่วงเดือนเมษายน แต่คาดหวังว่าจะสร้าง Positive Impact และสร้างการรับรู้ให้คนทั่วไปหันมาสนับสนุนมูลนิธิฯ อย่างต่อเนื่องในอนาคต
ระดมทุนซื้อเครื่องช่วยฟัง เพิ่มโอกาสน้องๆ
ธนัท พลอยดนัย ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การดำเนินการในปีนี้ มีการแบ่งกิจกรรมเป็น 2 กิจกรรม ได้แก่ 1. การเติมเต็มพลังเสียงให้แก่คนที่ได้รับฟัง ซึ่งจากความเชื่อของแบรนด์ จะส่งมอบเครื่องช่วยฟัง และอุปกรณ์ที่จะเสริมพัฒนาการได้ยิน บริษัท ที.แมน ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตร และคู่ค้าทางธุรกิจ ฉะนั้น จะเปลี่ยนทั้งเดือนเมษายน โดยทุกๆ การซื้อผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นช่องทางไหน จะช่วยสนับสนุนเครื่องช่วยฟัง ให้แก่น้องๆ
2. Propoliz มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งมาจากความต้องการของผู้บริโภค เรามีโอกาสได้มาพูดคุยกับมูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวกฯ และได้ฟังน้องๆ ที่อาจจะพูดไม่ได้ แต่พวกเขาต้องการได้ยินเสียงอีกครั้ง และเสียงที่พวกเขาได้ยินจะเป็นเสียงจากคนรัก พ่อแม่ ครู และฟังเสียงจากคนอื่นๆในสังคม เสียงที่ให้กำลังใจ เพื่อทำให้พวกเขาได้รับความเท่าเทียม และใช้ชีวิตอย่างคนปกติ อยากจะเชิญชวนทุกท่านเขามาทำคลิปให้กำลังใจแก่น้องๆ โดยนำเสนอผ่านโซเซียลมีเดีย และติดแฮชแท็ก#Propoliz ทางบริษัทจะนำคลิปของทุกท่านมาร้อยเรียงใหม่ และเปิดให้แก่น้องๆใน มูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวก ฯ
"เราอยากให้แบรนด์ Propoliz เป็นมากกว่าการรักษาอาการเจ็บคอ แต่อยากให้เป็นแบรนด์ที่รับฟังเสียงที่ออกมาจากหัวใจ เพื่อเติมเต็มพลังเสียงให้กับผู้ที่ต้องการโอกาสในการฟังมากที่สุด" ผู้บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) กล่าว
ทุกการสนับสนุนผ่านผลิตภัณฑ์ Propoliz ตลอดเดือนเมษายน และคลิปเสียงสั้นๆ ของท่าน จะถูกส่งต่อไปยังหัวใจของเด็กๆ เพื่อยืนยันว่า "เสียง" ของคนไทยทุกคนสามารถสร้างสังคมแห่งการเติบโตที่ครอบคลุม และยั่งยืนได้อย่างแท้จริง
ช่องทางการมีส่วนร่วม: สามารถสนับสนุนผลิตภัณฑ์ Propoliz ทุกการสั่งซื้อ ตลอดเดือนเมษายน ผ่านร้านขายยาและช่องทางออนไลน์ และ ร่วมส่งพลังใจผ่านคลิปสั้นบน Facebook, Instagram, TikTok หรือ X พร้อมติดแฮชแท็ก #PropolisDay #CharityYourVoice เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน "Special Clip" สำหรับน้องๆ ในวันส่งมอบโอกาสครั้งสำคัญนี้





