วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม 2569

Login
Login

SPEAR H ดันเฮลท์เทคสตาร์ตอัปไทย  สู่เชิงพาณิชย์รับเมกะเทรนด์สุขภาพโต25%

SPEAR H ดันเฮลท์เทคสตาร์ตอัปไทย  สู่เชิงพาณิชย์รับเมกะเทรนด์สุขภาพโต25%

ตลาดเฮลท์เทคทั่วโลกในขณะนี้มีทิศทางการเติบโตแบบก้าวกระโดด จากการประเมินพบว่ามูลค่าเฮลท์เทคและตลาดดิจิทัลเฮลท์ทั่วโลกจะเพิ่มจาก 312.9 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 ขยับมาเป็น 387.8 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 และมีแนวโน้มที่จะพุ่งทะลุ 2.19 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 22-25%ต่อปี

ตัวเคลื่อนหลักมาจากการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ภาระโรคเรื้อรังที่เพิ่มสูงขึ้น การขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องการเทคโนโลยีเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระงาน รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการเข้าถึงบริการสุขภาพที่รวดเร็วและมีความเป็นเฉพาะบุคคล (Personalized Healthcare)มากยิ่งขึ้น

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เปิดตัวโครงการ “SPEAR H : Health Tech Accelerator” แพลตฟอร์มเร่งการเติบโตสตาร์ตอัปด้านการแพทย์และสุขภาพ ลงทุนสูงสุดรายละ 5 ล้านบาทโดยมีเครือข่ายโรงพยาบาลกว่า 30 แห่ง เปิดพื้นที่ทดสอบทางคลินิก พลิกโฉมประเทศไทยจาก “ผู้ใช้นวัตกรรม” สู่ “ผู้สร้างนวัตกรรม” เพื่อยกระดับให้ไทยก้าวสู่การเป็น Health Tech Innovation Hub ของภูมิภาค

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

'เอ็นไอเอ' ทุ่มกว่า 50 ล้านบาทติดสปีดนวัตกรรมกลุ่มเฮลท์เทค

ATMPs ยุคใหม่แห่งการรักษาเฉพาะบุคคล ‘กับดัก’ ที่ต้องก้าวผ่าน

นวัตกรรมสุขภาพต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ 

โครงการนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อสร้างผลกระทบ (Impact) ต่อระบบเศรษฐกิจและสาธารณสุข โดยทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างการวิจัยเชิงลึก (Deep Tech) สู่การใช้งานจริงในระบบสาธารณสุขของประเทศบูรณาการกลไก 4 ด้านอย่างครบวงจร ได้แก่ Groom (การบ่มเพาะ), Grant (การให้ทุน), Growth (การเร่งการเติบโต) และ Global (การต่อยอดสู่ระดับสากล) ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในการสร้าง Regulatory Sandbox หรือ Fast Track ทางด้านกฎระเบียบ เพื่อลดระยะเวลาในการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด ลดการนำเข้าเทคโนโลยีทางการแพทย์จากต่างประเทศ และหันมาพึ่งพาตนเองด้วยการพัฒนานวัตกรรมขึ้นมาใช้เอง

ภายในงานได้มีการรวม 4 นวัตกรรมต้นแบบความสำเร็จของโครงการ SPEAR H ซึ่งนวัตกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่ได้รับการบ่มเพาะทางธุรกิจและเครือข่ายโรงพยาบาลรองรับ แต่ยังได้รับเงินทุนสนับสนุนจากทาง NIA เพื่อเป็นทุนสำคัญในการผลักดันงานวิจัยเชิงลึก ให้ก้าวข้ามข้อจำกัด สู่การสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานจริงในระบบสาธารณสุข

SPEAR H ดันเฮลท์เทคสตาร์ตอัปไทย  สู่เชิงพาณิชย์รับเมกะเทรนด์สุขภาพโต25%

Atra เทคโนโลยีอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบน

โดยทั้ง 4 นวัตกรรมที่พร้อมต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ ประกอบด้วย

 “รศ.ดร.ธนพงศ์ อินทระ” หัวหน้าโครงการพัฒนานวัตกรรม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า AI Ultrasound ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาความยุ่งยากของการตรวจอัลตราซาวด์แบบดั้งเดิม ที่ต้องอาศัยทั้งความชำนาญในการจัดวางหัวตรวจและทักษะขั้นสูงจากรังสีแพทย์ในการวิเคราะห์ภาพเทคโนโลยีนี้จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยที่ทำให้แพทย์ทั่วไปสามารถใช้เครื่องอัลตราซาวด์ได้มีประสิทธิภาพที่สุด 

ช่วยวิเคราะห์ภาพเพื่อค้นหาความผิดปกติของอวัยวะรอบๆ ตับในช่องท้องส่วนบน ตรวจจับและคัดกรองความผิดปกติได้มากถึง 25 อาการ เช่น ไขมันพอกตับ นิ่ว ก้อนเนื้อ หรือตับแข็งด้วยความแม่นยำสูงถึง 87% พกพา (Portable Ultrasound) ลงพื้นที่ใช้งานหน้างานได้สะดวกยิ่งขึ้น และเปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีอายุเกิน 40 ปีสามารถเข้าถึงการตรวจสุขภาพช่องท้องส่วนบนเชิงป้องกันได้ง่ายและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

นวัตกรรมเครื่องอัลตราซาวด์พกพาพร้อมระบบ AI ถูกออกแบบมาให้สถานพยาบาลสามารถเข้าถึงได้ง่าย ในงบประมาณ 500,000 บาท จะครอบคลุมเครื่องอัลตราซาวด์แบบพกพาและค่าสมาชิกซอฟต์แวร์ AI (Subscription) ใช้งานปีแรก หลังจากนั้นจะมีค่าบริการดูแลระบบและซอฟต์แวร์รายปีอยู่ที่ปีละประมาณ 100,000 บาท ทำให้สถานพยาบาลขนาดเล็กหรือในพื้นที่ห่างไกลสามารถลงทุนนำเทคโนโลยีขั้นสูงนี้ไปใช้คัดกรองผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากที่สุด 

SPEAR H ดันเฮลท์เทคสตาร์ตอัปไทย  สู่เชิงพาณิชย์รับเมกะเทรนด์สุขภาพโต25%

SPEAR H ดันเฮลท์เทคสตาร์ตอัปไทย  สู่เชิงพาณิชย์รับเมกะเทรนด์สุขภาพโต25%

SPEAR H ดันเฮลท์เทคสตาร์ตอัปไทย  สู่เชิงพาณิชย์รับเมกะเทรนด์สุขภาพโต25%

AICEDA BoneX 

แพลตฟอร์ม AI ช่วยตรวจจับรอยแตกกระดูกสะโพกอัตโนมัติบนภาพเอกซเรย์ โดย “สุธี ไตรวิวัฒน์วงศ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเซด้า (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า นวัตกรรมนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒนราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และโรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี พัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการบาดเจ็บที่พบบ่อยในผู้สูงอายุในแผนกฉุกเฉิน (ER) ซึ่งมักเผชิญข้อจำกัดด้านบุคลากรแพทย์เฉพาะทางกระดูกในเวลากลางคืน จนนำไปสู่อัตราการวินิจฉัยผิดพลาดสูงถึง 14%

แพลตฟอร์มนี้ถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับหน้างานจริง โดยแพทย์สามารถใช้สมาร์ตโฟนถ่ายภาพฟิล์มเอกซเรย์แล้วอัปโหลดเข้าระบบได้ทันที ซึ่งเทคโนโลยีจะใช้เทคนิค CLAHE ในการปรับภาพให้คมชัดและชี้เป้ารอยแตกได้อย่างรวดเร็ว โมเดลนี้ถูกฝึกสอนจากฐานข้อมูลภาพกระดูกสะโพกหักกว่า 850 เคสและทดสอบความแม่นยำจาก 340 เคสทำความแม่นยำจากได้สูงถึง 99.5 % และผ่านการทดสอบทางคลินิกจริงอีกกว่า 1,000 เคสพร้อมระบบป้อนข้อมูลกลับเพื่อให้ AI เรียนรู้และพัฒนาความแม่นยำอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ มีแผนการพัฒนาเพื่อขยายขีดความสามารถของ AI ให้ครอบคลุมการตรวจจับความผิดปกติของอวัยวะส่วนอื่นๆ ด้วย ได้แก่ เต้านม ตับ ไต ปากมดลูก ต่อมลูกหมาก รวมถึงการครอบคลุมในงานด้านทันตกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพการตรวจรักษาในระบบสาธารณสุขให้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น คาดว่าจะมีการเปิดให้บริการในรูปแบบเหมาจ่ายรายเดือนแบบไม่จำกัดเคส ซึ่งคุ้มค่ากว่าระบบของต่างประเทศถึง 5 เท่า ช่วยให้โรงพยาบาลของรัฐสามารถเข้าถึงนวัตกรรมได้ง่าย ระบายคิวผู้ป่วยได้รวดเร็ว ลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มโอกาสในการรักษาเพื่อฟื้นฟูสภาพของผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที 

SPEAR H ดันเฮลท์เทคสตาร์ตอัปไทย  สู่เชิงพาณิชย์รับเมกะเทรนด์สุขภาพโต25%

SPEAR H ดันเฮลท์เทคสตาร์ตอัปไทย  สู่เชิงพาณิชย์รับเมกะเทรนด์สุขภาพโต25%

Kor-V:ทิชชู่เปียกยับยั้งไวรัสโรคมือเท้าปาก

“ธนัชพร เถลิงพล” CEO บริษัท Biovita อธิบายว่าทิชชู่เปียกKor-V เป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสมุนไพรธรรมชาติ โดยบริษัท Biovita พัฒนาจากงานวิจัยของศูนย์ SiCORE-IR โดยได้รับความสนับสนุนจากคณะแพทย์ศิริราชพยาบาล และสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยี และนวัตกรรม (INT)มหาวิทยาลัยมหิดล สามารถยับยั้งเชื้อไวรัสอันเป็นบ่อเกิดของโรคมือ เท้า ปาก โรคไข้หวัดใหญ่ และโรคโควิด-19 ขณะนี้อยู่ระหว่างการยื่นขอการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรืออย. (Food and Drug Administration : FDA)

คาดว่าจะเริ่มวางขายในช่วงเดือนเม.ย. 2569 ที่โรงพยาบาลศิริราชเป็นที่แรก และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ช(E-commerce Platform)

SPEAR H ดันเฮลท์เทคสตาร์ตอัปไทย  สู่เชิงพาณิชย์รับเมกะเทรนด์สุขภาพโต25%

IgEaseMn-10 แผ่นแปะตรวจภูมิแพ้ทางผิวหนัง 

ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม โดย RevoAllerX สตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยี จากมหาวิทยาลัยมหิดล พัฒนานวัตกรรมการตรวจภูมิแพ้รูปแบบใหม่ ในรูปแบบแผ่นแปะผิวหนังที่มีเข็มขนาดไมโครเมตร ช่วยให้การตรวจเป็นเรื่องง่าย เหมาะกับผู้ป่วยทุกวัย โดยเฉพาะผู้ป่วยเด็ก และให้ผลลัพธ์ที่มีความแม่นยำสูงและสม่ำเสมอ ไม่ต่างจากการทำการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังโดยสะกิด (Skin Prick Test: SPT) 

“รศ.ดร.สุรพล พิบูลโภคานันท์” ผู้เชี่ยวชาญสาขาชีววิทยาศาสตร์เชิงระบบ มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า แผ่นแปะตรวจภูมิแพ้ผิวหนังที่มีเข็มขนาดไมโครเมตร สามารถลดความกังวลของผู้ป่วย สามารถตรวจคัดกรองภูมิแพ้ผิวหนังได้ถึง 10 ชนิด นำมาใช้จริงแล้วในคลินิกโรคผิวหนังเด็ก โรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลในแถบนครศรีธรรมราช รวมถึงมีการส่งตัวอย่างให้แพทย์ทดลองใช้ตรวจคัดกรองในผู้ป่วยเด็ก

“ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์จะไม่สามารถจำหน่ายหรือนำไปใช้งานได้จริงเลย หากไม่มีผลการวิจัยทางคลินิกมารองรับ”

โครงการ“SPEAR H: Health Tech Accelerator”จะทำให้เกิดพื้นที่และโอกาส ที่จะช่วยขยายผลนวัตกรรมทางการแพทย์ของไทยให้สามารถพัฒนาและเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดทั้งในระดับประเทศและระดับสากล

SPEAR H ดันเฮลท์เทคสตาร์ตอัปไทย  สู่เชิงพาณิชย์รับเมกะเทรนด์สุขภาพโต25%