ปัจจุบันผู้คนหันมาตระหนักถึงการป้องกันก่อนเกิดโรคกันมากขึ้น เพราะการเจ็บป่วยแต่ละครั้งไม่เพียงแค่ทำลายสุขภาพ แต่อาจส่งผลให้ไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนเดิม เทรนด์การแพทย์ในปัจจุบันจึงเปลี่ยนทิศทางมาให้ความสำคัญกับเรื่อง Wellbeing อย่างเต็มที่ โรงพยาบาลต่างๆ ได้หันมามุ่งเน้นการดูแลสุขภาพในมิติของ Wellbeing ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องของสุขภาพกายเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงการดูแลสภาพจิตใจ และรวมเอาศาสตร์การชะลอวัยเข้าไว้ด้วยกัน
วานนี้ (12 มี.ค) “โรงพยาบาลนวเวช”เปิดตัวศูนย์ Longevity เพื่อดูแลสุขภาวะที่ดีทั้งกายและใจ ภายใต้ชื่อ “ปราณ” อย่างเป็นทางการ มุ่งดูแลสุขภาวะแบบองค์รวม ครอบคลุมทั้งการป้องกัน การออกแบบคุณภาพชีวิต และการดูแลสุขภาวะอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงวัย ฉลองครบรอบ 5 ปี
ณัฐพล เดชวิทักษ์ กรรมการ บริษัท นวเวช อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สุขภาพในอนาคตไม่ใช่เพียงการรักษาเมื่อเกิดอาการเท่านั้น แต่คือการช่วยให้ผู้คนสามารถออกแบบชีวิตและคุณภาพชีวิตของตนเองได้ โรงพยาบาลจึงต้องทำหน้าที่มากกว่าการรักษามุ่งสู่การเป็น Health Partner คู่คิดด้านสุขภาพระยะยาวให้กับประชาชน
โดยยุทธศาสตร์ใหม่นี้ จะสะท้อนผ่านกรอบกลยุทธ์สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ From Treatment to Preventive ไม่ใช่เพียงการรักษาเมื่อเกิดโรค สู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันตั้งแต่ก่อนเกิดโรค From Disease to Lifestyle Design มองสุขภาพในมิติของการออกแบบ Lifestyle เพื่อความยั่งยืนในระยะยาว From Hospital to Health Partne rเปลี่ยนบทบาทจากโรงพยาบาล สู่การเป็นคู่คิดด้านสุขภาพตลอดชีวิต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
‘โรคไต’ ภัยเงียบเศรษฐกิจไทย CheCKD Now รับมือก่อนสายเกินแก้
SMEs ไทยจากฐานผลิต 'ชิ้นส่วนยานยนต์' สู่ 'Medical Manufacturing Hub'
คนที่ไม่ป่วยก็สามารถเข้ามาใช้บริการได้
การดำเนินการนี้ถือเป็นการปรับกลยุทธ์ของโรงพยาบาลที่หันมามุ่งเน้นด้านการป้องกันอย่างเต็มรูปแบบ รางวัลคุณภาพต่างๆ ที่ได้รับช่วยตอกย้ำมาตรฐานของโรงพยาบาล โดยมี Longevity เป็นทิศทางใหม่ที่ทางโรงพยาบาลเลือกปฏิบัติ สำหรับศูนย์ปราณ แห่งนี้คือการมีกิจกรรมฟื้นฟูจิตใจ ทั้งการนั่งสมาธิ และการบำบัดทางจิตใจโดยหมอซึ่งเป็นจิตแพทย์ร่วมด้วย
"การเปิดศูนย์ “ปราณ” (Pran) จะเปลี่ยนแนวคิดนี้ เพื่อให้คนที่ไม่ป่วยก็สามารถเข้ามาใช้บริการได้ เราต้องทำให้คนไม่ป่วยมา และกลับออกไปอย่างมีสุขภาพแข็งแรง ไม่ใช่แค่เรื่องของสุขภาพดีอย่างเดียว แต่ต้องควบคู่ไปกับจิตใจด้วย ไม่ต้องป่วยก็มาได้ มาแล้วจะป่วยน้อยลง”
ศูนย์“ปราณ”ดูแลสุขภาวะกายและใจ
นพ.นรินทร สุรสินธน (หมออั๋น) ผู้ก่อตั้ง The Longevist Clinic ที่เปิดศูนย์“ปราณ”The Serene Longevity ร่วมกัน อธิบายว่า ศูนย์“ปราณ” มุ่งพัฒนาแนวทางการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ผสานศาสตร์ทางการแพทย์เข้ากับการดูแลสุขภาวะทางอารมณ์อย่างสมดุล เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืนในระยะยาว
โดย ได้ใช้หลัก P4 Medicine ได้แก่ 1.Predictive (การพยากรณ์โรค) ใช้เทคโนโลยีทางพันธุศาสตร์ (Genomics) และข้อมูลเชิงลึกในระดับโมเลกุล มาวิเคราะห์เพื่อทำนายความเสี่ยงในการเกิดโรคของแต่ละบุคคลล่วงหน้า ตั้งแต่ร่างกายยังไม่มีอาการผิดปกติใดๆ
2. Preventive (การป้องกัน) เมื่อทราบความเสี่ยงล่วงหน้า แพทย์จะสามารถวางแผนและจัดการเชิงรุก เพื่อป้องกันไม่ให้โรคนั้นเกิดขึ้น หรือชะลอการเกิดโรคให้ช้าที่สุดและส่งผลกระทบน้อยที่สุด
3. Personalized (การแพทย์เฉพาะบุคคล) การออกแบบการดูแลสุขภาพ อาหารเสริม และแนวทางการรักษาที่เจาะจงเฉพาะบุคคล โดยอิงจากข้อมูลพันธุกรรม สภาพแวดล้อม และไลฟ์สไตล์ เนื่องจากร่างกายของแต่ละคนมีการตอบสนองต่อการรักษาไม่เหมือนกัน
4. Participatory (การมีส่วนร่วม) ผู้รับบริการไม่ได้เป็นเพียงผู้รอรับคำสั่งแพทย์ แต่จะกลายมาเป็น “หุ้นส่วน” ที่มีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจ ติดตามข้อมูลสุขภาพ (เช่น ผ่านอุปกรณ์ Wearable) และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองร่วมกับทีมแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงเชิงลึก ป้องกันโรค และออกแบบแผนสุขภาพเฉพาะบุคคล (Longevity by Design) ให้สอดคล้องกับบริบทชีวิตของแต่ละบุคคล
ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับสุขภาพใจ โดยนำศาสตร์การดูแลสุขภาวะทางอารมณ์ เช่น Music Therapy, การบำบัดด้วยคลื่นเสียง Crystal Bowl, การดูแลด้าน Mental Health และการผสานศาสตร์จิตวิทยาพยากรณ์ มาประยุกต์ใช้ควบคู่กับการดูแลร่างกาย เพื่อสร้างสมดุลทั้งสองมิติอย่างแท้จริง
“P4 Medicine คือการเปลี่ยนมุมมองจากการรักษาเมื่อเกิดโรค ไปสู่การออกแบบชีวิตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว โดยให้ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของตนเอง เราคิดมาตลอดว่าทำยังไงให้คนไม่ป่วย ศูนย์ปราณคือสิ่งที่ตอบโจทย์เซนเตอร์ของยุคสมัยนี้ อยากจะทำให้ที่นี่เป็นคอมมูนิตี้ที่ไม่ใช่แค่การมาหาหมอ แต่มาเพื่อเล่นโยคะ ออกกำลังกาย และฟื้นฟูร่างกายแบบองค์รวม”
ปัจจุบันการตรวจสุขภาพไม่ได้จำกัดแค่ระดับน้ำตาลหรือไขมัน แต่เจาะลึกถึงอายุร่างกาย ยีน และพันธุกรรม ซึ่งเป็นแนวคิดที่ยังไม่แพร่หลายในโรงพยาบาลทั่วไป และสุขภาพเป็นเรื่องที่ต้องดูแลกันในระยะยาว ศูนย์ปราณมีทีมแพทย์ที่ผ่านการอบรมเฉพาะทาง และมีการใช้ซอฟต์แวร์ที่ตอบโจทย์ด้าน Longevity เช่น การเจาะเลือดเพื่อวิเคราะห์ค่าในระดับ Optimal ที่สามารถบ่งชี้ถึง Healthspan และ Lifespan ทำให้สามารถนำความรู้จากงานวิจัยมาดูแลผู้รับบริการได้อย่างตอบโจทย์
บุ้ง สะธี ใบหยก ในฐานะผู้รับบริการ กล่าวว่า ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตหนัก และบางครั้งก็ไม่รู้หรอกว่าโรคไหนจะเข้ามา การมาปรึกษาหมอหรือป้องกันไว้ก็เป็นสิ่งที่ดี
สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2567-2568 โรงพยาบาลมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่แล้วสามารถทำรายได้ไปถึง 1,500 ล้านบาท และเติบโตจากรายได้ 5 ศูนย์บริการหลัก ได้แก่ ฉุกเฉินและอุบัติเหตุ, แม่และเด็ก, กล้ามเนื้อกระดูกและข้อ,หัวใจ และสมอง ซึ่งเติบโตมากกว่า 16% และจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นกว่า 12% โดยเฉพาะการบริการผู้ป่วยฉุกเฉินและอุบัติเหตุ มีรายได้เติบโตมากกว่า 30%
สำหรับปี 2569 นี้ตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 20% และผู้จำนวนผู้ใช้บริการไม่ต่ำกว่า 15% พร้อมแผนพัฒนาชั้นผู้ป่วยใน พรีเมียม เพื่อรองรับกลุ่มผู้ป่วยระดับพรีเมียมและชาวต่างชาติ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ในการยกระดับ สู่การเป็น Health Partner





