การดูแลสุขภาพ ป้องกันโรค ไม่ใช่เทรนด์อีกต่อไป กลายเป็นชีวิตประจำวันของใครหลายๆ คน ที่พยายามควบคุมอาหาร ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่ก็ยังอ้วนง่าย และตัวเลขบนตาชั่งกลับไม่ขยับอย่างที่คาดหวัง บางคนน้ำหนักลดลงได้เล็กน้อย แล้วก็เด้งกลับขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว
เมื่อการลดน้ำหนักไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน เนื่องจากสภาพร่างกายของแต่ละคนที่แตกต่างกัน หลายๆ คนพยายามลดน้ำหนักมาทุกวิธีแต่ไม่สำเร็จ อาจเป็นเพราะลดน้ำหนักผิดวิธี ลดน้ำหนักด้วยการอดอาหาร จนรู้สึกว่า น้ำหนักขึ้นง่ายแต่ลงยาก ซึ่งในวันนี้ “กรุงเทพธุรกิจ” ได้รวบรวมข้อมูลทางการแพทย์มาอธิบายความแตกต่างของกลไกทั้ง 2 ระบบ เพื่อช่วยให้เข้าใจว่า น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นแบบผิดปกติเกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง?
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
เช็กเลย! ทำไม? 'อ้วนง่าย ผอมยาก' คุมอาหารแล้วแต่น้ำหนักไม่ลง
‘เบาหวาน’ สัมพันธ์กับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น
โรคเบาหวาน หรือ Diabetes Mellitus (DM) เกี่ยวข้องโดยตรงกับฮอร์โมน “อินซูลิน” ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยช่วยนำกลูโคสเข้าสู่เซลล์เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงาน
ในผู้ที่มีภาวะดื้อต่ออินซูลิน (Insulin Resistance) ร่างกายจะตอบสนองต่ออินซูลินได้ไม่ดี ทำให้ต้องผลิตอินซูลินมากขึ้นเพื่อควบคุมระดับน้ำตาล ดังนั้น ระดับอินซูลินที่สูงต่อเนื่องจึงมีผลไปกระตุ้นการสะสมไขมัน โดยเฉพาะบริเวณช่องท้อง
ผู้ที่อยู่ในภาวะก่อนเป็นเบาหวาน หรือเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 จึงอาจพบว่า ตัวเองน้ำหนักเพิ่มขึ้นง่าย และลดได้ยาก แม้ควบคุมอาหารในระดับหนึ่งแล้วก็ตาม นอกจากนี้ ภาวะน้ำตาลในเลือดแกว่ง ยังไปกระตุ้นความหิวและความอยากอาหาร ทำให้เราควบคุมพฤติกรรมการกินได้ยากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
สัญญาณเตือนเสี่ยง ‘เบาหวาน’ ที่ควรสังเกต!
- น้ำหนักและสัดส่วนเพิ่มขึ้นตรงบริเวณรอบเอว
- รู้สึกอ่อนเพลียหลังรับประทานอาหาร
- หิวบ่อย หรืออยากของหวาน
- ค่าน้ำตาลในเลือดหรือ HbA1c สูงกว่าปกติ
‘ไทรอยด์’ สัมพันธ์กับการเผาผลาญที่ช้าลง
ต่อมไทรอยด์ ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนที่ควบคุมอัตราการเผาผลาญพื้นฐานของร่างกาย หรือ Basal Metabolic Rate (BMR) หากเปรียบเทียบร่างกายเหมือนเครื่องยนต์ ไทรอยด์ก็คือตัวควบคุมความเร็วรอบนั่นเอง
ภาวะไทรอยด์ต่ำ (Hypothyroidism)
การเผาผลาญจะช้าลง ทำให้ร่างกายใช้พลังงานลดลง ถึงแม้จะทานปริมาณอาหารเท่าเดิม จึงส่งผลให้น้ำหนักเพิ่มได้ง่ายขึ้น บางรายอาจมีอาการบวมน้ำร่วมด้วย ทำให้น้ำหนักเพิ่มโดยไม่ได้เกิดจากไขมันเพียงอย่างเดียว
อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่
- เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง
- หนาวง่าย
- ผิวแห้ง ผมร่วง
- ท้องผูก
- น้ำหนักเพิ่มแม้รับประทานไม่มาก
- ภาวะนี้สามารถตรวจประเมินได้จากระดับฮอร์โมน เช่น TSH และ Free T4
ภาวะไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroidism)
ต่อมไทรอยด์จะผลิตฮอร์โมนมากกว่าปกติ ส่งผลให้อัตราการเผาผลาญพื้นฐานของร่างกาย (Basal Metabolic Rate: BMR) สูงขึ้น
ร่างกายจึงใช้พลังงานมากกว่าปกติ แม้จะรับประทานอาหารในปริมาณเท่าเดิม แต่น้ำหนักตัวอาจลดลงได้โดยไม่ตั้งใจ บางรายอาจรับประทานเพิ่มขึ้นแต่ยังคงน้ำหนักลด เนื่องจากร่างกายเผาผลาญพลังงานรวดเร็วเกินสมดุล
อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่
- ใจสั่น มือสั่น ชีพจรเต้นเร็ว
- เหงื่อออกมาก
- ขี้ร้อน
- รู้สึกอ่อนเพลีย หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง
ซึ่งภาวะดังกล่าวสะท้อนถึงความผิดปกติของสมดุลฮอร์โมน จึงอาจส่งผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด มวลกระดูก และการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและดูแลอย่างเหมาะสมนั่นเอง
ความแตกต่างระหว่าง ‘เบาหวาน’ VS ‘ไทรอยด์’
แม้ทั้งเบาหวานและภาวะไทรอยด์ต่ำจะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ แต่กลไกของร่างกายกลับทำงานแตกต่างกัน
- เบาหวาน เกี่ยวข้องกับการ ‘จัดการน้ำตาลและการสะสมไขมัน’
- ส่วนไทรอยด์ต่ำ เกี่ยวข้องกับ ‘ความเร็วของการเผาผลาญพลังงาน’
ในบางกรณี อาการอาจคล้ายกัน เช่น เหนื่อยง่าย น้ำหนักเพิ่ม สมาธิลดลง ทำให้ยากต่อการแยกแยะด้วยตนเอง และในบางคนอาจพบทั้ง 2 ภาวะนี้ร่วมกัน โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน
ดังนั้น การวินิจฉัยควรอาศัยการตรวจเลือดและการประเมินโดยแพทย์ ไม่ควรสรุปเองจากอาการเพียงอย่างเดียว
ควรตรวจอะไร? เมื่อสงสัยว่าฮอร์โมนมีปัญหา
การตรวจพื้นฐานที่มักใช้ประเมิน ได้แก่
- ระดับน้ำตาลในเลือด (Fasting Plasma Glucose)
- HbA1c
- ระดับฮอร์โมนไทรอยด์ เช่น TSH และ Free T4
เพราะการตรวจเหล่านี้ช่วยให้เห็นภาพรวมของระบบเผาผลาญและฮอร์โมนได้ชัดเจนขึ้น ก่อนวางแผนการรักษาหรือการควบคุมน้ำหนักอย่างเหมาะสม
อย่าโทษตัวเองก่อนเข้าใจร่างกาย
น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นไม่ได้สะท้อนเพียงวินัยหรือพฤติกรรมเสมอไป เพราะระบบฮอร์โมนมีอิทธิพลอย่างมากต่อการเผาผลาญ การสะสมพลังงาน และระดับความหิว
การพยายามลดน้ำหนักโดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง อาจทำให้รู้สึกท้อแท้และหมดกำลังใจ การประเมินสุขภาพอย่างเหมาะสมจะช่วยให้การดูแลตัวเองตรงจุด และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ดังนั้น การดูแลน้ำหนักอย่างยั่งยืน ไม่ได้เริ่มจากการพยายามให้มากขึ้นเสมอไป แต่อาจเริ่มจากการทำความเข้าใจว่า “ระบบใดในร่างกายกำลังทำงานผิดสมดุล” แล้วจึงค่อยๆ ปรับแก้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับแต่ละบุคคล
‘Diabetes & Thyroid Can Check’ ดูแลมากกว่าค่าตัวเลข
Diabetes & Thyroid Can Check โปรแกรมตรวจติดตามและดูแลสุขภาพแบบองค์รวม สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคไทรอยด์ ต่อเนื่องตลอด 1 ปี ซึ่งต้องได้รับการประเมินจากอายุรแพทย์ต่อมไร้ท่ออย่างสม่ำเสมอ
ไม่ใช่เพียงแพ็กเกจตรวจสุขภาพทั่วไป แต่เป็นระบบการดูแลที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยโรคเรื้อรังสามารถติดตามผลการรักษา ปรับพฤติกรรม และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนได้ในอนาคต
เพราะการควบคุมโรคเรื้อรังที่ดี ไม่ใช่เพียงการรักษาเมื่อมีอาการ แต่คือการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาสมดุลสุขภาพในทุกมิติของชีวิตนั่นเอง
ทำไมน้ำหนักขึ้นฉันง่ายจัง ไม่เหมือนคนอื่น
สาเหตุที่ทำให้การลดน้ำหนักไม่สำเร็จ ลดความอ้วนยาก อ้วนง่าย มีสาเหตุที่หลายปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น พฤติกรรมการทานอาหาร การออกกำลังกาย อายุที่มากขึ้น การทานยาบางชนิด การมีโรคประจำตัว
- ไม่มีเป้าหมายการลดน้ำหนักที่ชัดเจน
หลายคนเมื่อเริ่มลดน้ำหนัก ไม่ได้วางเป้าหมายระยะยาวที่ชัดเจนว่า ต้องการลดน้ำหนักเท่าไหร่ ต้องการลดได้ภายในกี่เดือน แต่หลายๆ คนจะวางเป้าหมายการลดน้ำหนักไว้เพียงแค่ จะลดน้ำหนักอย่างไรให้ลดความอ้วนได้ไวที่สุด ซึ่งการทำแบบนี้นอกจากจะส่งผลให้ลดน้ำหนักไม่สำเร็จแล้ว ยังทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย และกลายเป็นว่า อ้วนง่ายลดยาก จนคุณเองเกิดความท้อต่อการลดน้ำหนัก นำไปสู่ความเครียด ส่งผลให้อ้วนง่าย และสุดท้ายก็วนกลับมาที่ลดน้ำหนักไม่สำเร็จสักทีนั่นเอง
- ทานอาหารปริมาณเยอะๆ
อย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่าอาหารมีผลต่อการลดน้ำหนักถึง 70% ซึ่งมีผลการศึกษายืนยันจากวารสาร The Proceedings of the Nutrition Society ปี 2018 พบว่า ปัจจุบันอาหารที่ทานในร้านอาหารและที่บ้าน มีปริมาณแคลอรี่สูงเกินไป เมื่อทานในปริมาณที่มากเกินกว่าที่ร่างกายจะเผาผลาญได้ในแต่ละวัน พลังงานส่วนเกินนั้นก็จะเข้าไปสะสมทิ้งไว้ในร่างกาย ส่งผลให้ อ้วนง่ายลดยากลดน้ำหนักไม่สำเร็จสักทีนั่นเอง ไม่เพียงแค่อาหารแคลอรี่สูงเท่านั้นที่ต้องควบคุมปริมาณการทานต่อวันให้ดีแต่อาหารกลุ่มแคลอรี่ต่ำอย่างผัก ผลไม้ ธัญพืช ก็ควรทานอย่างพอดีเช่นกัน เพราะหากทานในปริมาณมากเกินที่ร่างกายจะเผาผลาญได้แล้ว ก็สามารถส่งผลให้ร่างกายอ้วนง่ายลดยาก ลดน้ำหนักไม่สำเร็จเช่นกัน
- ทานอาหารแปรรูป
อาหารแปรรูปส่งผลทำให้อ้วนง่ายลดยาก ลดน้ำหนักไม่สำเร็จได้ เพราะในอาหารแปรรูปมีปริมาณของไขมัน น้ำตาล และโซเดียมสูง ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ยิ่งเจริญอาหารมากขึ้น เรื่องนี้ได้มีผลการศึกษายืนยันในวารสารวิทยาศาสตร์ Cell Metabolism ปี 2019 พบว่าอาสาสมัครที่ทานอาหารแปรรูปต่อเนื่องเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ทานอาหารเพิ่มขึ้นจากเดิมถึงวันละ 500 กิโลแคลอรี และมีน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้นถึงเกือบ 1 กิโลกรัมเลยทีเดียว
- เคลื่อนไหวร่างกายน้อย
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในปัจจุบันเราเคลื่อนไหวร่างกายกันน้อยลงมากๆ ยิ่งทำให้เราลดความอ้วนไม่สำเร็จมากขึ้น เพราะมีเทคโนโลยีที่เข้ามาอำนวยความสะดวก ทำให้เราแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นเดินไปซื้อของ ซื้ออาหาร หรือแม้กระทั่งการทำความสะอาดพื้น ซึ่งความสบายเหล่านี้ส่งผลให้เราอ้วนง่ายลดยาก เพราะร่างกายที่ไม่ได้เคลื่อนไหวก็เท่ากับไม่ได้เผาผลาญ เมื่อมีพลังงานตกค้างสะสมในร่างกาย ก็กลายเป็นส่วนเกิน น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อ้วนง่าย และลดน้ำหนักไม่สำเร็จนั่นเอง
- ออกกำลังกายมากเกินไป
หลายคนยังลดน้ำหนักไม่สำเร็จ น้ำหนักยังขึ้นๆลงๆ อ้วนง่ายลดยากอยู่ เป็นเพราะเข้าใจผิดว่า ยิ่งออกกำลังกายมาก จะยิ่งทำให้ลดน้ำหนักได้สำเร็จเร็วขึ้น แต่ความจริงแล้วการหักโหมออกกำลังกายมากไป นอกจากจะทำให้เกิดอุบัติเหตุต่อกล้ามเนื้อได้แล้ว ยังไปกระตุ้นให้คุณหิวมากขึ้นกว่าเดิมและส่งผลให้คุณทานอาหารเข้าไปมากกว่าเดิม แทนที่จะลดน้ำหนักได้ กลับกลายเป็นเพิ่มน้ำหนักให้มากขึ้นไปอีก และนี่เองเป็นปัจจัยที่ทำให้คุณอ้วนง่ายลดยาก เพราะกำลังลดน้ำหนักด้วยวิธีผิดๆ อยู่
การออกกำลังกายมากเกินไป (Over-exercising) แบ่งออกเป็น 2 สาเหตุไม่ว่าจะเป็น การออกกำลังกายที่หนักมากเกินไป (high intensity) หรือ ถี่จนเกินไป (frequency)โดยปราศจากการพักผ่อนที่เพียงพออาจส่งผลให้ฮอร์โมน testosterone ลดต่ำลง และ ฮอร์โมน cortisol หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ฮอร์โมนความเครียด เพิ่มสูงขึ้น และอาจส่งผลให้ฮอร์โมนอื่นๆในร่างกายเสียสมดุลย์ ซึ่งการผันผวนของฮอร์โมนดังกล่าวโดยมากแล้วมักก่อให้เกิดการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงก่อให้เกิดการสะสมไขมันในช่องท้อง (Belly fat) นี่เองจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมการออกกำลังกายแบบหักโหมจึงทำให้สาวๆรู้สึกว่าลดความอ้วนได้ยาก
- การพักผ่อนและภาวะความเครียด
เมื่อคุณพักผ่อนน้อย นอนไม่พอ จะยิ่งส่งผลให้ร่างกายลดความอ้วนไม่สำเร็จ อ้วนง่ายลดยากขึ้น เพราะเมื่อนอนหลับไม่เพียงพอ ฮอร์โมนหิวและฮอร์โมนอิ่มจะทำงานไม่สมดุลกัน ทำให้คุณรู้สึกหิวมากขึ้น เมื่อหิวมากขึ้นก็ทานอาหารเยอะขึ้น เมื่อทานเยอะขึ้นร่างกายก็อ้วนขึ้น ยิ่งพยายามลดแต่ไม่เห็นผลลัพธ์ก็จะส่งผลให้คุณมีความเครียดขึ้น และเมื่อร่างกายมีความเครียด ก็จะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมามากขึ้น ทำให้คุณเกิดความรู้สึกโหยของหวานมากกว่าปกตินั่นเอง
อายุที่มากขึ้น ร่างกายจะยิ่งน้ำหนักขึ้นง่าน แต่ลงยาก
เมื่ออายุมากขึ้นตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป ร่างกายของคุณจะยิ่งอ้วนง่ายลดยาก ส่งผลให้คุณลดน้ำหนักได้ยากขึ้นกว่าตอนอายุน้อย เพราะปัจจัยต่อไปนี้
- ฮอร์โมนในร่างกาย เมื่ออายุมากขึ้น ฮอร์โมนสำคัญก็จะลดลง โดยเฉพาะผู้หญิงที่อายุ 40 ปีขึ้นไป ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนจะเริ่มลดลง ส่งผลให้ร่างกายเกิดการสะสมไขมันไว้มากขึ้น ทำให้ลดน้ำหนักยากขึ้น อ้วนง่ายขึ้นแต่ลดยากนั่นเอง
- กระบวนการเผาผลาญ เมื่ออายุมากขึ้น อัตราการเผาผลาญก็จะเริ่มลดลง ทำให้ร่างกายไม่สามารถเผาผลาญพลังงานจากอาหารที่ทานเข้าไปได้ดีเหมือนเดิม จึงทำให้เกิดพลังงานสะสมตกค้างเป็นไขมันในร่างกาย ทำให้อ้วนง่ายลดยาก ลดน้ำหนักยากขึ้น
- ปริมาณกล้ามเนื้อลดลง เมื่ออายุมากขึ้นและไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย คุณจะเริ่มมีการสูญเสียกล้ามเนื้อมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการสะสมไขมันในร่างกายมากขึ้น ส่งผลให้อ้วนง่ายขึ้นและลดน้ำหนักได้ยากขึ้นนั่นเอง
- พันธุกรรม พันธุกรรมของคนในครอบครัวมีผลต่อการอ้วนง่ายและลดน้ำหนักยากของคุณ หากคุณมีประวัติคนในครอบครัวมีไขมันสะสมเยอะและอ้วนง่าย คุณเองก็จะได้รับความเสี่ยงมาด้วยเช่นกัน
การทานยาบางชนิดและโรคประจำตัว
อีกปัจจัยที่ส่งผลให้คุณอ้วนง่ายผิดปกติ ลดน้ำหนักยาก คือการทานยาบางชนิดและอาจเป็นเพราะว่าคุณมีโรคเรื้อรังต่อไปนี้
- โรคเบาหวาน การใช้ยารักษาเบาหวาน ส่งผลให้อ้วนง่าย น้ำหนักขึ้นไวผิดปกติได้ จึงต้องควบคุมอาหารและลดน้ำหนักตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
- โรคหัวใจ
ผลข้างเคียงที่ผู้ป่วยโรคหัวใจจะต้องเจอเลยก็คือ ตัวบวมน้ำ อ้วนง่าย น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเร็วแบบผิดปกติ เหนื่อยง่าย ปัสสาวะบ่อย ซึ่งหากใครมีอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน
- โรคถุงน้ำหลายใบในรังไข่ เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากมีถุงน้ำเล็กๆ เกิดขึ้นที่รังไข่ ส่งผลให้ฮอร์โมนในร่างกายทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนรุนแรง ประจำเดือนมาไม่ปกติ หน้าท้องป่องผิดปกติ จนทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้อ้วนง่ายและลดน้ำหนักยาก
- โรคไทรอยด์ ผู้ป่วยโรคไทรอยด์ ชนิดไฮโปไทรอยด์ เกิดจากความผิดปกติของระบบเผาผลาญในร่างกาย ทำให้ระบบเผาผลาญไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ ส่งผลให้อ้วนง่าย ลดน้ำหนักยาก ทั้งๆที่ผู้ป่วยไม่ได้ทานอาหารเยอะ บางรายอาจเบื่ออาหาร ทานอาหารไม่ค่อยได้ แต่ร่างกายกลับอ้วนขึ้นๆ
- โรคไต ผู้ป่วยโรคไตอาจมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นรวดเร็วผิดปกติ ซึ่งเกิดจากการที่ไตไม่สามารถขับถ่ายของเสียได้เต็มที่ จึงส่งผลให้ร่างกายเกิดภาวะบวมน้ำ ทำให้เห็นว่าผู้ป่วยอ้วนขึ้นอย่างรวดเร็วนั่นเอง
วิธีลดน้ำหนักของคน น้ำหนักขึ้นง่าย ลดยาก
หาสาเหตุที่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น เมื่อหาสาเหตุของน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นที่ทำให้อ้วนง่ายได้แล้ว คุณก็จะสามารถเริ่มลดน้ำหนักได้ถูกวิธี แก้ปัญหาได้ตรงสาเหตุ โดยแนะนำให้ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนโภชนาการของคุณ พร้อมกับการออกกำลังกายที่เหมาะสม เพื่อที่จะลดน้ำหนักได้ถูกวิธีนั่นเอง
- สร้างแผนโภชนาการที่เหมาะสมกับคุณเอง
เพราะการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง ไม่ใช่การทานให้น้อยเกินไป หรือการทานมากเกินไป แต่อาศัยการวางแผนโภชนาการที่ออกแบบมาเฉพาะบุคคล เพราะแต่ละคนต้องการทานอาหารปริมาณแคลอรีที่ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับ เพศ น้ำหนัก ส่วนสูง การใช้ยารักษาโรค การมีโรคประจำตัว กิจกรรมในชีวิตประจำ และปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย เพราะฉะนั้นจึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อออกแบบแผนโภชนาที่เหมาะสมกับคุณ เพื่อให้การลดน้ำหนักสำเร็จ สามารถลดความอ้วนได้ในระยะยาว
- ทำอาหารทานเอง
การทำอาหารทานเองจะช่วยให้คุณควบคุมปริมาณแคลอรีในอาหารได้มากกว่าการซื้ออาหารจากข้างนอกมาทาน อีกทั้งยังสามารถเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพได้ ปรุงอาหารแบบโซเดียมน้อยได้ จึงสามารถช่วยให้คุณลดน้ำหนักสำเร็จกว่าการซื้ออาหารนอกบ้านมาทาน
- ออกกำลังกายช่วยลดความเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ
สิ่งที่จะทำให้การลดน้ำหนักสำเร็จได้ คือคุณต้องปล่อยวาง ไม่เครียด อาจใช้วิธีการ ออกกำลังกาย ทำสมาธิ และที่สำคัญคือการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายไม่เกิดความตึงเครียดเกินไป ส่งผลให้สามารถลดน้ำหนักได้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางแผนไว้ได้ในระยะยาว
- ข้อควรระวังสำหรับคนลดน้ำหนัก
อย่างไรก็ตามเมื่อคุณมีเป้าหมายการลดน้ำหนักแล้ว มีวิธีการลดน้ำหนักที่เหมาะสมกับสุขภาพของตนเองแล้ว ระหว่างทางที่คุณกำลังพยายามลดน้ำหนัก ไม่ว่าจะด้วยวิธีการทานอาหารตามแผนโภชนาการ การออกกำลังกาย สิ่งที่คุณควรต้องระวังไว้ เพื่อไม่ให้การลดน้ำหนักของคุณลัมเหลวกลางทางเลยก็คือ
ไม่ควรใจร้อน ลดน้ำหนักแบบรีบเร่ง ไม่ควรเข้มงวดกับการควบคุมอาหารว่า จะต้องทานให้ได้ภายใน 1 สัปดาห์หรือ 1 เดือน เพราะนอกจากจะกระตุ้นให้เกิดความตึงเครียดแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพภายนอกให้ดูโทรม ไม่สดใส และทำให้การลดน้ำหนักในครั้งนี้ล้มเหลวได้
- อย่าโฟกัสแค่ตัวเลขบนตราชั่ง
จะลดน้ำหนักให้สำเร็จได้ อย่ามัวโฟกัสแค่ตัวเลขบนตราชั่งเพียงอย่างเดียว เพราะตัวเลขบนตราชั่งคือมวลน้ำหนักทั้งหมดของร่างกายที่ประกอบไปด้วย กระดูก กล้ามเนื้อ ไขมัน และน้ำ ซึ่งทำให้น้ำหนักตัวของคนที่ลดน้ำหนักถูกวิธีในระยะยาวอาจไม่ได้ลดลงรวดเร็วหรือไม่ได้ลดลงหลายกิโลกรัม เลยอาจทำให้หลายๆ คนที่โฟกัสตัวเลขน้ำหนักบนตราชั่งเพียงอย่างเดียวเกิดความเครียด ท้อใจได้ เพราะรู้สึกว่าน้ำหนักตัวไม่ลดลงสักที ทางที่ดีแนะนำให้คุณโฟกัสจากสัดส่วนร่างกายจะดีกว่า โดยสังเกตจากเสื้อผ้าที่ใส่ประจำวันว่าหลวมขึ้นบ้างหรือยัง จะช่วยให้คุณลดน้ำหนักแบบไม่ตึงเครียดจนเกินไป ทำให้สามารถลดน้ำหนักในระยะยาวได้สำเร็จ ไม่กลับมาอ้วนง่ายอีก
จะเห็นว่าสาเหตุที่ทำให้คุณน้ำหนักขึ้นง่าย แต่ลงยาก มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน แม้ว่าคุณจะทานน้อยหรือเลือกทานอาหารที่แคลอรี่ต่ำก็ตาม แต่ถ้าหากคุณมีความผิดปกติในร่างกาย มีโรคประจำตัวบางชนิด อย่าง เบาหวาน หรือไทรอยด์ ก็ส่งผลให้คุณมีภาวะอ้วนง่ายลดยากได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตามหากต้องการลดน้ำหนักให้สำเร็จ คุณเองจะต้องหาสาเหตุของน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของคุณให้ได้ก่อนว่ามีปัจจัยมาจากอะไรบ้าง และเริ่มแก้ไขที่สาเหตุนั้น โดยทางที่ดีที่สุดคือการเข้าปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญเพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุของการอ้วนง่ายลดยาก พร้อมวางแนวทางการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง เพื่อให้คุณสามารถลดน้ำหนักได้สำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
อ้างอิง: โรงพยาบาลพญาไท , Pealiciouswellness





