วิกฤตโครงสร้างประชากรที่จำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง และกระแสเทคโนโลยีดิสรัปชันที่บีบให้สถาบันอุดมศึกษาต้องปรับตัวขนานใหญ่ แต่สำหรับ "มหาวิทยาลัยเกริก" (Krirk University) ภายใต้จำนวนนักศึกษาปัจจุบันกว่า 6,000 คน นี่คือห้วงเวลาแห่งการพิสูจน์วิสัยทัศน์ว่า มหาวิทยาลัยยุคใหม่ไม่ได้มีหน้าที่แค่สอนหนังสือ แต่ต้องเป็น "แพลตฟอร์มพหุวัฒนธรรม" ที่เตรียมพร้อมมนุษย์ให้ทำงานร่วมกับผู้คน และเทคโนโลยีได้อย่างไร้พรมแดน
ภาพจำว่า “ม.เกริก” มีแต่นักศึกษาจีนอาจเป็นเพียงส่วนเดียวของความจริง เพราะขณะนี้ ม.เกริก ประสบความสำเร็จในการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้แบบ Global Citizen Hub ที่แท้จริงที่มีสัดส่วนนักศึกษาไทยและต่างชาติสมดุลกันที่ 50:50 โดยชูจุดเด่นของความหลากหลายผ่านแนวคิด "3 วัฒนธรรมหลัก" (ไทย-จีน-อาหรับ)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
'ท้องผูก'แบบไหน ถือว่าผิดปกติ เช็กด่วน! ลำไส้ ขาดอะไร?
จะเกิดอะไรขึ้น? หากร่างกายขาดโอเมก้า-3 ยิ่งอายุเยอะ ยิ่งเสี่ยง
ชูกลยุทธ์ "Precision Marketing" หลักสูตรยืดหยุ่น
รศ.ดร. พรพรรณ จันทโรนานนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกริก ซึ่งรับตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคม 2569 ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่าตอนนี้มหาวิทยาลัยไทยจำนวนมากกำลังเผชิญกับภาวะที่นั่งเหลือล้นแต่ไร้คนเรียน จนเกิดความกังวลต่อความอยู่รอดในระยะยาว แต่ผู้บริหารของม.เกริกกลับมีมุมมองที่แตกต่าง โดยมองว่าวิกฤต เป็นตัวเร่งให้ต้องปรับตัวเร็วขึ้น โดยมีการชูกลยุทธ์ "Precision Targeting Strategy" ภายใต้การนำของ ดร. ธัญญ์พิชชา อติวัณณ์วงษ์ รองอธิการบดีฝ่ายสื่อสารการตลาดประเทศไทย ม.เกริก ที่เปลี่ยนผ่านจากการตลาดแบบดั้งเดิมสู่การใช้ Data-Driven Recruitment ซึ่งมีการใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการ "ยิงแอด" ประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในต่างประเทศได้อย่างแม่นยำ
“ความยืดหยุ่นของหลักสูตร ทำให้บัณฑิตม.เกริก ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการ ตลาดแรงงานทั้งไทยและสากล ซึ่งมีการปรับปรุงหลักสูตรบ่อยครั้งกว่าค่าเฉลี่ยของสถาบันอุดมศึกษาทั่วไป เนื่องจากมหาวิทยาลัยมีข้อมูลเชิงลึกจากเครือข่ายพันธมิตรในประเทศจีนกว่า 20 แห่ง ทำให้สามารถคาดการณ์ทิศทางความต้องการแรงงานในตลาดสากลได้ล่วงหน้า เมื่อกระแสโลกเปลี่ยน มหาวิทยาลัยจึงสามารถ Re-skill และ Up-skill หลักสูตรได้ทันที เน้นที่การสร้างบัณฑิตพร้อมใช้มากกว่าการเน้นทฤษฎีเพียงอย่างเดียว”รศ.ดร. พรพรรณ กล่าว
"โซนนานาชาติ" ศูนย์กลางพหุวัฒนธรรมแบบสมดุล
ความโดดเด่นของม.เกริก คือ การจัดตั้งวิทยาลัยนานาชาติอิสลามกรุงเทพฯ (International Islamic College Bangkok) ซึ่งถือเป็นสถาบันอุดมศึกษาทางเลือกแห่งแรกในกรุงเทพฯ ที่สามารถเติมเต็มช่องว่างทางการศึกษาสำหรับกลุ่มมุสลิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้การนำของ ศ.ดร.จรัญ มะลูลีม รองอธิการบดีฝ่ายการต่างประเทศและคณบดีวิทยาลัยนานาชาติอิสลามกรุงเทพ ที่มีเครือข่ายและความสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มประเทศอาหรับ โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบีย มหาวิทยาลัยจึงมีกลุ่มนักศึกษาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง เช่น เยเมน ตุรกี และซาอุดีอาระเบีย
อธิการบดี เกริกกล่าวต่อว่าม.เกริก ยังสร้างระบบนิเวศพหุวัฒนธรรม ที่เชื่อมโยงระหว่างตลาดจีน ตลาดไทย และตลาดอิสลาม โดยเริ่มดึงดูดนักศึกษามุสลิมจากมณฑลต่างๆ ของจีน เข้ามาเรียนร่วมกับนักศึกษาไทยและอาหรับ สร้างสภาพแวดล้อมแบบพหุวัฒนธรรมที่ CEO เรียกว่า ความประสานกลมกลืน ผ่านกิจกรรมที่สลายกำแพงวัฒนธรรม เช่น งานลอยกระทง การเปิดสอนนาฏศิลป์ไทย และดนตรีไทยที่ให้นักศึกษาจีนได้มีส่วนร่วมเล่นร่วมแสดง ซึ่งความเข้าใจในความแตกต่างนี้เองที่เป็น Soft Power ในการลดแรงเสียดทานเมื่อต้องออกไปทำงานในระดับสากล
การเป็นมหาวิทยาลัยแบบพหุวัฒนธรรม ภาษาคืออาวุธติดตัวที่นักศึกษาทุกคนถูกกำหนดให้เรียน ไม่ว่าจะเป็น นักศึกษาต่างชาติต้องเรียนภาษาไทยอย่างน้อย 2-3 วิชา เพื่อสร้างความเข้าใจในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำงานในประเทศไทย และนักศึกษาไทยต้องเรียนภาษาจีน เพื่อสร้างโอกาสในอนาคต
"นักศึกษาต่างชาติโดยเฉพาะนักศึกษาจีน เขามองว่าเมืองไทยปลอดภัยและคนไทยเป็นคนอารมณ์ดี ความเป็นครอบครัวเล็กๆ ที่นี่ทำให้เขารู้สึกเหมือนอยู่บ้าน และพร้อมจะเปิดใจเรียนรู้ซึ่งกันและกัน นักศึกษาจีนที่มาเรียนที่ม.เกริก จึงสนใจมาเรียนที่นี้จำนวนมาก และมหาวิทยาลัยเองต้องมีการปรับการเรียนการสอน หลักสูตรที่เชื่อมโยงกับ AI มากขึ้น"รศ.ดร. พรพรรณ กล่าว
AI Hybrid ปั้นบัณฑิต "Implementer"
ในยุคปัญญาประดิษฐ์(AI) “ม.เกริก” ได้ยกระดับมาตรฐานการศึกษาด้วยการจัดตั้ง "คณะนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม" และเปิดสาขา "ปัญญาบัณฑิตและนวัตกรรมธุรกิจ" ซึ่งได้รับอนุมัติให้เป็นปริญญา "วิทยาศาสตร์บัณฑิต" โดยจะเปิดรับนักศึกษาในปีการศึกษา 2569 นี้
รศ.ดร. พรพรรณ อธิบายว่ายุทธศาสตร์ AI ของม.เกริกเน้นไปที่การเป็น "Implementer" หรือผู้ประยุกต์ใช้และสั่งการอย่างเชี่ยวชาญ นักศึกษาจะมีความรู้เชิงเทคนิคที่เข้มข้น เข้าใจ Logic และการเขียน API เพื่อควบคุมและสั่งการ AI ให้ตอบโจทย์ทางธุรกิจได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ผู้ใช้งาน (User) ทั่วไป โดยเฉพาะในโมเดล ภาษาจีน + เทคโนโลยี ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากในโรงงานและบริษัทจากจีนและไต้หวันในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ Automation และ AI
ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยยังใช้ AI ในการควบคุมคุณภาพการศึกษา (Quality Assurance) ผ่านซอฟต์แวร์ตรวจจับการใช้ AI ในการทำรายงานของนักศึกษา เพื่อให้มั่นใจว่าเทคโนโลยีถูกใช้เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ ไม่ใช่เพื่อการลดทอนจริยธรรมทางวิชาการ
แผนรุกตลาดอาเซียน-เรียนรู้ตลอดชีวิต
ด้วยการเปลี่ยนแปลงในประเทศจีนที่มีการเปิดมหาวิทยาลัยมากขึ้น และสนับสนุนให้เด็กจีนเรียนภายในประเทศ มากกว่าการไปเรียนในต่างประเทศ “ม.เกริก” จึงมีแผนในการขยายกลุ่มนักศึกษาไปสู่ตลาดอาเซียนมากขึ้น โดยตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการศึกษาของภูมิภาคภายใน 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งกลุ่มเป้าหมายใหม่จะเน้นนักศึกษาจากอินโดนีเซีย ทั้งกลุ่มมุสลิมและทั่วไป, มาเลเซีย, เมียนมา และ สปป.ลาว อาศัยความแข็งแกร่งของเครือข่ายศิษย์เก่าและระบบพันธมิตรที่แน่นแฟ้น
“นอกจากกลุ่มวัยเรียนแล้ว มหาวิทยาลัยยังเดินหน้าโมเดล ธนาคารหน่วยกิต และ Short Courses (หลักสูตรระยะสั้น)เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุและคนทำงาน (Up-skill/Re-skill) หลักสูตรระยะสั้นที่เปิดสอน อาทิ Business Matching, ภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร ซึ่งปัจจุบันมีผู้เรียนแล้วกว่า 9 รุ่น รวมกว่า 1,000 คน และความรู้ด้านโลจิสติกส์ ผู้เรียนสามารถสะสมหน่วยกิตจากการเรียนนอกเวลา เพื่อนำไปเทียบโอนเป็นปริญญาโทหรือเอกได้ เป็นการสร้าง Network ระหว่างผู้ประกอบการที่ทรงพลัง และตอบโจทย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต”อธิการบดีม.เกริก กล่าว
ทุนจีนในอุดมศึกษาไทย"สะพาน" แห่งโอกาส?
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา “ม.เกริก” ถูกมองว่าเป็นของทุนจีน ซึ่งมหาวิทยาลัยเลือกที่จะพิสูจน์ตนเองผ่านโมเดลการร่วมทุนที่สร้างคุณค่า (Social Value Creation) โดยวางตำแหน่งเป็น "Bridge" หรือสะพานเชื่อมความสัมพันธ์เชิงลึกระหว่างไทยและจีน มากกว่าแค่สถาบันเพื่อกำไรเชิงพาณิชย์
รศ.ดร. พรพรรณ กล่าวด้วยว่าวิทยาลัยภาษาและวัฒนธรรมจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากนักศึกษาเพียง 6 คน สู่หลักหลายร้อยคน ด้วยหลักสูตรที่ปรับปรุงตามความต้องการของสังคม มหาวิทยาลัยใช้กลยุทธ์ "ใจถึง" ในการสร้างโอกาส เช่น การส่งนักศึกษาไทยไปเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมที่ประเทศจีนเป็นเวลา 1 เดือน โดยมหาวิทยาลัยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเกือบทั้งหมด (จ่ายเพียงค่าตั๋วเครื่องบิน) และในกรณีนักศึกษาที่มีข้อจำกัดทางการเงิน มหาวิทยาลัยยังจัดหาทุนสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบินให้เพิ่มเติม เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กเกริกทุกคนจะได้รับประสบการณ์ระดับโลกอย่างเท่าเทียม
“อัตราการได้งานทำของนักศึกษาสูงมาก โดยเฉพาะในสาขาภาษาและวัฒนธรรมจีน ที่สามารถพูดได้เต็มปากว่า จบแล้วมีงานทำ 100% และส่วนใหญ่ถูกจองตัวตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ”รศ.ดร.พรพรรณ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ม.เกริก ยังคงเดินหน้าพัฒนาปรับปรุงหลักสูตร เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของโรงงานและบริษัทข้ามชาติ (จีน-ไต้หวัน) ที่เข้ามาลงทุนในไทย และเติมทักษะที่พร้อมใช้งานทันที โดยนักศึกษาจะได้รับการฝึกฝนให้ใช้เครื่องมือเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ภาคธุรกิจใช้งานจริง ทำให้เมื่อเข้าสู่ตลาดแรงงาน บัณฑิตจะสามารถ Start งานโดยไม่ต้องผ่านการ Re-training ใหม่





