“โรคกระดูกสันหลัง” เป็นปัญหาสุขภาพที่พบมากทั่วโลก โดยเฉพาะโรคกระดูกสันหลังเสื่อมและคด พบผู้ป่วยปวดหลังเรื้อรังจากความเสื่อมทั่วโลกกว่า 266 ล้านคนต่อปี โดยโรคกระดูกสันหลังเสื่อมมักเกิดในเพศหญิงอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่า 70% ส่วนกระดูกสันหลังคดพบได้ 2-3% ของประชากร โดยมักพบในวัยรุ่น และมีอุบัติการณ์คดแบบไม่ทราบสาเหตุสูงถึง 80%
สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจากกรมการแพทย์เปิดเผยว่ามีคนไทยป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับความเสื่อมของกระดูกและข้อกว่า 6 ล้านคน และที่น่าจับตามองคือ การขยายตัวของโรคในกลุ่มคนอายุน้อยลง โดยเฉพาะกลุ่ม “วัยทำงาน” (อายุ 30-45 ปี) ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ด้วยจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น “ประเทศไทย” ได้มุ่งพัฒนานวัตกรรมโรคกระดูกและข้อเพื่อยกระดับการรักษาและลดการนำเข้าจากต่างประเทศ โดยเน้นเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น กระดูกข้อสะโพกไทเทเนียม 3 มิติ, วัสดุทดแทนกระดูกพรุน, และ วัสดุฝังใน OSSICURE ของศิริราชและสวทช. ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลดภาวะแทรกซ้อน และฟื้นตัวไว การนำนวัตทางการแพทย์ อย่าง การผ่าตัดกระดูกและข้อยุคใหม่ ที่เน้น “แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว” ลดอาการแทรกซ้อนต่างๆ รวมถึงการประยุกต์ใช้วัสดุสมุนไพรพื้นบ้าน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
ภัยเงียบ 'วัยทำงาน'เสี่ยง 'โรคกระดูกและข้อ' วิมุต เปิดศูนย์ดูแลแบบองค์รวม
'โรคอ้วน' เสี่ยง 'สมองแก่ก่อนวัย' ดูแลสมอง ไม่ใช่เรื่องของคนแก่
“MIS” แผลเล็ก เจ็บน้อย คืนเดียวกลับบ้านได้
วันนี้ "กรุงเทพธุรกิจ" ได้เปิดคอลัมน์ "สุขภาพ รู้ก่อน ป้องกันได้" เพื่อนำองค์ความรู้ด้านการแพทย์และสาธารณสุข มาช่วยไขข้อข้องใจในการป้องกัน ดูแล รักษาสุขภาพ โดยล่าสุด ได้มีโอกาสพูดคุยกับทาง “โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ”ซึ่งได้มีการนำ “เทคนิคผ่าตัดแผลเล็ก Minimally Invasive Surgery (MIS)” พลิกภาพจำการผ่าตัดกระดูกสันหลัง จากการพักฟื้นยาวนาน สู่การรักษาที่รบกวนร่างกายน้อย ฟื้นตัวเร็ว ช่วยผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจุบันเทคนิค MIS ถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคกระดูกสันหลังมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นการผ่าตัดที่ใช้แผลขนาดเล็กเพียงประมาณ 0.5 เซนติเมตร อาศัยกล้องและเครื่องมือเฉพาะทาง ทำให้แพทย์สามารถเข้าถึงตำแหน่งที่มีปัญหาได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องเปิดแผลกว้างหรือตัดกล้ามเนื้อจำนวนมากเหมือนการผ่าตัดแบบดั้งเดิม
“นพ.วิศิษฐ์ แซ่ล้อ” แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ อธิบายว่าแม้จะยังใช้คำว่า ‘ผ่าตัด’ แต่ MIS เป็นการรบกวนเนื้อเยื่อรอบข้างน้อยมาก ส่งผลให้ผู้ป่วยเจ็บน้อย เสียเลือดน้อย ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน และสามารถฟื้นตัวได้รวดเร็ว จนหลายกรณีสามารถพักฟื้นเพียงคืนเดียวและกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย
ฟื้นตัวไว ลดเสี่ยงติดเชื้อ ภาวะแทรกซ้อน
ทั้งนี้ เทคนิค MIS ถูกนำมาใช้รักษาโรคกระดูกสันหลังหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนหรือทับเส้นประสาท, โรคกระดูกสันหลังเสื่อม, ภาวะโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ, กระดูกสันหลังเคลื่อน รวมถึงความผิดรูปหรือเนื้องอกบริเวณกระดูกสันหลัง
จุดเด่นสำคัญของการผ่าตัดแผลเล็ก คือการช่วยให้ผู้ป่วยสามารถลุก เดิน และทำกิจวัตรพื้นฐานได้ภายใน 6–24 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด ลดความจำเป็นในการนอนโรงพยาบาลเป็นเวลานาน ซึ่งไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อในโรงพยาบาลหรือภาวะแทรกซ้อนจากการนอนนิ่ง แต่ยังช่วยลดต้นทุนทางอ้อม ทั้งด้านเวลาและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน
พักฟื้นเพียงคืนเดียวไม่ได้หมายถึงการลดทอนมาตรฐานการดูแล แต่เป็นผลจากการวางระบบรักษาอย่างเป็นขั้นตอน ตั้งแต่การประเมินผู้ป่วยอย่างเหมาะสม เทคนิคการผ่าตัดที่แม่นยำ การเฝ้าระวังอาการหลังผ่าตัด ไปจนถึงการติดตามผลและฟื้นฟูด้วยกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง
“การเลือกเข้ารับการผ่าตัดแผลเล็ก MIS ควรพิจารณาควบคู่กันทั้งความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์ เทคโนโลยีที่ได้มาตรฐาน และระบบดูแลหลังการรักษา เพื่อให้การผ่าตัดกระดูกสันหลังไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการฟื้นฟูสุขภาพระยะยาว ที่ช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ” นพ.วิศิษฐ์ กล่าว
ตรวจไว รักษาหาย กลับมาใช้ชีวิตได้เร็ว
นพ.วิศิษฐ์ ให้คำแนะนำว่า“โรคกระดูกและข้อ” ต้องมุ่งเน้นการรักษาในกลุ่มโรคเฉพาะ ทีมแพทย์ต้องมีประสบการณ์ดูแลผู้ป่วย โดยเฉพาะกระดูกสันหลัง ยิ่งเคสซับซ้อน ต้องได้รับการประเมินแนวทางการรักษาได้อย่างเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ตั้งแต่การคัดกรองว่าใคร “จำเป็นต้องผ่าตัด” และใครสามารถรักษาด้วยวิธีอื่น ไปจนถึงการเลือกใช้เทคนิคผ่าตัดแผลเล็ก (MIS) ให้ตรงกับลักษณะโรคอย่างแท้จริง
นอกจากนั้น ผู้ป่วยควรดูความพร้อมของโรงพยาบาล ทั้งด้านเทคโนโลยี อุปกรณ์เฉพาะทางสำหรับการผ่าตัดแผลเล็กโดยตรง รวมถึงการใช้กล้องและเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำ เพื่อลดการรบกวนเนื้อเยื่อ และลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน ที่สำคัญควรมีระบบดูแลหลังผ่าตัดแบบครบวงจร ตั้งแต่การเฝ้าระวังอาการในช่วง 24 ชั่วโมงแรก การวางแผนฟื้นฟูด้วยกายภาพบำบัด ไปจนถึงการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้แนวคิด “พักฟื้นคืนเดียว” เกิดขึ้นได้อย่างปลอดภัย และช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตและทำงานได้เร็วขึ้น ลดการสูญเสียเวลาและต้นทุน ทางอ้อมในระยะยาว
หากใครมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกและข้อ อย่าปล่อยไว้ ควรรีบพบแพทย์ เพราะหากรักษาได้ไว โอกาสกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติก็ยิ่งมีสูงขึ้น





