หากพูดถึงการท่องเที่ยวในสมัยก่อน อาจหมายถึง การพักผ่อนชั่วคราว และการเปลี่ยนบรรยากาศจากชีวิตประจำวัน เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขระยะสั้นที่ช่วยเติมพลังให้ร่างกายก่อนจะกลับไปใช้ชีวิตประจำวันปกติแต่ ณ ปัจจุบันการท่องเที่ยวกำลังก้าวจากการ ‘พักผ่อนชั่วคราว’ สู่การ ‘ลงทุนระยะยาวเพื่อสุขภาพ’
ประเทศไทย คือ หนึ่งในประเทศที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในฐานะจุดหมายปลายทางที่เต็มไปด้วยศักยภาพในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติอันงดงาม และหลากหลาย อาหารที่เป็นเอกลักษณ์ระดับโลก อีกทั้งยังเปี่ยมด้วยภูมิปัญญาด้านสุขภาพ พร้อมด้วยวัฒนธรรมที่หล่อหลอมด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน และอัธยาศัยไมตรีที่จริงใจ
เมื่อเร็วๆ นี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บีดีเอ็มเอส เวลเนสคลินิก และพันธมิตรร่วมกันแถลงข่าวWellness Hub Thailand, The Land of Life : “The Journey Within” ผนึกกำลังภาครัฐ และเอกชนสร้าง Wellness Economy ไทยให้แข็งแกร่งในระดับภูมิภาค “ชูวิทย์ ศิริเวชกุล” รองผู้ว่าการด้านนโยบาย และแผนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท. มองว่าแนวคิด Wellness Hub Thailand, The Land of Life : “The Journey Within” เป็นปรากฏการณ์ใหม่ของการท่องเที่ยวไทยที่ตอบโจทย์โลกยุคปัจจุบัน ซึ่งนักเดินทางสมัยใหม่กำลังมองหาการเดินทางที่มีความหมายต่อสุขภาพกาย และใจซึ่งแนวคิดนี้ได้สะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในทุกๆ ด้าน ตั้งแต่การท่องเที่ยว การพักผ่อน ไปจนถึงการดูแลสุขภาพ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
CMMU สร้าง 'Management DNA' รับธุรกิจ Wellness - Medical Hub
'5 เทรนด์สุขภาพเด่นปี 2026' ที่คนรักสุขภาพต้องรู้ ปรับตัวให้พร้อม!
ส่งเสริมองค์ความรู้ดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
นอกจากนี้การสร้าง Wellness Ecosystem จะช่วยเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยว (Value per Visitor) ซึ่งสร้างรายได้ และกระจายประโยชน์สู่หลายภาคส่วนในห่วงโซ่อุตสาหกรรม เชื่อมั่นว่าแนวทางนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพของโลกอย่างยั่งยืน
ปรากฏการณ์ใหม่ของการท่องเที่ยวไทย Wellness Hub Thailand, TheLand of Life : The Journey Within แนวคิดที่มอบคุณภาพชีวิต ผ่าน Wellness Ecosystem
นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนสคลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนสรีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าในขณะที่โลกพัฒนาอย่างรวดเร็ว ผู้คนกลับเผชิญความท้าทายด้านสุขภาพมากกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)ความเครียดจากวิถีชีวิตเมือง ปัญหาการนอนหลับ ภาวะหมดไฟ และความไม่สมดุลทางกาย และใจปัญหาสุขภาพเหล่านี้ไม่ใช่แค่ปัญหาของประเทศไทยแต่เป็นภาพสะท้อนของผู้คนทั่วโลกในยุคปัจจุบัน
โดย BDMS Wellness Clinic เชื่อว่าวิธีแก้ไขที่ยั่งยืนไม่ใช่การรักษาที่ปลายเหตุ หากคือ การส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อให้ทุกคนสามารถดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสมตั้งแต่ก่อนเกิดโรค
“แนวคิดนี้คือ จุดกำเนิดของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ซึ่งวันนี้ได้พัฒนาเป็นเมกะเทรนด์ของโลก สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการเดินทางเพื่อพักผ่อน สู่การเดินทางเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างแท้จริงสำหรับประเทศไทย "
เศรษฐกิจWellnessไทยโตสูง 28.4%
ข้อมูลล่าสุดจากGlobal Wellness Institute (GWI)ระบุว่า เศรษฐกิจWellnessของไทยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 28.4% สูงเป็นอันดับ 1 ของโลกในช่วง ค.ศ.2022-2023 โดยภาคส่วนที่ขยายตัวโดดเด่นที่สุดคือ ‘การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ’ใน ค.ศ.2023-2024 ภาคการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยขยายตัวอย่างโดดเด่น ด้วยอัตราการเติบโต 36.4% สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่เติบโต 37.7 % และประเทศอินเดียที่เติบโตเป็นอันดับหนึ่งถึง 57.5%
"ตัวเลขดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนความต้องการของนักเดินทางทั่วโลกแต่ยังแสดงถึงโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ที่จะนำพาเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศ” นพ.ตนุพล กล่าวเพิ่มเติม
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ “การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” ของประเทศไทยเติบโตเป็นอันดับหนึ่ง เกิดจากการผสานจุดแข็งของประเทศที่ไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยว และธรรมชาติอันงดงามเท่านั้น หากยังรวมถึงอาหารไทยที่เปี่ยมด้วยภูมิปัญญาด้านโภชนาการ สมุนไพรไทยที่สืบทอดองค์ความรู้มายาวนานการบริการอันอ่อนน้อมตลอดจนศาสตร์การแพทย์แผนไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานสากล
บูรณาการเครือข่าย Wellness Team Thailand
องค์ประกอบทั้งหมดนี้จึงไม่ใช่เพียงจุดแข็งที่แยกส่วนกัน แต่หลอมรวมเป็นประสบการณ์การดูแลสุขภาพอันเป็นหัวใจสำคัญของแนวคิด “The Journey Within” การเดินทางเพื่อสุขภาพที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงปลายทางภายนอก แต่คือ การเดินทางกลับมาเข้าใจร่างกาย และจิตใจของตนเองพร้อมเติมพลังให้กับจิตวิญญาณนี่จึงเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนว่าประเทศไทย ไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยว แต่กำลังก้าวสู่บทบาท “TheLand of Life” หรือ “ดินแดนแห่งชีวิต” อย่างแท้จริง บนพื้นฐานของ Wellness Ecosystem ที่แข็งแกร่ง
โดย “The Journey Within” คือ ความร่วมมือแบบบูรณาการของเครือข่ายภาครัฐ และเอกชน เป็น Wellness Team Thailand โดยจัดวางบทบาทของพันธมิตรแต่ละภาคส่วนอย่างชัดเจนในโมเดล Travel-Stay-Scientific Wellness เพื่อสร้าง Wellness Ecosystem ที่เชื่อมโยงทั้งระบบ ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ความยั่งยืน และความงามอย่างมีคุณภาพ ตอบโจทย์ แนวคิด Healthy Aging เพื่อสะท้อนว่า Wellness ในยุคใหม่ไม่ได้ดูแลเพียงสุขภาพภายใน แต่รวมถึงความมั่นใจที่สามารถสร้างได้จากภายในถึงภายนอก ดูแลสุขภาพที่พัฒนาบนพื้นฐานของงานวิจัย ผสานศาสตร์การผ่อนคลายเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยสอดคล้องกับแนวคิด Wellness มาตรฐานสากล วางแผนการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
"ความสำเร็จดังกล่าวเกิดขึ้นจากการขับเคลื่อนด้วยศักยภาพที่แข็งแกร่งของแต่ละภาคส่วนในระยะที่ผ่านมา และหากเกิดการ Synergy อย่างเป็นระบบในครั้งนี้ มูลค่าเศรษฐกิจจะทวีคูณขึ้นไปอีกขั้น เพราะนำจุดแข็งของ ททท., โรงแรม, สายการบิน และโรงพยาบาล มา Synergy ร่วมกันอย่างเป็นระบบ สมการความสำเร็จจะไม่ใช่แค่ 1+1 เท่ากับ 2 อีกต่อไป แต่จะกลายเป็นแรงส่งมหาศาลที่พาเราก้าวกระโดดสู่ผู้นำโลกได้อย่างแท้จริง”
เพิ่มมูลค่าเวลเนสไทยให้ไปถึงTop 5
นพ.ตนุพล กล่าวด้วยว่านอกจากนี้การเพิ่มมูลค่าเวลเนสไทยให้ไปถึง Top 5 สามารถทำได้ด้วยการ ยกระดับภูมิปัญญาด้วยวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วย
1. สมุนไพรไทย (Thai Herbs) ยกระดับจากพืชสวนครัวสู่นวัตกรรม ต้องมีงานวิจัยรองรับลึกถึงระดับสารสกัด (Active Ingredients)
2. นวดแผนไทย (Thai Massage) เปลี่ยนภาพลักษณ์เป็นการนวดบำบัดกึ่งการแพทย์ (Medical Massage) โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาเสริม เช่น การใช้ Ultrasound หรือ Shockwave ร่วมกับการนวดเพื่อรักษาอาการออฟฟิศซินโดรม
3. โรงแรมสุขภาพ (Wellness Hotel) ต้องเป็น “Sanctuary of Sleep” ออกแบบตามหลัก Deep Sleep Science มีการควบคุมแสง อุณหภูมิ และระดับเสียง เพื่อการพักผ่อนที่มีคุณภาพสูงสุด
4. อาหารเป็นยา (Culinary Wellness) การทำงานร่วมกันระหว่างเชฟ และแพทย์ (Chef & Doctor) เพื่อรังสรรค์เมนูเฉพาะบุคคล (Genomics Diet) ตามผลตรวจพันธุกรรม
“ผนึกกำลังระดับชาติ สร้าง Ecosystem ไร้รอยต่อ ประเทศไทยไม่สามารถทำแบบ ” ต่างคนต่างทำ “ได้อีกต่อไป การจะฝ่าวิกฤติ และเปลี่ยนเป็นเม็ดเงินทางเศรษฐกิจได้ ต้องพึ่งโปรเจกต์ Wellness Hub Thailand ที่เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือครั้งใหญ่ที่สุดระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน เพื่อสร้าง Seamless Journey ให้นักท่องเที่ยว”
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





