เศรษฐกิจสุขภาพโลกกำลังหมุนจาก “การรักษา” (Sick-care) เข้าสู่ยุค “การมีสุขภาวะที่ดี” สุขภาวะเชิงรุก(Wellness) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยในฐานะ Medical Hub กำลังเผชิญกับ “จุดคอขวด” สำคัญ นั่นคือ การมีบุคลากรทางการแพทย์ที่เชี่ยวชาญระดับสูง แต่กลับขาด “มืออาชีพด้านการจัดการ” (Health Care Management Professional) ที่จะมาเปลี่ยนความเชี่ยวชาญให้กลายเป็นมูลค่าทางธุรกิจ
มูลค่าตลาด Health & Wellness ของไทยในปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตสูงทะลุ 1.3 ล้านล้านบาท โดยเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เติบโตเร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 4 เท่า ทำให้ประเทศไทยสู่การเป็น 1 ใน 5 อันดับผู้นำระดับโลก (Wellness Hub) โดยเน้นท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) อาหารเพื่อสุขภาพ ความงาม สมุนไพรไทย การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และเทคโนโลยีสุขภาพ
นอกจากนั้น อุตสาหกรรมสุขภาพไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในรั้วโรงพยาบาล แต่กำลัง Synergy เข้ากับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate) และเทคโนโลยีอย่างลึกซึ้ง จนเกิดเป็นเทรนด์ “Wellness Residences” หรือที่พักอาศัยที่เน้นสุขภาวะองค์รวม (Holistic Well-being) ทั้งกาย ใจ และจิตวิญญาณ ซึ่งต้องการการบริหารจัดการที่ซับซ้อนกว่าธุรกิจทั่วไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
'ศิริราชวิทยวิจัย' นวัตกรรมแพทย์ขั้นสูง แปลงงานวิจัย เพื่อสุขภาพของคนไทย
'SiPH' ผู้ป่วยเพิ่ม10% ใช้เทคโนโลยีการแพทย์ชั้นสูง รับผู้ป่วยวิกฤต
Pain Point ผู้นำบริหารธุรกิจสุขภาพ
รศ.ดร.ปรารถนา ปุณณกิติเกษม คณบดีวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่าธุรกิจสุขภาพเติบโตแบบก้าวกระโดด และปัจจุบันแพทย์จบใหม่จำนวนมากมีการไปใช้ทุนในโรงพยาบาลชุมชน หลายคนต้องรับตำแหน่งผู้อำนวยการหรือรองผู้อำนวยการตั้งแต่อายุยังน้อย การมีทักษะบริหารทีม เข้าใจงบการเงิน และวางแผนกลยุทธ์ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้พวกเขารันระบบสาธารณสุขในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อีกทั้งแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ต้องการเป็นผู้บริหารโรงพยาบาล หรือเปิดคลินิกของตนเองมากขึ้น แต่มีข้อจำกัดในเรื่องทักษะการบริหารจัดการ บริหารการเงิน ต้นทุน และความเสี่ยง ซึ่งถือเป็น Pain Point แพทย์, บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ประกอบการที่สนใจธุรกิจด้านนี้
“การเป็นผู้บริหารธุรกิจสุขภาพ ไม่ใช่เพียงมีองค์ความรู้ด้านแพทย์เท่านั้น แต่ต้องมีทักษะด้านการบริหารจัดการองค์กรอย่างเป็นระบบ การเงิน การจัดการคนซึ่งทาง CMMU เล็งเห็นข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจสุขภาพ จึงได้วางกลยุทธ์เป็นแพลตฟอร์มเพิ่มประสิทธิภาพทักษะการบริหารจัดการธุรกิจสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น Healthcare, Wellness หรือ Longevity ให้กับแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ประกอบการ ผู้บริหารโรงพยาบาล หรือทายาทธุรกิจโรงพยาบาล”
DNA ผู้บริหารธุรกิจสุขภาพรุ่นใหม่
“ผู้บริหารธุรกิจสุขภาพ รุ่นใหม่” จำเป็นต้องมี DNA
1. ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและเน้นความยั่งยืน
2. เป็นมืออาชีพด้านการจัดการอย่างเป็นระบบ
3. มีภาวะผู้นำเชิงจริยธรรม
รศ.ดร.ปรารถนา กล่าวต่อว่าเป้าหมายของ 2 หลักสูตรที่ทาง CMMU มุ่งพัฒนาและผลิตบัณฑิตให้มี DNA ทั้ง 3 ด้านผ่านการเรียนการสอนที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะในห้องเรียน อย่าง หลักสูตรปริญญาโท การจัดการธุรกิจสุขภาพแบบองค์รวม (Health Care and Wellness Management: HWM) หลักสูตรนานาชาติที่ ที่เปิดโอกาสให้แพทย์ ผู้ประกอบการธุรกิจสุขภาพระดับสากล และนักศึกษาต่างชาติ โดยเฉพาะคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีผ่านโครงการหลักสูตรร่วมแพทย์ศาสตร์บัณฑิตและการจัดการมหาบัณฑิต (Medical degree - master in management, MDMM) สามารถเรียน 7 ปี ได้ 2 ปริญญา
ส่วนอีกหลักสูตรการจัดการธุรกิจสุขภาพ หรือ Health Business Management (HBM) เป็นหลักสูตรที่เหมาะกับผู้บริหารโรงพยาบาล ทายาทธุรกิจสุขภาพไทย ผู้ประกอบการธุรกิจสุขภาพ ซึ่งร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลให้นักศึกษาแพทย์ศิริราชสามารถมาเรียนเก็บวิชาบริหารควบคู่การเรียนแพทย์ได้ เป็นการเรียนการสอนเพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดการสถานพยาบาลในไทย
“ผู้นำธุรกิจสุขภาพจะมีความรับผิดชอบต่อสังคมและดำเนินธุรกิจหรือกิจการโดยเน้นความยั่งยืน ไม่ใช่เน้นเพียงกำไรระยะสั้น แต่ต้องสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้รับบริการและสังคมรวมถึงต้องมีความสามารถในการบริหารทั้งระบบบริการ ทั้งบริหารคน ใช้เทคโนโลยีและ Data-Driven ประกอบการตัดสินใจ โดยใช้ AI และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่มาช่วยในการตัดสินใจ เพื่อประเมินความเสี่ยงและบริหารต้นทุนในธุรกิจสุขภาพที่มีความผันผวนสูง และต้องเป็นผู้นำที่เห็นอกเห็นใจผู้อื่น เพราะการบริหารจัดการผู้คนในสายสาธารณสุข สายสุขภาพต้องใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ ควบคู่กับความเข้าใจในความเป็นมนุษย์ที่สูงกว่าธุรกิจอื่น และเป็นผู้นำเชิงจริยธรรมที่ดำเนินตามหลักจริยธรรม จรรยาบรรณของวิชาชีพ”
Business Ecosystem มากกว่าห้องเรียน
รศ.ดร.ปรารถนา กล่าวต่อไปว่าหลักสูตรของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล เน้นการสร้าง Business Ecosystem จากความหลากหลาย (Diversity) ของผู้เรียน ตั้งแต่แพทย์เฉพาะทางระดับ ผู้บริหารโรงพยาบาลชั้นนำอย่างรพ.วิชัยยุทธ รพ.เกษมราษฎร์ หรือ รพ.บางปะกอก ไปจนถึงนักศึกษา Gen Z และเภสัชกร รวมถึงทายาทโรงพยาบาล ล้วนเป็นจุดกำเนิดของนวัตกรรมและพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ๆ
“การติดอาวุธให้แก่ผู้นำธุรกิจสุขภาพ จะเป็นการเรียนรู้แบบ Practical Learning ผ่าน “Real World Project” เช่น การรับโจทย์จริงจากผู้อำนวยการโรงพยาบาล CEO เครือคลินิกความงามหรือโรงพยาบาลชื่อดัง ให้นักศึกษาลงพื้นที่แก้ปัญหาหน้างานจริง ตั้งแต่ระบบบริหารยาไปจนถึงการออกแบบประสบการณ์ลูกค้า รวมถึงการบริการที่รองรับสังคมผู้สูงอายุด้วยโมเดล Life-long Learning ผ่าน Short Course ด้าน Longevity ที่ได้รับความนิยมสูงสุด”
นอกจากนั้น จะมีการเรียนรู้ผ่านรายวิชา Financial Management เพื่อให้อ่านงบและบริหารต้นทุนเป็น, Strategic Marketing ที่เน้นการสร้างความเชื่อมั่น และ Operation Management เพื่อจัดการคอขวดในการบริหารจัดการโรงพยาบาล หรือคลินิก เป็นต้น
เรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่านหลักสูตร Non-degree
รศ.ดร.ปรารถนา กล่าวอีกว่า องค์ความรู้ด้านสุขภาพเปลี่ยนแปลงเร็วมาก CMMU จึงเปิดพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านหลักสูตรระยะสั้น (Non-degree) ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เช่น หลักสูตร Longevity ที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการธุรกิจเพื่อการมีอายุยืนยาว ซึ่งเปิดรับผู้เรียนทุกช่วงวัย และในอนาคตจะมีหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น แบบ Hybrid (Online & On-site) เพราะการเรียนรู้ในธุรกิจสุขภาพยุคใหม่ไม่มีคำว่า จบการศึกษา
“ตอนนี้มีหลายมหาวิทยาลัยเปิดหลักสูตรบริหารธุรกิจสุขภาพ หรือ Wellness ซึ่งไม่ใช่เรื่องของเทรนด์สุขภาพอย่างเดียว แต่เป็นการเพิ่มศักยภาพให้แก่ผู้นำธุรกิจสุขภาพ หรือ ผู้สนใจธุรกิจสุขภาพที่ต่อให้ไม่ได้จบแพทย์ หรือมีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ก็สามารถมาเรียนได้ เพราะหลักสูตรจะประเมินว่ามีจุดอ่อนด้านใด การเงิน การบริหารคน การตลาด และการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติจริงจะช่วยสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่ง เนื่องจากจิตวิญญาณของมหิดล ความสำเร็จที่แท้จริงไม่ใช่เพียงการเรียนรู้ แต่คือการนำความรู้นั้นไปใช้เพื่อประโยชน์แก่ทุกคน และธุรกิจสุขภาพที่ยั่งยืน คือธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมกับคุณภาพชีวิตที่ดีของสังคม”
อย่างไรก็ตาม หลักสูตรของ CMMU ถูกออกแบบมาเพื่อให้เป็นหลักสูตรการเรียนการสอนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ทันสมัย ตอบสนองความต้องการของสังคมในปัจจุบันและปรับตัวพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ซึ่งไม่ใช่เพียงตอบโจทย์ธุรกิจ แต่ยังอยู่บนพื้นฐานความรับผิดชอบต่อสังคม และมุ่งสู่ความยั่งยืน ฉะนั้น การพัฒนาผลิตผู้นำ ผู้บริหารธุรกิจสุขภาพ หรือผู้ประกอบการเกี่ยวกับโรงพยาบาล คลินิก ต้องเป็นผู้นำองค์กรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางธุรกิจ การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ที่สำคัญต้องมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม และขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน





