การดูแลร่างกายและจิตใจให้มีสุขภาพดี และมีอายุที่ยืนยาวนั้นมีหลากหลายวิธี ซึ่ง "การรับประทานอาหารที่สมดุลและปลอดภัย" เป็นรากฐานสำคัญของการมีสุขภาพดี ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ให้พลังงาน รักษาน้ำหนัก และลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็ง โดยเน้นการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลากหลายชนิด ลดหวาน-มัน-เค็ม และเพิ่มผักผลไม้เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างเพียงพอ
แต่ในบางครั้ง เราอาจจะรับประทานอาหารครบ 5 หมู่แล้ว แต่ทำไมเรายังไม่ได้มีสุขภาวะที่ดีเท่าที่ควร จนต้องมองหาว่าเกิดข้อผิดพลาดตรงจุดไหน วันนี้ "กรุงเทพธุรกิจ" ได้เสนอทางเลือกการรับประทานอาหารตามกรุ๊ปเลือด ซึ่งมีส่วนช่วยให้เกิดสุขภาวะที่ดีได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
ทำไมตัวเลข 'เด็กพิเศษ'พุ่งสูง?..เมื่อความต่างต้องการความเข้าใจมากกว่ารักษา
รับประทานอาหารตามกรุ๊ปเลือด คืออะไร
ดร.ทน.พญ.ณิชชา ไพรัตน์ นักเทคนิคการแพทย์หญิง ประจำงานธนาคารเลือด โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ได้อธิบายไว้ว่า การรับประทานอาหารตามกรุ๊ปเลือด เป็นเทรนด์ใหม่ที่ได้รับความนิยมของ Dr.Perer J.D’Adammo ซึ่งได้รับรางวัลแพทย์ธรรมชาติบำบัดยอดเยี่ยมจากอเมริกา ปี 1990 โดยเขาใช้เวลาในการศึกษาเรื่องนี้มานานกว่า 30 ปี จนได้ข้อสรุป และเขียนเป็นหนังสือ Eat Right for
โดยเขาอธิบายว่า เลือดแต่ละกรุ๊ปมีสารเคมีในเลือดต่างกัน แต่จะมี Antigen เป็นตัวกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ซึ่งอาหารทุกชนิดล้วนมีโปรตีนซึ่งเป็นอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติเหนียว และจับเกาะติดเลือดเรียกว่า “เล็คติน” ถ้าการกินอาหารที่มีเล็คตินไม่เหมาะสมกับเลือดเรา เล็คตินเหล่านั้นยังเข้าไปรบกวนการทำงานของระบบย่อยอาหาร การสร้างอินซูลิน การเผาผลาญอาหาร และความสมดุลของฮอร์โมน
สุวิมล สุธีโสภณ ต้นตำรับอาหารแนว Blood Type Cuisine ในชื่อ The Third Floor อาคารวีรสุ ถนนวิทยุ เป็นผู้ที่ศึกษา และทดลองกินอาหารตามกรุ๊ปเลือดมานานกว่า 3 ปี ได้กล่าวว่ากินแบบนี้ไม่ทรมานตัวเองจนเกินไป ขณะที่กินอาหารแนวอื่น อาจจะทำให้เรารู้สึกเครียดเพราะความอยากกิน แต่วิธีนี้เพียงแต่เรากินของที่ห้ามให้น้อยลง และกินของมีประโยชน์ให้มากขึ้น ซึ่งผลพลอยได้คือน้ำหนักลด และโรคปวดตามข้อค่อย ๆ หายไป
โดยหลายคนที่นำเอาหลักการนี้ไปใช้ แล้วลองทำกับข้าวรับประทานเองชมว่า เขาน้ำหนักลดลง ไปรับประทานอาหารนอกบ้านก็ไม่ลำบาก เพราะเราสามารถเอาหลักการกินตามกรุ๊ปเลือดไปปรับใช้ได้
แต่ละกรุ๊ปเลือด ทานอาหารแตกต่างกัน
โดยสามารถแบ่งได้ตามแต่ละกรุ๊ปเลือด ดังนี้
เลือดกรุ๊ปเอ กรุ๊ปเลือดของสายมังสวิรัติ
เพราะคนเลือดกรุ๊ปเอนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะมีกรดในกระเพาะต่ำ ซึ่งทำให้ระบบการย่อยอาหารและระบบภูมิคุ้มกันไม่ดีเท่าที่ควร และนอกจากนี้ คนเลือดกรุ๊ปเอ ยังมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคหัวใจ และโรคมะเร็งอีกด้วย
โดยอาหารที่เหมาะกับกรุ๊ปเลือดเอ คือ
- อาหารประเภทปลา ที่ช่วยเสริมสร้างโปรตีน ซึ่งควรทานปลา 3-4 ครั้ง ต่อสัปดาห์ แต่ให้หลีกเลี่ยงปลาเนื้อขาว เช่น ปลาตาเดียว หรือปลาจะละเม็ด ที่มีเล็คตินซึ่งรบกวนระบบการย่อยอาหาร
- ลดการรับประทานเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ให้น้อยลง และเลือกดื่มนมถั่วเหลือง หรือโยเกิร์ตไขมันต่ำแทน
- ควรเลือกดื่มนมแพะแทนนมวัว
- ควรเลือกทานอาหารประเภทธัญพืช โดยเฉพาะ เมล็ดทานตะวัน ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ข้าวกล้อง และซีเรียล
- เลือกรับประทานผัก ได้ทั้งผักสดและผักสุก โดยเฉพาะหอมหัวใหญ่ และบร็อคโคลี ที่มีสารแอนติออกซิแดนท์สูง และ แครอท ฟักทอง ผักโขม และกระเทียม ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกัน
- สำหรับผลไม้ ไม่ควรทานแตงโม แคนตาลูป มะม่วง มะละกอ กล้วย ส้ม เพราะจะย่อยยาก
เลือดกรุ๊ปบี รับประทานได้หลากหลาย แต่อ้วนง่าย
สำหรับคนเลือดกรุ๊ปบี ส่วนใหญ่จะมีปัญหาเรื่องไวรัส และภูมิคุ้มกันบกพร่อง ระบบประสาทไม่ค่อยดี และปวดตามข้อ และมีโอกาสเกิดโรคแผลในสมอง หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง
- คนเลือดกรุ๊ปบี มีอาหารที่เหมาะกับกรุ๊ปเลือด คือเนื้อแกะ ปลาน้ำลึก เช่น ปลาหิมะ ปลาเนื้อขาว ปลาจะละเม็ด ปลาตาเดียว
- ควรลดการทานเนื้อหมู ไก่ กุ้ง ปู และหอยแครงให้น้อยลง เพราะเป็นการรบกวนระบบต่าง ๆ ในร่างกาย
- สามารถรับประทานข้าวโอ๊ต ข้าวกล้องได้
- ในขณะที่แป้งสาลี ถั่วลิสง และโฮลวีท ไม่ดีต่อระบบเผาผลาญของคนเลือดกรุ๊ปบีอีกด้วย
- ทานผลไม้ได้เกือบทุกชนิด ยกเว้น ลูกพลับ ทับทิม และลูกแพร์
- ควรดื่มน้ำขิง เปปเปอร์มินต์ และชาเขียว เพื่อการบำรุงร่างกายด้วย
เลือดกรุ๊ปโอ ย่อยง่าย ร่างกายต้องการโปรตีนสูง
สำหรับคนเลือดกรุ๊ปโอ จะมีกระเพาะอาหารที่มีความเป็นกรดสูง ทำให้สามารถย่อยอาหารได้ดีกว่าคนเลือดกรุ๊ปอื่น ๆ แต่ในทางกลับกัน คนเลือดกรุ๊ปโอ จะมีระบบเผาผลาญที่ไม่ค่อยดี มีระดับฮอร์โมนไทรอยด์ไม่คงที่ ทำให้อ้วนง่าย และเลือดแข็งตัวช้า
- โดยคนเลือดกรุ๊ปโอสามารถเลือกทานเนื้อได้ตามใจชอบ รวมไปถึงอาหารทะเล เพียงแค่ต้องระวังเรื่องปัญหาไขมันและโคเรสเตอรอลสักหน่อย
- ควรเลี่ยงอาหารประเภทแป้งให้ได้มากที่สุด
- ควรต้องเน้นผักที่มีวิตามินเค อย่าง บร็อกโคลี และผักโขม ซึ่งจะช่วยให้เลือดแข็งตัวได้ดี
- ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานมะเขือยาว และมันฝรั่ง ซึ่งจะทำให้ปวดข้อได้
- ควรหลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีกรดสูงอย่าง แคนตาลูป มะพร้าว ส้ม และสตรอเบอร์รี่
- ควรงด ชา กาแฟ เพราะจะเป็นการเพิ่มกรดในกระเพาะได้
เลือดกรุ๊ปเอบี มังสวิรัตินิด ๆ คาร์โบไฮเดรตหน่อย ๆ
คนเลือดกรุ๊ปเอบี เป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างกรุ๊ปเลือดเอ และกรุ๊ปเลือดบี ดังนั้น คนเลือดกรุ๊ปเอบี จะเป็นส่วนผสมของการรับประทานมังสวิรัตินิด ๆ กับคาร์โบไฮเดรตหน่อย ๆ จุดอ่อนสำคัญของคนเลือดกรุ๊ปเอบี จึงเป็นเรื่องของระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ กับกรดในกระเพาะต่ำ
- โดยอาหารสำหรับคนเลือดกรุ๊ปเอบี จะเป็น ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง และเต้าหู้
- ไม่ควรทานอาหารที่ย่อยยาก อย่างปลาเนื้อขาว และแซลมอนรมควัน
- เน้นอาหารไขมันต่ำจำพวกเนย นม ไข่ และโยเกิร์ตไขมันต่ำ
- ควรงดเว้นการรับประทานถั่วแดง งา เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน ข้าวโพด เพราะจะชะลอการทำงานของอินซูลิน ทำให้น้ำตาลในเลือดลดลงเฉียบพลัน
- ควรทานผักสดเยอะ ๆ เพื่อช่วยป้องกันมะเร็ง และโรคหัวใจ
- ไม่ควรกินกล้วย มะม่วง ฝรั่ง ส้ม เพราะเป็นอาหารที่ย่อยยาก
"ลดน้ำหนัก"ด้วยการกินอาหารตามกรุ๊ปเลือด
ด้านนพ.สิทธิผล ชินพงศ์ อายุรศาสตร์ ศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลกรุงเทพ อธิบายว่าการกินอาหารมีความสัมพันธ์กับกรุ๊ปเลือด เมื่อแต่ละกรุ๊ปเลือดมีสารเคมีแตกต่างกันและในอาหารทุกชนิดมีเล็คตินหรือโปรตีนที่เคลือบอยู่บนผิวเม็ดเลือดแดง จึงไม่แปลกที่หากกินอาหารที่มีเล็คตินไม่เหมาะกับกรุ๊ปเลือดย่อมรบกวนระบบย่อยอาหาร การเผาผลาญพลังงาน รวมถึงความสมดุลของฮฮร์โมน
ดังนั้น หากต้องการลดน้ำหนักควบคุมน้ำหนักและมีสุขภาพที่แข็งแรงการกินอาหารตามกรุ๊ปเลือดคือทางเลือกที่น่าสนใจนอกจากให้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการยังหมดกังวลกับผลข้างเคียงที่จะตามมา
ลดน้ำหนักแบบกรุ๊ปเลือด A
คนเลือดกรุ๊ป A เน้นอาหารมังสวิรัติเป็นหลัก เพราะกรดในกระเพาะอาหารน้อยจึงย่อยเนื้อสัตว์ได้ไม่ค่อยดีนัก มีความเสี่ยงโรคมะเร็งมากกว่าเลือดกรุ๊ปอื่น
เทคนิคการกินอาหารที่แนะนำเพื่อลดน้ำหนัก ได้แก่ กินปลาเสริมโปรตีน เช่น ปลาทู ปลาแซลมอน เลี่ยงปลาเนื้อขาวอย่างปลาจะละเม็ด ,นมที่ดื่มควรเป็นนมถั่วเหลืองและนมแพะ
เครื่องดื่มที่ควรเลี่ยง ได้แก่ นม เบียร์ น้ำอัดลม โซดา
เทคนิคออกกำลังกาย : ออกกำลังกายแบบเบา ๆ ไม่หักโหมเกินไป เช่น โยคะ ไทชิ ฯลฯ
ลดน้ำหนักแบบกรุ๊ปเลือด B
คนเลือดกรุ๊ป B เน้นอาหารประเภทแป้ง เพราะน้ำตาลในเลือดจะเป็นพลังงานจากน้ำตาลในแป้ง ทำให้ย่อยง่ายเปลี่ยนเป็นพลังงานได้เร็ว แต่มีความเสี่ยงติดเชื้อและเป็นภูมิแพ้ง่ายกว่ากรุ๊ปอื่น
เทคนิคการกินอาหารที่แนะนำเพื่อลดน้ำหนัก ได้แก่กินปลาน้ำลึก เช่น ปลาหิมะ ปลาจะละเม็ด ปลาตาเดียว ฯลฯ แนะนำเนื้อสัตว์อย่างแพะ แกะ ไก่งวง กวาง กระต่าย เลี่ยงหมู ไก่ กุ้ง ปู หอยเชลล์ หอยแครง นม เนย ไข่ ต้องกินให้พอดีไม่มากเกินไป เน้นข้าวโอ๊ต ข้าวกล้อง แป้งสเปลท์ที่มีไฟเบอร์สูง ไม่แนะนำให้กินแป้งสาลี ถั่วลิสง โฮลวีท งา
ผักใบเขียวเกือบทุกชนิดดีต่อร่างกาย แต่ที่ต้องเลี่ยงเด็ดขาดคือ มะเขือเทศ ข้าวโพดผลไม้กินได้เกือบทุกชนิด แต่ควรเลี่ยงลูกพลับ ทับทิม ลูกแพร์ มะพร้าว มะเฟือง
เทคนิคออกกำลังกาย : ออกกำลังกายแบบไม่หนักไม่เบาจนเกินไป เช่น เทนนิส ปีนเขา ฯลฯ
ลดน้ำหนักแบบกรุ๊ปเลือด O
คนเลือดกรุ๊ป O เน้นเนื้อสัตว์เป็นหลัก เพราะมีกรดสูงในกระเพาะอาหารจึงย่อยเนื้อสัตว์ได้ดีกว่าเลือดกรุ๊ปอื่น แต่มีความเสี่ยงโรคไทรอยด์
เทคนิคการกินอาหารที่แนะนำเพื่อลดน้ำหนัก ได้แก่ กินเนื้อสัตว์ได้เต็มที่ มีระบบย่อยเนื้อแดงที่ดี อาหารทะเลสามารถกินได้เป็นประจำ เพื่อเสริมไทรอยด์ ,ระวังการกินนม เนย ไข่ให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อป้องกันไขมันและคอเลสเตอรอลเกิน ,เลี่ยงแป้งสาลี ข้าวโอ๊ต ถั่วต่าง ๆ
ผักกินได้แทบทุกชนิด เน้นบรอกโคลี ผักโขม คะน้า ผักคอส เลี่ยงตระกูลกะหล่ำ เห็ดหอม มะเขือยาว มันฝรั่ง หลีกเลี่ยงกะหล่ำปลีเพราะเสี่ยงต่อโรคไทรอยด์
ผลไม้กินได้เกือบทุกชนิด ควรเน้นตระกูลเบอร์รี ลูกพลับ ลูกพรุน เลี่ยงมะพร้าว แคนตาลูป ส้ม สตรอว์เบอร์รี เครื่องดื่มควรเลี่ยง ได้แก่ นม ชา กาแฟ เบียร์
เทคนิคออกกำลังกาย : ออกกำลังกายแบบหนักได้ออกแรงเยอะ ๆ เช่น ว่ายน้ำ แอโรบิก วิ่ง ขี่จักรยาน ฯลฯ
ลดน้ำหนักแบบกรุ๊ปเลือด AB
คนเลือดกรุ๊ป AB เน้นกินมังสวิรัติและผลิตภัณฑ์นม เพราะผสานระหว่างคนเลือดกรุ๊ป A และคนเลือดกรุ๊ป B มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอกว่าเลือดกรุ๊ปอื่น
เทคนิคการกินอาหารที่แนะนำเพื่อลดน้ำหนัก ได้แก่ กินเนื้อสัตว์อย่างแพะ แกะ กวาง กระต่าย ปลาทูน่า ปลาเก๋า ปลาซาร์ดีน เลี่ยงปลาเนื้อขาว ปลาแซลมอน เน้นนม เนย ไข่ ถั่วเหลือง เต้าหู้ โยเกิร์ตไขมันต่ำ แนะนำข้าวโอ๊ต ข้าวไรย์ เลี่ยงถั่วแดง งา เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน ข้าวโพด
ผักกินได้แทบทุกชนิด ควรเน้นบรอกโคลี แตงกวา กระเทียม ดอกกะหล่ำ ,ผลไม้แนะนำองุ่น พลัม เบอร์รี ส้มโอ เลี่ยงกล้วย ส้ม มะม่วง ฝรั่ง มะพร้าว
เทคนิคออกกำลังกาย : ออกกำลังกายแบบเบา ๆ เช่น เดินช้า โยคะ ไทชิ ฯลฯ
อย่างไรก็ตาม การกินตามกรุ๊ปเลือดควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและดูแลสุขภาพใจไม่ให้เครียด นอกจากช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี เพิ่มภูมิคุ้มกันและป้องกันโรค แต่หากมีปัญหาน้ำหนักเกินเกณฑ์แล้วลดไม่ลงสักที แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญเพื่อตรวจเช็กร่างกายอย่างละเอียดและวางแผนการดูแลรักษาเพื่อการมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว
อ้างอิง:โรงพยาบาลกรุงเทพ , สสส.





