วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

ไวทัลไลฟ์ ผนึก 5 กลุ่มพันธมิตร สร้าง ‘Longevity Ecosystem’สู่ชีวิตประจำวัน

ไวทัลไลฟ์ ผนึก 5 กลุ่มพันธมิตร สร้าง ‘Longevity Ecosystem’สู่ชีวิตประจำวัน

ข้อมูลจาก Global Wellness Economy พบว่า เศรษฐกิจสุขภาพทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 6.8 ล้านล้านดอลลาร์ ในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโตถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2572 ขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดด้านเวชศาสตร์การมีอายุยืนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยขยายตัวมากกว่า 11%ต่อปี โดยผู้บริโภคกว่า 60% ในหลายตลาดระบุว่า การมีสุขภาพดีในวัยที่มากขึ้นเป็นสิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญสูงสุด

วานนี้ (26 ม.ค.) “ไวทัลไลฟ์” VitalLife Scientific Wellness Center ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ ในเครือ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ประกาศเปิดตัว “Longevity Ecosystem” ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับองค์กรชั้นนำด้านการท่องเที่ยว การเงิน ไลฟ์สไตล์ สถาบันการศึกษาและเทคโนโลยี เพื่อมอบการดูแลสุขภาพเพื่อช่วยให้ผู้คนมีชีวิตยืนยาวและมีสุขภาพดี ซึ่งเอเชียแปซิฟิกคือโอกาสสำคัญ เพราะเป็นตลาดด้านศาสตร์การมีอายุยืนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

'Longevity' สุขภาพยั่งยืนมีคุณภาพ ความมั่นคงแบบใหม่ของทุกวัย

ใช้ชีวิต ดูแลตัวเองอย่างไร? ให้ไม่เสี่ยง! 'โรคหลอดเลือดสมอง'

หมดยุคระบบสุขภาพ “ป่วยก่อนแล้วรักษา”

ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ Chief Executive Officer โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และ Executive Advisor ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ เปิดเผยว่าผู้คนในปัจจุบันไม่ต้องการระบบสุขภาพที่รอให้ “ป่วยก่อนแล้วจึงรักษา” แต่ต้องการระบบที่ช่วยให้พวกเขามีสุขภาพดีอยู่เสมอ นี่คือการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในวิธีคิดของคนเกี่ยวกับสุขภาพ ที่สถาบันทางการแพทย์ต้องพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการนี้  25 ปีที่แล้ว บำรุงราษฎร์ได้ก่อตั้งไวทัลไลฟ์ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพทางการแพทย์ เพราะเชื่อว่า ‘การป้องกัน’ ไม่ใช่แค่ ‘การรักษา’ จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของวงการสุขภาพ

การประกาศเปิดตัว ระบบนิเวศเพื่อการมีอายุยืนยาวแบบบูรณาการ (Integrated Longevity Ecosystem) ในครั้งนี้ จะเป็นกรอบความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ที่เชื่อมโยงพันธมิตรจากหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งการท่องเที่ยว บริการทางการเงิน ไลฟ์สไตล์ สถาบันการศึกษา และเทคโนโลยี เพื่อขยายการดูแลด้านการมีอายุยืนสู่ชีวิตประจำวัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้คนมีชีวิตที่ยืนยาวและสุขภาพดียิ่งขึ้น

ไวทัลไลฟ์ ผนึก 5 กลุ่มพันธมิตร สร้าง ‘Longevity Ecosystem’สู่ชีวิตประจำวัน

1 ใน 3 ยอดขายทั่วโลกมาจากระบบนิเวศธุรกิจ

นภัส เปาโรหิตย์ Chief Marketing Officer โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่าโมเดลความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรนี้ มีความสำคัญไม่ใช่แค่กับวงการสุขภาพ แต่กับโลกธุรกิจโดยรวม โดยข้อมูล เศรษฐกิจแห่งความร่วมมือ (Collaboration Economy) พบว่า เกือบ 1 ใน 3 ของยอดขายทั่วโลกในปัจจุบัน มาจากการทำงานร่วมกันในระบบนิเวศธุรกิจและพันธมิตร โดย 73% ขององค์กรชั้นนำ ได้วางกลยุทธ์ด้านพันธมิตรให้สอดคล้องกับเป้าหมายหลักทางธุรกิจ

จากข้อมูลยังพบว่า องค์กรจำนวนมากสร้างรายได้ถึง 30-60% จากพันธมิตรและความร่วมมือ ดังนั้นโอกาสทางธุรกิจที่มาจากพันธมิตร จึงมีอัตราความสำเร็จในการปิดการขายสูงที่สุด เมื่อเทียบกับช่องทางการตลาดและการขายอื่นๆ

พันธมิตร 5 กลุ่มสร้างโปรแกรมอายุยืน

“ไวทัลไลฟ์ บำรุงราษฎร์” ได้ออกแบบระบบนิเวศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตร 5 กลุ่มหลัก โดยแต่ละกลุ่มมีบทบาทที่แตกต่างกัน ดังนี้ ด้านการท่องเที่ยว ช่วยให้ลูกค้าสามารถดูแลสุขภาพตามแผนได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเตรียมตัว ระหว่างการเดินทาง ไปจนถึงการฟื้นฟู ด้านบริการทางการเงิน ช่วยผสานการวางแผนสุขภาพเข้ากับการวางแผนการเงินในระยะยาว

ด้านไลฟ์สไตล์ ช่วยการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ลงทุนกับความเป็นเลิศด้านความแม่นยำและประสิทธิภาพ ด้านวิชาการและการวิจัย ประกอบด้วยสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์การมีอายุยืน ช่วยรับประกันว่าโปรแกรมต่างๆ และ ด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล ช่วยให้ข้อมูลเชิงลึกเฉพาะบุคคล ทำให้เกิดการติดตามผลอย่างต่อเนื่องและเรียลไทม์ รวมถึงมอบประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่ไร้รอยต่อ ทำให้ลูกค้าเชื่อมโยงกับเส้นทางสุขภาพของตนเองได้ทุกที่ เพื่อให้ Longevity ช่วยให้ผู้คนมีอายุที่ยืนยาว และเข้าถึงการดูแลสุขภาพที่เข้าถึงในชีวิตประจำวันของผู้คนได้

เปลี่ยนคำแนะนำทางการแพทย์ให้เป็นนิสัย

ผศ.นพ. พลกฤต ทีฆคีรีกุล Chief Executive Officer ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์และเอสเพอรานซ์ และ Chief Science Officer กล่าวว่าไวทัลไลฟ์เป็นผู้นำด้านเวชศาสตร์การมีอายุยืน เรานำเสนอการประเมินสุขภาพแบบองค์รวม โปรแกรมเฉพาะบุคคล และการดูแลสุขภาพที่อ้างอิงบนหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ จำเป็นต้องทำงานร่วมกับหลายองค์กร  แต่ความท้าทายที่ทุกองค์กรด้านนี้ต้องเผชิญ คือ คนส่วนใหญ่ประสบปัญหาที่จะเปลี่ยนคำแนะนำทางการแพทย์ให้เป็นนิสัยในชีวิตประจำวัน ‘การรู้’ ไม่เหมือนกับ ‘การลงมือทำ’ นี่คือจุดที่ทำให้ศาสตร์แห่งการมีอายุยืนยาวล้มเหลว

จากข้อมูล World Economic Forum พบว่า งบประมาณด้านสุขภาพเพียง 3% ถูกใช้ไปกับการป้องกัน ส่วนอีก 97% ใช้ไปกับการรักษาเมื่อโรคเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งสิ่งที่ไวทัลไลฟ์จะทำ คือ การทำให้งบด้านสุขภาพในการป้องกันเพิ่มมากขึ้น แต่ไวทัลไลฟ์ไม่สามารถไปอยู่ในทุกจุดของการตัดสินใจในชีวิตของทุกคนได้ ความร่วมมือจึงเป็นสิ่งจำเป็น ที่พันธมิตรจะช่วยให้เราสามารถขยายความรู้ทางการแพทย์ของเราไปสู่ชีวิตประจำวันได้