แพทย์ รพ.วิมุต เตือนสัญญาณเสี่ยง “โรคปอด” ในเด็ก แนะพ่อแม่หากลูกไอเรื้อรัง ไอเป็นเวลานาน ควรพบแพทย์ด่วนก่อนอาการรุนแรง
เชื่อว่าหลายบ้านคงเคยชินกับเสียงไอของลูก เด็กบางคนติดหวัดมาจากที่โรงเรียน เป็น ๆ หาย ๆ แต่มักไอไม่หยุด โดยคุณพ่อคุณแม่ก็คิดว่าเป็นเพียงอาการหวัดที่เดี๋ยวคงหาย แต่จริง ๆ แล้ว หากเด็กไอต่อเนื่องหลายสัปดาห์ หรือเริ่มมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย เช่น หายใจเร็วและแรง เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก ก็อาจไม่ใช่อาการของไข้หวัดธรรมดา หากแต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของ โรคปอด ซึ่งหากปล่อยไว้ไม่รักษาอาจนำไปสู่อาการแทรกซ้อนรุนแรงได้
วันนี้ พญ.สุธิดา ชินธเนศ กุมารแพทย์ แพทย์ผู้ชำนาญการโรคระบบการหายใจในเด็ก ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลวิมุต จะมาไขข้อสงสัยให้ผู้ปกครองเข้าใจว่าอาการไอแบบไหนที่ควรระวังโรคปอด พร้อมแชร์วิธีดูแลลูกน้อยให้ปลอดภัยจากอันตรายที่กำลังทำร้ายปอดไม่รู้ตัว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
รู้จัก 'อะดีโนไวรัส' ต้นเหตุโรคไข้หวัด นอนกรนในเด็ก ระบาดได้ทั้งปี
ใช้ชีวิต ดูแลตัวเองอย่างไร? ให้ไม่เสี่ยง! 'โรคหลอดเลือดสมอง'
เช็กให้ชัวร์ เด็กไอแบบนี้ "หวัดธรรมดา" หรือ "เสี่ยงโรคปอด"
อาการไอเป็นกลไกของร่างกายที่ป้
หอบหืด-ปอดอักเสบ-วัณโรค โรคปอดร้ายซ่อนอยู่ในการ “ไอเรื้อรัง”
การไอเรื้อรังในเด็กเกิดได้
พญ.สุธิดา ชินธเนศ กล่าวเสริมว่า วัณโรคมักถูกมองว่าเป็
ไอเรื้อรังแบบนี้อันตรายต่อปอด พาลูกพบแพทย์ด่วน
หากเด็กมีอาการไอเรื้อรังติดต่
โรคปอดในเด็ก รู้ไว รักษาได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
การตรวจคัดกรองโรคปอดในเด็
พญ.สุธิดา อธิบายว่าถ้าพบว่าเด็กมีอาการป่วยเป็
"อาการไอเรื้อรังอาจนำไปสู่
โรคปอดในเด็กได้ ดังนั้นอยากให้คุณพ่อคุณแม่ดู แลลูกให้ดีเพื่อสร้างภูมิคุ้มกั น เริ่มจากพาไปฉีดวัคซีนที่จำเป็ นให้ครบถ้วน ดูแลให้ลูกได้กินอาหารที่มี ประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ อยู่ในที่ที่อากาศสะอาด ถ่ายเท ไม่เย็นเกินไป ถ้าเด็กมีอาการไอ เบื้องต้นให้ดื่มน้ำให้เพี ยงพอเพื่อให้เสมหะไม่เหนียว และอย่าซื้อยาแก้ไอมากิ นเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ หากอาการไอไม่ดีขึ้นจนเข้าข่ ายไอเรื้อรัง หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วยก็รี บพาไปพบแพทย์เพื่อรักษาตั้งแต่ เนิ่น ๆ เพราะการรักษาที่ดี เริ่มจากการเข้าใจทุกความซับซ้ อน เพื่อการรักษาที่ตรงจุด เพื่อลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้ อน ลูกจะได้กลับมาสดใสและใช้ชีวิ ตได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง" พญ.สุธิดา กล่าวทิ้งท้าย





