“อุตสาหกรรมสุขภาพ (Wellness Economy)” เผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจ ทั้งด้านต้นทุนสูง การขาดแคลนบุคลากร ความต้องการดูแลเฉพาะบุคคลที่ซับซ้อนขึ้น และผลกระทบจากสังคมสูงวัย แต่ขณะเดียวกันก็มีโอกาสเติบโตมหาศาลจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี อย่าง AI เทคโนโลยีทางการแพทย์ การดูแลสุขภาพองค์รวม (Wellness) และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism)
แนวโน้มการเติบโตของ Wellness Economy ทั่วโลกและในไทยกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยปี 2023 ไทยมีมูลค่าตลาดกว่า 1.3-1.4 ล้านล้านบาท เติบโตสูง 28.4% และคาดการณ์โตต่อเนื่องแตะ 1.7 ล้านล้านบาทในปี 2024 ซึ่งมีปัจจัยมาจากการตื่นตัวใส่ใจสุขภาพของผู้คน การกลับมาของท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และโครงสร้างประชากรสูงวัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
ธุรกิจศัลยกรรม 'KPSเกษมราษฎร์' ปี69บุก 'ตลาดสุขภาพชาย' รับ Red Ocean
'โรคอ้วน' เสี่ยง 'สมองแก่ก่อนวัย' ดูแลสมอง ไม่ใช่เรื่องของคนแก่
“บำรุงราษฎร์” รายได้เพิ่มขึ้น 5.5%
“โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล” ได้นำเสนอภาพอนาคตแห่งความเป็นเลิศผ่านผลการดำเนินงาน โมเดลธุรกิจที่เน้นตลาดนานาชาติเป็นแกนหลักที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้โรงพยาบาลไม่ได้เป็นเพียงผู้เล่นในเกม แต่เป็นหนึ่งในผู้กำหนดทิศทางของการแพทย์แห่งอนาคต
ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่าจากผลประกอบการไตรมาส 3/2568 ของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) เป็น 2,731 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2568 เพิ่มขึ้น 5.5% จาก 2,589 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2566 ขณะที่ EBITDA Margin แข็งแกร่งถึง 41.5% ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบริหารต้นทุนที่ยอดเยี่ยม
“การเพิ่มขึ้นของ Revenue Intensity (ความเข้มข้นของรายได้) ถึง 8.6% เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ยืนยันความสำเร็จของกลยุทธ์การมุ่งเน้นบริการเฉพาะทางและเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูงซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเติบโตของกำไร ความแข็งแกร่งทางการเงินดังกล่าวเปรียบเสมือนเครื่องยนต์ที่ทำให้บำรุงราษฎร์สามารถลงทุนในกลยุทธ์แห่งอนาคต ทั้งการขยายโรงพยาบาลแห่งใหม่และการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัล”
รายได้ 2 ใน 3 มาจากต่างชาติ
ดร.อาทิรัตน์ กล่าวต่อว่าสำหรับสัดส่วนรายได้ของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มาจากลูกค้าต่างชาติ (Non-Thai Business) สูงถึง 67% ของรายได้รวม โดยน่าจะมาจากความเชื่อมั่นระดับโลกที่มีต่อมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยของการรักษาของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ รวมถึง Medical Tourism ที่วางไว้อย่างดีเยี่ยม และเป็นหัวใจสำคัญที่หล่อเลี้ยงการเติบโตในทุกมิติ
“โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์” ได้รับมาตรฐานระดับสากล โดยได้รับรองจาก JCI (Joint Commission International) หรือ GHA (Global Healthcare Accreditation) อีกทั้งมีการขยายฐานลูกค้าในตลาดต่างประเทศ ช่วยกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนทางเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งความสำเร็จในตลาดต่างประเทศไม่ได้มาจากการทำการตลาดแบบหว่านแห แต่มาจากการเลือกโฟกัสในตลาดที่มีศักยภาพสูงและเข้าใจความต้องการอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะใน 2 ภูมิภาคหลัก อย่าง ตะวันออกกลาง และเอเชีย”
“Wellness-Longevity”ต่างชาติใช้บริการพุ่ง
ดร.อาทิรัตน์ กล่าวต่อไปว่า แต่ละตลาดต่างประเทศจะมีการสร้างรายได้ที่แตกต่างกัน โดยตะวันออกกลาง จะสร้างรายได้เติบโตถึง 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยประเทศที่เป็นดาวเด่นคือ กาตาร์ เติบโต 14% และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 19% ซึ่งกลุ่มลูกค้าดังกล่าวเป็นผู้มีสินทรัพย์สูงที่ต้องการบริการด้าน Wellness และ Longevity ประกอบกับการให้บริการที่เข้าใจในวัฒนธรรม ทั้งอาหารฮาลาล ห้องละหมาด และทีมงานที่สื่อสารภาษาอาหรับได้
ขณะที่ เอเชีย โดยเฉพาะจากเมียนมา เติบโต 21% และ บังกลาเทศ 31% ซึ่งต้องการบริการทางการแพทย์เฉพาะทางและซับซ้อนที่ยังขาดแคลนในประเทศต่างๆ ทำให้บำรุงราษฎร์เป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์ด้วยระยะทางที่ใกล้และต้นทุนที่เข้าถึงง่ายกว่า ส่วนตลาดอื่นๆ อาทิ สหรัฐสูงถึง 12% ซึ่งไม่ได้มาจากนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ แต่รวมถึงกลุ่มชาวอเมริกันที่พำนักอาศัยในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน (CLMV) ที่เชื่อมั่นในมาตรฐานการรักษา
“โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่แค่ความสำเร็จ แต่มองหาโอกาสในตลาดใหม่ๆ ที่มีศักยภาพสูงอย่างต่อเนื่อง อย่าง จีน มุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้มีสินทรัพย์สูงที่ต้องการบริการด้าน Longevity และ Wellness ญี่ปุ่น และเกาหลี ตอบสนองความต้องการของสังคมผู้สูงอายุด้วยบริการเวชศาสตร์ป้องกัน (Preventive Care) และการชะลอวัย รวมทั้งออสเตรเลีย และอินโดนีเซีย เจาะตลาดที่ต้องการบริการทางการแพทย์คุณภาพสูงในราคาที่แข่งขันได้”
3 เสาหลัก เป้าหมายโรงพยาบาลปี 2569
ดร.อาทิรัตน์ กล่าวอีกว่าเป้าหมายของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ คือ ก้าวข้ามการเป็นเพียง “โรงพยาบาล” สู่การเป็น “ผู้ให้บริการสุขภาพครบวงจร” ผ่านธุรกิจบน 3 เสาหลัก ได้แก่
1.มุ่งเน้นบริการมูลค่าสูง อาทิ Longevity & Preventive Medicine ขยายบริการผ่านศูนย์ VitalLife, Complex Treatment เน้นความเป็นเลิศด้านการรักษาโรคซับซ้อน เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง และโรคทางระบบประสาทและสมอง และGenomic Medicine & Personalized Care การแพทย์จีโนมิกส์และการดูแลสุขภาพที่ออกแบบมาเพื่อแต่ละบุคคลโดยเฉพาะ
2.สร้างระบบนิเวศสุขภาพดิจิทัล โดยมี Telemedicine, แอปพลิเคชัน Lifetime Journey และ Online Consultation เพื่อพัฒนาเครื่องมือดิจิทัลเชื่อมต่อและดูแลผู้ป่วยได้ตลอดเส้นทางสุขภาพ ซึ่งเป็นการตอบสนองโดยตรงต่อพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ต้องการมีส่วนร่วมและคาดหวังการดูแลที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างไร้รอยต่อ
3.ขยายโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคต เช่น โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ภูเก็ต, ศูนย์ VitalLife ทั้งในกรุงเทพฯ และภูเก็ต เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดภาคใต้และนักท่องเที่ยวต่างชาติ
“การปรับตัวรับเมกะเทรนด์และการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมสุขภาพ เป็นบทบาทหน้าที่ของผู้บริหารที่จะต้องขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโรงพยาบาล และการเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมสุขภาพ ซึ่งโรงพยาบาลจะมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น หุ่นยนต์ AI จีโนมิกส์ และสุขภาพดิจิทัลเข้ามาให้บริการแก่คนไข้ทั้งด้านการวินิจฉัย การรักษา และการดูแล สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ออกแบบมาเพื่อตนเองโดยเฉพาะ (Personalized) และปรับจากการรักษาโรค สู่ การสร้างเสริมสุขภาพและการยืดอายุขัยให้แก่ผู้ป่วย” ดร.อาทิรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย





