วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

ดื่มแค่ไหนถึง 'เป็นพิษ'? รู้ทัน 'แอลกอฮอล์เป็นพิษ'ความสนุกระวังดับ

ดื่มแค่ไหนถึง 'เป็นพิษ'? รู้ทัน 'แอลกอฮอล์เป็นพิษ'ความสนุกระวังดับ

คนไทยเป็นคนรักความสนุกสนาน  ไม่ว่าจะเทศกาล งานประเพณีอะไร คนไทยก็จัดให้เป็นงานรื่นเริงทั้งสิ้น และการจะทำให้สนุกสนาน นอกจากความบันเทิงจากวงดนตรี กิจกรรมต่างๆ แล้ว “การดื่ม” เป็นอีกสิ่งที่พลาดไม่ได้ คนไทยพร้อมดื่มแอลกอฮอล์เพื่อเพิ่มความสนุกสนาน

แต่รู้หรือไม่ว่า การดื่มในปริมาณที่มากเกินไปอาจนำไปสู่ภาวะ "แอลกอฮอล์เป็นพิษ" ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง!

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เหล้า เบียร์” เมื่อดื่มเข้าสู่ร่างกาย จะถูกดูดซึมและกระจายไปทุกส่วนของร่างกายภายในเวลา 5 นาที ออกฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง เกิดพิษต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย  เช่น ทำให้สมองเสื่อม ความคิดความจำบกพร่อง เกิดไขมันสะสมในตับ ตับอักเสบ และเกิดภาวะตับแข็งตามมา เกิดแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

โดยพิษแบบเฉียบพลัน จะทำให้ขาดสติ ควบคุมตัวเองไม่ได้ อาจเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุหรือทะเลาะวิวาทได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

'เคล็ดลับ' ดื่มแล้วรอด เพราะห้ามไม่ได้จึงสอน 'ดื่มมาตรฐาน'

แอลกอฮอล์เข้าสู่ยุคเสื่อม? เมื่อเบียร์-เหล้า-ไวน์แบบไร้แอลกอฮอล์โตแรง

แอลกอฮอล์เป็นพิษ คืออะไร?

การดื่มแอลกอฮอล์ช่วงแรก จะทำให้ร่างกายมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดอยู่ที่ประมาณ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เมื่อมากกว่า 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะทำให้ผู้ดื่มเกิดอาการสับสน มากกว่า 300 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะทำให้เกิดอาการง่วง สับสน ซึม มึนงง และถ้ามากกว่า 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป อาจทำให้สลบ ซึ่งปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดที่สูงในระดับนี้ สามารถกดสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ การรู้สึกตัวของผู้ที่ดื่มและทำให้เสียชีวิตได้

แอลกอฮอล์เป็นพิษ (Alcohol Poisoning) คือภาวะที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเกินไปในระยะเวลาอันสั้น จนร่างกายไม่สามารถกำจัดแอลกอฮอล์ได้ทัน ส่งผลให้ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงจนเป็นอันตรายต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น ระบบประสาท ระบบการหายใจ และระบบไหลเวียนโลหิต ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะหมดสติหรือร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต

ดื่มแค่ไหนถึง 'เป็นพิษ'? รู้ทัน 'แอลกอฮอล์เป็นพิษ'ความสนุกระวังดับ

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงแอลกอฮอล์เป็นพิษ

การดื่มของมึนเมาจนมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือด 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป  เสี่ยงต่อการเกิดภาวะนี้สูงมาก ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เหล่านี้

  • ปริมาณแอลกอฮอล์: การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากและรวดเร็วภายในระยะเวลาอันสั้น
  • ความเร็วในการดื่ม: การดื่มอย่างรวดเร็วทำให้ร่างกายดูดซึมแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสเลือดได้เร็วขึ้น
  • น้ำหนักตัว: ผู้ที่มีน้ำหนักตัวน้อยจะมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงขึ้นเร็วกว่าผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก
  • เพศ: ผู้หญิงโดยทั่วไปจะมีปริมาณน้ำในร่างกายน้อยกว่าผู้ชาย ทำให้แอลกอฮอล์กระจายตัวได้น้อยกว่า จึงมีผลกระทบต่อร่างกายมากกว่า
  • การดื่มร่วมกับยาอื่นๆ: การดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับยาบางชนิด เช่น ยานอนหลับ ยากล่อมประสาท อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษ

 

กลไกการเกิดแอลกอฮอล์เป็นพิษ

เมื่อดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป ร่างกายจะดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและถูกนำไปยังตับเพื่อทำการย่อยสลาย แต่หากดื่มในปริมาณมาก ตับจะไม่สามารถทำงานได้ทัน ทำให้แอลกอฮอล์สะสมอยู่ในเลือดและส่งผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น

  • ระบบประสาท: สับสน มึนงง คลื่นไส้ อาเจียน ชัก หมดสติ
  • ระบบหายใจ: หายใจช้าลง หายใจลำบาก
  • ระบบหัวใจ: หัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันโลหิตต่ำ
  • อุณหภูมิร่างกาย: อุณหภูมิร่างกายลดลง

ดื่มแค่ไหนถึง 'เป็นพิษ'? รู้ทัน 'แอลกอฮอล์เป็นพิษ'ความสนุกระวังดับ

แอลกอฮอล์เป็นพิษมีอาการอย่างไร ?

การสังเกตอาการเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย เพราะหากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการช่วยเหลืออาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงได้ หากพบเห็นคนใกล้ตัวมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

  • สับสน
  • พูดไม่ชัด ไม่รู้เรื่อง
  • หมดสติ หรือไม่ตอบสนองต่อสิ่งรอบข้าง
  • รูม่านตาขยาย การเคลื่อนไหวของดวงตาเร็วกว่าปกติ
  • หายใจช้า หรือไม่สม่ำเสมอ (น้อยกว่า 8 ครั้งต่อนาที)
  • อาเจียนมากผิดปกติ และอาจสำลัก
  • ผิวซีดหรือเย็น อุณหภูมิร่างกายลดต่ำลง (ภาวะ Hypothermia)
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือเต้นช้าลงจนเป็นอันตราย
  • ชัก หรือมีอาการเกร็งกล้ามเนื้อ
  • เกิดภาวะกึ่งโคม่า ไม่สามารถตอบสนองได้
  • หัวใจวายเฉียบพลัน

ภาวะแทรกซ้อนเมื่อแอลกอฮอล์เป็นพิษ

  • การเสียชีวิต: ภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษที่รุนแรงอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้
  • ความเสียหายต่ออวัยวะภายใน: แอลกอฮอล์อาจทำลายเซลล์สมอง ตับ และอวัยวะอื่นๆ
  • ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท: อาจเกิดความเสียหายถาวรต่อระบบประสาท เช่น ความจำเสื่อม

ดื่มแค่ไหนถึง 'เป็นพิษ'? รู้ทัน 'แอลกอฮอล์เป็นพิษ'ความสนุกระวังดับ

วิธีปฐมพยาบาลผู้ป่วยภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษ

เมื่อพบผู้ที่มีอาการแอลกอฮอล์เป็นพิษเฉียบพลัน การปฐมพยาบาลที่ถูกต้องสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ก่อนที่แพทย์จะมาถึง โดยทำตามคำแนะนำดังนี้

  1. ให้ดื่มน้ำเปล่า (ถ้าผู้ป่วยยังรู้สติ) เพื่อช่วยให้ร่างกายขับแอลกอฮอล์ออกทางปัสสาวะ
  2. โทรแจ้งหน่วยกู้ชีพ 1669
  3. จัดท่าผู้ป่วยให้อยู่ในท่าที่ปลอดภัย หากผู้ป่วยยังมีสติ ให้จัดให้นอนตะแคงข้างเพื่อป้องกันการสำลักอาเจียน
  4. รักษาความอบอุ่นของร่างกาย ใช้ผ้าห่มคลุมร่างกายเพื่อป้องกันภาวะ Hypothermia
  5. ห้ามปล่อยให้นอนหลับโดยไม่มีคนดูแล เพราะผู้ป่วยอาจหมดสติหรือหยุดหายใจโดยไม่รู้ตัว
  6. หลีกเลี่ยงการกระตุ้นให้ผู้ป่วยอาเจียน การกระตุ้นให้อาเจียนอาจทำให้สำลักและเกิดอันตรายมากขึ้น
  7. ทำการกู้ชีพ CPR หากหยุดหายใจ

ดื่มแค่ไหนถึง 'เป็นพิษ'? รู้ทัน 'แอลกอฮอล์เป็นพิษ'ความสนุกระวังดับ

ดื่มอย่างรู้ทัน! เพื่อป้องกันแอลกอฮอล์เป็นพิษ

แม้ว่าการดื่มแอลกอฮอล์จะเป็นเรื่องปกติในงานสังสรรค์ แต่เราสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษได้ด้วยการปฏิบัติตามแนวทางป้องกัน ดังนี้

  1. ดื่มอย่างมีสติ จำกัดปริมาณการดื่มในแต่ละวัน และหลีกเลี่ยงการดื่มติดต่อกันหลายแก้วในเวลาสั้น ๆ
  2. ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ขณะท้องว่าง การรับประทานอาหารก่อนดื่มช่วยชะลอการดูดซึมแอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสเลือด
  3. หลีกเลี่ยงการดื่มเพื่อแข่งขันหรือกดดันจากสังคม การดื่มอย่างรีบเร่งหรือดื่มเพื่อโชว์ว่าดื่มเก่ง สามารถดื่มได้ปริมาณมาก อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเป็นพิษ
  4. รู้ลิมิตของตัวเอง แต่ละคนมีความสามารถในการเผาผลาญแอลกอฮอล์แตกต่างกัน รู้จักขีดจำกัดของตัวเองและหยุดดื่มเมื่อถึงจุดที่เหมาะสม

แอลกอฮอล์เป็นพิษไม่ใช่เรื่องไกลตัว โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลหรือการสังสรรค์ หากคุณหรือคนรอบข้างมีอาการเสี่ยง ควรรีบดำเนินการช่วยเหลือและติดต่อแพทย์ทันที การดื่มอย่างมีสติและรับผิดชอบต่อสุขภาพของตัวเองและผู้อื่นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้การเฉลิมฉลองเต็มไปด้วยความสุขและปลอดภัยสำหรับทุกคน

อ้างอิง: โรงพยาบาลวิมุต ,โรงพยาบาลพริ้นซ์ อุทัยธานี