‘สุขภาพ-ความงาม’ มาแรงแห่งยุค คาด ปี 70 มูลค่าตลาดพุ่ง 2.48 แสนล้านบาท

‘สุขภาพ-ความงาม’ มาแรงแห่งยุค คาด ปี 70 มูลค่าตลาดพุ่ง 2.48 แสนล้านบาท

อุตสาหกรรมความงาม Wellness แนวโน้มเติบโต หลังโควิด-19 'เดอะคลีนิกค์' เดินหน้าขยายสาขา เทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์ รับดีมานด์ทั้งด้านศัลยกรรม แผนกผิวหนัง และสุขภาพ ตั้งเป้ารายได้ 2,000 กว่าล้านบาท เปิดครบ 50 สาขา ภายในสิ้นปี

Key Point :

  • หลังการระบาดของโควิด-19 นอกจากตลาดศัลยกรรมความงามจะเติบโตมากขึ้นแล้ว การที่คนหันมาใส่ใจสุขภาพ ป้องกัน ก่อนรักษา ทำให้ตลาด Wellness เติบโตตามไปด้วย 
  • ตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของโลกมีแนวโน้มเติบโตจาก 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2563 เป็น 11 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 20.9%
  • ขณะเดียวกันมีการประเมินมูลค่าตลาดเสริมความงาม คาดว่า ปี 2570 ไทยจะแตะระดับ 7.51 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2.48 แสนล้านบาท

 

เทคโนโลยี นวัตกรรมการแพทย์ รวมถึงความรู้ในยุคปัจจุบัน ส่งผลให้คนหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น ไม่เพียงแค่การดูแลจากภายนอกให้ดูดีด้วยการศัลยกรรมทั้งผ่าตัดและไม่ผ่าตัดเท่านั้น แต่ยังดูแลสุขภาพจากภายใน ป้องกัน ก่อนที่จะป่วย ส่งผลให้ทั้งอุตสาหกรรมด้าน Wellness และ ความงาม เติบโตมากขึ้น

 

Global Wellness Institute: GWI ประเมินว่า ตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของโลกมีแนวโน้มเติบโตจาก 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2563 เป็น 11 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 20.9% ต่อปีในช่วงปี 2563-2568 สำหรับ ตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทย ปี 2563 จัดอยู่ในอันดับที่ 15 ของโลก โดยมีการเติบโตต่อเนื่องทุกปี

 

ทั้งนี้ในปี 2562 รายได้รวมจากธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยอยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตขึ้นจาก 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2560 โดยคิดเป็นอัตราการเติบโตถึง 18.7% ส่วนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ไทยอยู่ในอันดับที่ 4 เป็นรองจาก จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย

 

 

‘สุขภาพ-ความงาม’ มาแรงแห่งยุค คาด ปี 70 มูลค่าตลาดพุ่ง 2.48 แสนล้านบาท

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

 

เมื่อดูในส่วนของ กลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์เพื่อเสริมความงาม ข้อมูลจาก Allied Market Research พบว่า สร้างรายได้ให้ไทยมากที่สุด คาดปี 2570 จะมีมูลค่าตลาดกว่า 5.86 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 24% ของมูลค่าตลาดท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของไทย

 

Grand View Research ประเมินมูลค่าตลาดเสริมความงามทั่วโลก คาดว่า ในปี 2570 มูลค่าตลาดจะขึ้นไปแตะระดับ 2.16 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7.14 ล้านล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 13.9% (CAGR ปี 2563-2570) เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ประมาณ 2.5 เท่า ขณะที่ในไทยจะแตะระดับ 7.51 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2.48 แสนล้านบาท โตเฉลี่ยปีละ 16.6% (CAGR ปี 2563-2570) เพิ่มจากปี 2563 เกือบ 3 เท่า

 

ขณะเดียวกัน การเสริมความงามในยุคปัจจุบัน สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยนานาชาติ (International Society of Aesthetic Plastic Surgery หรือ ISAPS) เผยว่า ผู้ที่เสริมความงามโดยศัลยแพทย์ในปี 2564 เพิ่มขึ้นถึง 19.3% โดยเป็นการทำศัลยกรรมแบบผ่าตัดรวมกว่า 12.8 ล้านครั้ง และศัลยกรรมแบบไม่ผ่าตัด 17.5 ล้านครั้งทั่วโลก สำหรับในประเทศไทยเอง อุตสาหกรรมศัลยกรรมและความงาม ปี 2565 ก็มีมูลค่ารวมกว่า 60,000 ล้านบาท เติบโตจากปี 2560 ซึ่งอยู่ที่ 30,000 ล้านบาท

 

ความนิยมในแต่ละเจนฯ

 

นพ.อภิรุจ ทองวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์กับ 'กรุงเทพธุรกิจ' ว่า ภาพรวมตลาดยังเติบโตได้เรื่อยๆ และต่อไป คนที่อายุเยอะขึ้น การก้าวสู่สังคมสูงวัยทำให้คนที่อายุมากขึ้น จะต้องการบริการที่ Advance ขึ้น ทั้งนี้ ตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้คนเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จากเดิมที่ดูแลเรื่องของความสวยความงามภายนอกอย่างเดียว แต่ปัจจุบันเริ่มหันมาดูแลเรื่องของชะลอวัย Wellness การให้วิตามินเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน รวมไปถึงวัยทำงานที่มีปัญหาเกี่ยวกับออฟฟิศซินโดรม

 

‘สุขภาพ-ความงาม’ มาแรงแห่งยุค คาด ปี 70 มูลค่าตลาดพุ่ง 2.48 แสนล้านบาท

 

 

“แต่เดิมเรามีแผนกผิวหนังและรูปร่างเป็นหลัก สัดส่วนของการดูแลสุขภาพยังไม่เยอะ แต่ปัจจุบันสัดส่วนของ Wellness เริ่มเยอะขึ้น คนเริ่มใส่ใจสุขภาพภายใน โดยเฉพาะอายุ 30 ปีขึ้นไป สำหรับ กลุ่มเจน Y และ เจน Z ลงมา จะนิยมบำรุงผิวหน้า รักษาผิวแพ้ง่าย ผมร่วง ผมบาง ถัดมา เจน Y และ เจน X จะนิยมในเรื่องของ ดริปวิตามิน ฟื้นฟูประสิทธิภาพร่างกายโดยรวม ชะลอความแก่ ความจำ การนอนหลับ”

 

กลุ่มเจน X ขึ้นไป จะนิยม การใช้ NK Cell (Natural Killer Cell) เสริมภูมิคุ้มกันร่างกายระดับเซลล์ การตรวจมะเร็ง ใช้เซลล์เม็ดเลือดขาวรักษามะเร็ง และ Mini Repair สำหรับผู้หญิงช่วยกระชับและแก้ปัญหาปัสสาวะเล็ดโดยไม่ต้องผ่าตัด ขณะที่ กลุ่มวัยทำงาน มีปัญหาออฟฟิศซินโดรม รักษาโดยใช้เครื่อง HYPER SHOCKWAVE ซึ่งที่คลินิกมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถประเมินและทำการรักษาได้เลย

 

ศัลยกรรมไทยได้ใจต่างชาติ 

 

ปัจจุบัน เดอะคลีนิกค์ ให้บริการมากว่า 14 ปี ครอบคลุมทั้ง Health Beauty & Wellness ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง ดูแลรูปร่าง ศัลยกรรม ชะลอวัย ภายใต้ 3 แบรนด์ ได้แก่ THE KLINIQUE ดูแลเรื่องผิว ชะลอวัย ดูแลรูปร่าง จับตลาดกลุ่ม Luxury ถัดมา คือ THE KLINIQUE Surgery Center ดูแลเรื่องของศัลยกรรม และ LABX ดูแลเรื่องผิว ชะลอวัย ดูแลรูปร่าง จับตลาดกลุ่ม Premium Mass มีสัดส่วนลูกค้าคนไทย 95% ต่างชาติ 5%

 

นพ.อภิรุจ กล่าวต่อไปว่า เหตุผลที่ต่างชาติยังเป็นสัดส่วนที่น้อยเพราะ THE KLINIQUE Surgery Center ซึ่งดูแลเรื่องศัลยกรรม เปิดเมื่อเมษายนปีที่ผ่านมา แต่เมื่อแยกดูในส่วนของศัลยกรรม พบว่า มีสัดส่วนลูกค้าเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% และหลังจากเปิดประเทศ ได้อานิสงค์จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาด้วย โดยเฉพาะแผนกผิวหนังและศัลยกรรม โดยนักท่องเที่ยวแต่ละประเทศมีความนิยมที่แตกต่างกันเล็กน้อย เช่น CLMV และ จีน จะนิยมเสริมจมูก ทำตา เสริมหน้าอก หากลูกค้าจาก ออสเตรเลีย จะนิยมดูดไขมัน

 

ทั้งนี้ เหตุผลที่ต่างชาตินิยมเข้ามาทำศัลยกรรมในไทยนั้น นพ.อภิรุจ มองว่า ด้วยผลงานและราคาที่สมเหตุสมผล ความจริงประเทศไทยดังในเรื่องของศัลยกรรมตั้งแต่ช่วงคอลงไปมานานมากแล้ว ทั้งการแปลงเพศ ดูดไขมัน มีชื่อเสียงในต่างประเทศ ขณะเดียวกัน ในส่วนของคนไทยที่นิยมรับบริการ คือ เสริมจมูก เสริมหน้าอก ดูดไขมัน ดึงหน้า ดึงคิ้ว ทำตา โดยเฉพาะการดึงคิ้ว ทำตา แต่เดิมศัลยกรรมเหล่านี้จะเข้าถึงยาก เนื่องจากคนจะยังกลัว แต่ปัจจุบัน มีเรื่องของโซเชียลมีเดีย ได้เห็นเคสจริง ทำให้คนเข้าถึงง่าย และกล้าทำมากขึ้น

 

‘สุขภาพ-ความงาม’ มาแรงแห่งยุค คาด ปี 70 มูลค่าตลาดพุ่ง 2.48 แสนล้านบาท

 

สำหรับในปี 2566 นี้ เดอะคลีนิกค์ ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 2,000 กว่าล้านบาท เติบโตจากปี 2565 ซึ่งรายได้ราว 1,600 ล้านบาท ขยายสาขาจากปัจจุบันที่มี 44 สาขา เป็น 50 สาขาภายในสิ้นปี แบ่งเป็น THE KLINIQUE จำนวน 38 สาขาLABX จำนวน 11 สาขา และ THE KLINIQUE Surgery Center จำนวน 1 สาขา ขณะนี้มีแพทย์รวม 70 คน แพทย์เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรม 10 คน

 

“ปัจจัยที่จะทำให้เติบโตได้ในปีนี้ จากการขยายสาขา การลงเครื่องมือแพทย์ และดีมานด์จากการที่มีลูกค้าต่างชาติเข้ามาเยอะขึ้น ทั้งทางด้านศัลยกรรม และ แผนกผิวหนัง ขณะเดียวกัน ตลาด Wellness จะโตมากขึ้นเรื่อยๆ พอคนเริ่มดูแลตัวเองจากภายนอก ก็จะเริ่มดูแลจากภายใน แม้ตลาดจะเจอกับความท้าทาย แต่มองว่าเป็นสิ่งที่ดี ทำให้มีการอัปเดตเทคโนโลยี ความรู้ใหม่ๆ ตลอดเวลา วิธีการรักษาเพื่อให้ได้ผลดีขึ้น นับเป็นเรื่องที่ท้าท้ายและเป็นผลดีต่อคนไข้ด้วย” นพ.อภิรุจ กล่าวทิ้งท้าย