"บำรุงราษฎร์" กางแผนปี 66 มุ่งสู่ Medical and Wellness Destination

"บำรุงราษฎร์" กางแผนปี 66 มุ่งสู่ Medical and Wellness Destination

"บำรุงราษฎร์" ฉายภาพใหญ่ปี 2566 ลุยกลยุทธ์ 4C1W มุ่งสู่ Medical and Wellness Destination จับสัญญาณนักท่องเที่ยวฟื้น โรงพยาบาลเอกชน กลับมาคึกคัก ผู้ป่วยต่างชาติทยอยเข้าใช้บริการ คาดสัดส่วนใกล้เคียงก่อนโควิด-19

ปี 2566 นับเป็นอีกปีที่น่าจับตามอง เพราะเป็นปีที่พลิกฟื้นจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้เราได้เห็นความคึกคักของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเริ่มเดินทาง ด้าน "โรงพยาบาลเอกชน" ก็เรียกว่ากลับมาคึกคักเช่นเดียวกัน 

 

ตั้งแต่ปลายปี 2565 เริ่มมีสัญญาณแนวโน้มที่ดีขึ้น ด้วยปัจจัยหลายประการ อาทิ เศรษฐกิจภายในประเทศที่ทยอยปรับตัวดีขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น โดยจำนวนผู้ป่วยต่างชาติที่กลับมาใช้บริการด้านการแพทย์ในไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2566 "ภญ.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวในงานแถลงข่าว "บำรุงราษฎร์ ฉายภาพใหญ่ปี 2023" โดยคาดว่าในปี 2566 นี้ ผู้ป่วยต่างชาติจะมีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับปีก่อนโควิด-19 ที่ประมาณ 50% 

 

"ทั้งนี้ ตั้งแต่เปิดประเทศรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ จากก่อนโควิด ซึ่งมีรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติราว 30% ปัจจุบัน สัดส่วนอยู่ที่มากกว่า 60% อันดับหนึ่ง ได้แก่ เมียนมา รวมถึงกาตาร์ คูเวต บังกลาเทศ กัมพูชา ซาอุดิอาราเบีย ที่เริ่มเพิ่มขึ้น ขณะที่ รายได้จากผู้ป่วยชาวไทยราว 35%"

 

"ซึ่งการเปิดประเทศบวกกับกระแสการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่เพิ่มมากขึ้นนี้ ได้ช่วยส่งเสริมให้ตลาด Medical & Wellness Tourism รวมถึงเศรษฐกิจในประเทศกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง ปัจจุบัน โรงพยาบาลมีล่ามกว่า 200 คน รองรับกว่า 33 ภาษา รวมถึงนำเทคโนโลยีล่ามดิจิทัล 4 ภาษา ได้แก่ อาราบิก เมียนมา บังกลาเทศ และจีน อีกด้วย" 

 

 

 

 

"บำรุงราษฎร์" กางแผนปี 66 มุ่งสู่ Medical and Wellness Destination

 

 

การแพทย์เปลี่ยน วิสัยทัศน์ต้องปรับ 

 

"ภญ.อาทิรัตน์ กล่าวต่อไปว่า เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน การบริการการแพทย์เปลี่ยน ทิศทางการให้บริการทางการแพทย์จึงเริ่มเปลี่ยน ส่งผลต่อวิสัยทัศน์ ซึ่ง "บำรุงราษฎร์" ตั้งเป้าสู่ปีแห่งความเป็นเลิศ (Year of Excellence) พร้อมมุ่งมั่นเพื่อก้าวสู่จุดหมายแห่งการดูแลสุขภาพและสุขภาวะที่น่าเชื่อถือที่สุด ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ใหม่ของปีนี้ ด้วยการผนึกความเชี่ยวชาญและต่อยอดของการรักษาโรคซับซ้อนเข้ากับการดูแลเชิงป้องกัน

 

ที่ผ่านมา มีการริเริ่มและวางรากฐานเวชศาสตร์เชิงป้องกัน ภายใต้ชื่อ "ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์" ซึ่งเป็นสถาบันเวชศาสตร์ชะลอวัยแบบบูรณาการ โดยยึดหลัก 4C1W เป็นปัจจัยหลักเพื่อก้าวสู่ปีแห่งความเป็นเลิศ ประกอบด้วย 

1. Critical Care การรักษาผู้ป่วยภาวะวิกฤต 

2. Complicated Care การรักษาผู้ป่วยที่มีอาการซับซ้อนหลายโรคหรือโรคหายาก 

3. Cutting-edge technology การให้ความสำคัญและประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี 

4. Collaboration of expertise and partners การทำงานที่สอดประสานกันและการแสวงพันธมิตรที่เข้มแข็ง

และ 1. W = Wellness การแพทย์เชิงป้องกัน

 

"หัวใจสำคัญ ของการทำธุรกิจโรงพยาบาล คือ คุณภาพและความปลอดภัย บำรุงราษฎ์ คือ มีเป้าหมายชัดเจน คือ การทำเพื่อผู้ป่วยส่งมอบความปลอดภัยสูงสุด มุ่งเน้นเชิงป้องกัน วินิจฉัยความเสี่ยง ไม่ให้คนเจ็บป่วย และหากเจ็บป่วยนวัตกรรมทางการแพทย์ต้องทันสมัย ทัดเทียมนานาชาติ" 

 

"บำรุงราษฎร์" กางแผนปี 66 มุ่งสู่ Medical and Wellness Destination

 

ดูแลผู้ป่วยวิกฤต โรคซับซ้อน

 
ในปี 2565 บำรุงราษฎร์ มุ่งมั่นในการรักษาผู้ป่วยภาวะวิกฤต และการดูแลโรคซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็น

  • การเปิด ‘แผนกผู้ป่วยวิกฤตระบบประสาทและไขสันหลัง’ (Neurocritical Care Unit: NCCU)
  • การเปิด ‘ศูนย์เฉพาะทางด้านการทำงานระบบทางเดินอาหาร’ (Gastrointestinal Motility Center)
  • การเปิด ‘ศูนย์ปลูกถ่ายกระจกตา’ (Cornea Transplant Center)
  • ‘คลินิกคุณภาพการนอนหลับ’ (Comprehensive Sleep Clinic) ค้นหาสาเหตุแท้จริงในการนอน ตรวจ วางแผน เพื่อหาแนวทางให้นอนหลับอย่างมีคุณภาพ 

 

อีกทั้ง การนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับสร้างเสริมประสบการณ์ผู้ป่วย พัฒนาคุณภาพของห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ เพื่อให้บริการด้านจีโนมิกส์ด้วยเทคโนโลยี Next Generation Sequencing (NGS) ที่ช่วยในการถอดรหัสพันธุกรรมเพื่อทำนายโรค เช่น มะเร็ง ความเสี่ยงโรคหัวใจ การแพ้ยา รวมถึงการตรวจโครโมโซมของลูกตั้งแต่ยังไม่คลอด

 

การเปิดตัว Radiology AI นวัตกรรมที่เข้ามาช่วยรังสีแพทย์ในการวิเคราะห์และระบุตำแหน่งภาวะความผิดปกติของปอดและมะเร็งเต้านมระยะแรกเริ่มได้อย่างแม่นยำ ปัจจุบันใช้กับผู้ป่วยทุกรายที่มาเอกซเรย์ 

 

รวมถึงการปรับตัวสู่การเป็น Digitized Hospital โดยนำประโยชน์ของเทคโนโลยีด้านดิจิทัลมาปรับใช้ในการบริการ มีการพัฒนา Bumrungrad Application ให้ครอบคลุมมากขึ้น นัดหมายแพทย์ ความรู้ต่าง และการปรึกษาแพทย์ทางไกล ดูประวัติการตรวจ ผลแล็บ และรับยา เพิ่มฟีเจอร์ Bumrungrad FastTrack Pay เพื่อความสะดวกในการชำระเงินผ่านแอปพลิเคชั่น โดยไม่จำเป็นต้องรอชำระเงินหน้าเคาน์เตอร์ เป็นต้น

 

"บำรุงราษฎร์" กางแผนปี 66 มุ่งสู่ Medical and Wellness Destination

 

4 เสาหลัก สู่ความเป็นเลิส

 

สำหรับปี 2566 ภายใต้แนวคิดของ 4C1W บำรุงราษฎร์ประกาศให้เป็นปีสู่ความเป็นเลิศ (Year of Excellence) โดยมีเสาหลักด้านความเป็นเลิศ 4 ประการ ได้แก่
 
1. ความเป็นเลิศด้านบุคลากร (People Excellence) 

บุคลากรโรงพยาบาล คือ ทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด บำรุงราษฎร์มีนโยบายที่ชัดเจนและต่อเนื่องในการสรรหา สร้าง รักษา และพัฒนาบุคลากรให้เติบโตไปพร้อมกับองค์กร ตลอดจนปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งจากรุ่นสู่รุ่น หนึ่งในกิจกรรมที่บำรุงราษฎร์ทำมาโดยตลอด คือ การสร้างและพัฒนาให้มีบุคลากรด้านการแพทย์และการพยาบาลที่ทรงคุณค่าให้แก่โรงพยาบาลและแก่ประเทศชาติ ซึ่งรวมถึงการให้ทุนการศึกษาแก่พยาบาล 

 

"ศ.นพ.นิมิต เตชไกรชนะ" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมบุคลากรบำรุงราษฎร์ และรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิจัยและการศึกษา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ให้ข้อมูลเพิ่มว่า การเดินหน้าสู่ความเป็นเลิศในทุกด้าน ต้องอาศัยคน ทุกคนในองค์กรต้องทำงานสอดคล้องกัน มีการบริหารจัดการที่ดี การได้คนเก่งมาทำงานจะทำอย่างไรให้รักษาเขาไว้ได้ และส่งเสริมอย่างไรให้เขาเก่งขึ้น

 

"เพราะวิวัฒนาการทางการแพทย์เปลี่ยนไว หากไม่พัฒนาเราจะยังอยู่ที่เดิม ดังนั้น หัวใจสำคัญ คือ การอบรม ให้ความรู้ โดยฝ่ายแพทย์จะคอยทบทวนความรู้ อัพเดทข้อมูล และเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างการผ่าตัดโดยหุ่นยนต์ ต้องรีสกีล"  

 

"บำรุงราษฎร์" กางแผนปี 66 มุ่งสู่ Medical and Wellness Destination


โรงพยาบาลมีสถาบันทางวิชาการที่ส่งเสริมด้านการศึกษาและฝึกอบรมเพื่อให้บุคลากรมีความรู้ที่ทันสมัยอยู่เสมอ ถือได้ว่าปัจจุบันบำรุงราษฎร์เป็น ‘สถาบันวิชาการทางการแพทย์ภาคเอกชน’ หรือ Academic Private Hospital อย่างเต็มรูปแบบ อีกทั้งยังสนับสนุนให้แพทย์และบุคลากรได้มีโอกาสทำงานวิจัย ตีพิมพ์ผลงานในวารสารทางวิชาการทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ซึ่งนับเป็นการถ่ายทอดแบ่งปันองค์ความรู้ขององค์กรไปสู่สาธารณชนอีกด้วย 


2. ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Clinical Excellence) 

การแพทย์ นับเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้รับบริการ "รศ.นพ. ทวีสิน ตันประยูร" ประธานปฏิบัติการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อธิบายว่า ในปีนี้ โรงพยาบาลฯ มีการยกระดับศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Center of Excellence) ได้แก่ สถาบันหัวใจ ศูนย์มะเร็งฮอไรซัน ศูนย์โรคระบบประสาท ศูนย์ทางเดินอาหารและตับและลำไส้ และศูนย์จักษุ ซึ่ง 5 ศูนย์ความเป็นเลิศนี้ เปรียบเสมือนเรือธงในการขับเคลื่อนการรักษาพยาบาลในปี 2566 

 

ขณะที่ศูนย์การรักษาอื่น ๆ ยังคงให้บริการด้วยคุณภาพมาตรฐานและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามมาตรฐานของบำรุงราษฎร์ทุกประการ โดยบำรุงราษฎร์มีองค์แพทย์ที่เข้มแข็ง ทำหน้าที่กับการกำกับดูแลทางการแพทย์ (Clinical Governance) ซึ่งเป็นธรรมภิบาลของแพทย์ เพื่อให้การประกอบวิชาชีพของแพทย์ให้เป็นไปตามกฎหมาย เป็นไปตามจริยธรรมและศีลธรรม (Moral) อย่างถูกต้องเหมาะสม และเป็นไปตามคุณภาพมาตรฐานและความปลอดภัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีกระบวนการตอบสอบภายในอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานสากล 

ตลอดจนมีแผนระยะยาวในการเตรียมแพทย์รุ่นใหม่ให้มีความพร้อมในการก้าวขึ้นมาเป็นแพทย์ผู้ชำนาญการและแพทย์ผู้บริหารของโรงพยาบาลในรุ่นต่อไป (Building Tomorrow Doctors) ด้วยการออกแบบหลักสูตรพัฒนาแพทย์ที่เป็นแบบฉบับของบำรุงราษฎร์เอง รวมไปถึงการขยายศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ อาทิ ศูนย์มะเร็ง ร่วมกับโรงพยาบาลพันธมิตร ได้แก่ โรงพยาบาลพิษณุเวช และ โรงพยาบาลนครธน เพื่อให้ผู้ป่วยมีโอกาสได้เข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพมาตรฐาน

 

"บำรุงราษฎร์" กางแผนปี 66 มุ่งสู่ Medical and Wellness Destination

 

"การจะเดินหน้าสู่ "ความเป็นเลิศทางการแพทย์" ต้องเริ่มต้นจากการรวบรวมแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถ ขณะที่โรงพยาบาลต้องมีธรรมาภิบาล มีความเสมอภาค เปิดเผย ไม่ปิดบัง และเป็นไปตามจริยธรรม มาตรฐานทางการแพทย์ เพื่อให้เดินหน้าไปพร้อมกัน สิ่งแวดล้อมที่ดีจะดึงดูดให้แพทย์เก่งๆ รวมถึงต้องกำกับดูแลแพทย์ โดยให้ปฏิบัติตามมาตรฐาน และความรู้ในปัจจุบัน มีการเก็บผลการรักษามาวิเคราะห์ ปรับปรุง วิธีการรักษา และพัฒนาแพทย์ทั้งแพทย์ที่อยู่เดิมและแพทย์ใหม่" 

 

3. ความเป็นเลิศด้านคุณภาพและความปลอดภัย (Quality and Safety Excellence) 

คุณภาพและความปลอดภัย คือ หัวใจสำคัญอีกประการหนึ่ง อีกทั้งยังมีการให้องค์กรอิสระภายนอกเข้ามาตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานและความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง อาทิ มาตรฐานคุณภาพโรงพยาบาลระดับสากล (JCI), มาตรฐานคุณภาพโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ ‘ขั้นก้าวหน้า’ (A-HA), การรับรองจาก Global Healthcare Accreditation (GHA) ในระดับความเป็นเลิศมาตรฐานสากลในการดูแลกลุ่มผู้ป่วยชาวต่างชาติที่เดินทางเพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลในประเทศไทย

 

4. ความเป็นเลิศในการส่งเสริมประสบการณ์ผู้ป่วย (Patient Experience Excellence) 

โรงพยาบาลฯ ได้มีการปรับปรุงวิถีแห่งบำรุงราษฎร์ (Bumrungrad Way) ซึ่งเป็นแนวปฎิบัติของบุคลากรในการบริการผู้ป่วยที่เป็นแบบฉบับของบำรุงราษฎร์เองให้สอดรับตามยุคสมัย แต่ยังคงแนวปฏิบัติที่ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางในการรักษาพยาบาล นำไปสู่การให้บริบาลด้วยความเอื้ออาทร (compassionate caring) 

 

Wellness เสริมจุดแข็งการแพทย์ไทย


ท้ายนี้ "ภญ.อาทิรัตน์" กล่าวเสริมว่า เทรนด์ของ Wellness กำลังมาแรง หลายคนหันมาดูแลสุขภาพ ปัจจุบัน ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ เติบโตอย่างมากและสร้างรายได้กว่า 1 พันล้านบาทในปี 2565 รวมถึงบริการที่ RAKxa (รักษ) ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวมที่บางกระเจ้า และพันธมิตรอื่น ๆ ถือเป็นการเสริมจุดแข็งด้านการแพทย์ของไทย สู่เป้าหมายของการเป็น ‘ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ’ หรือ ‘การแพทย์ครบวงจร’ (Medical Hub) เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) สร้างชื่อเสียงความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ และสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบให้กับประเทศชาติ

 

"บำรุงราษฎร์" กางแผนปี 66 มุ่งสู่ Medical and Wellness Destination