วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

‘ผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชน’ บูม!  4 ปีโต 3 เท่า มูลค่าทะลุกว่า 3,600 ล้าน

“ผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชน”บูม  4 ปีโตต่อเนื่องกว่า 3 เท่า มูลค่าทะลุกว่า 3,600 ล้าน อย.ผนึกอพท.ยกระดับ “ของดีชุมชน” ผ่านมาตรฐานอย.สู่ตลาด เฟส 1 นำร่อง 37 รายการ 9 จังหวัด หนุนรายได้ชาวบ้าน - เป้าหมายไทยสู่ OECD ปี 71

KEY POINTS

  • ตลาดผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชนเติบโตขึ้น 3 เท่าในรอบ 4 ปี โดยมีมูลค่ารวมกว่า 3,630 ล้านบาทในปี 2569
  • อย. และ อพท. ลงนามความร่วมมือ (MOU) เพื่อยกระดับและพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชนของผู้ประกอบการให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานความปลอดภัย
  • มีโครงการนำร่องพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชน 37 รายการ จากผู้ประกอบการ 12 รายใน 9 จังหวัด เพื่อให้สามารถจัดจำหน่ายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
  • ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก และแก้ปัญหาให้ผู้ประกอบการที่ไม่สามารถเข้าถึงมาตรฐาน อย. ได้

เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มีการลงนามความร่วมมือตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เพื่อพัฒนาสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชนให้มีคุณภาพ ความปลอดภัย ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมเตรียมความพร้อมในการขออนุญาต ตลอดจนส่งเสริมการเพิ่มมูลค่า เชื่อมโยงช่องทางจำหน่าย และขยายโอกาสทางการตลาดเพื่อสร้างรายได้และความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ก่อนจะเรียนเชิญเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และผู้อำนวยการ อพท. ขึ้นกล่าวแสดงเจตนารมณ์

ยกระดับของดีชุมชน 37 รายการ 9 จ.

ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า  อย.ไม่ได้มองตนเองเป็นเพียงหน่วยงานที่มีหน้าที่คอยอนุมัติหรืออนุญาต (Regulator)ผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่มีนโยบายชัดเจนที่จะร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานราก  อย.จึงทำหน้าที่ในการเป็น Facilitator ด้วย

การลงนาม MOU เป็นจุดเริ่มต้นในการช่วยยกระดับผู้ผลิต โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME ในภูมิภาคทั่วประเทศ ให้มีโอกาสพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ อย. รับผิดชอบ ให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัย โดย อพท. จะเป็นผู้คัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพและความพร้อม จากนั้น อย. จะเข้าไปร่วมโค้ชและสนับสนุนจนสามารถขึ้นทะเบียนและวางจำหน่ายได้ สิ่งที่คาดหวังสูงสุดคือการให้ผู้ประกอบการมีความรู้ความเข้าใจ และสามารถต่อยอดผลิตภัณฑ์ได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

‘ผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชน’ บูม!  4 ปีโต 3 เท่า มูลค่าทะลุกว่า 3,600 ล้าน

ในการนำร่องพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชนนำร่อง 37 รายการ เป็นผลิตภัณฑ์อาหาร 24 รายการ เครื่องสำอาง 8 รายการ สมุนไพร 5 รายการ  จากผู้ประกอบการ 12 ราย ใน 9 จังหวัด ได้แก่ 

  • จ.น่าน 7 รายการ 
  • จ.เชียงใหม่ 1 รายการ
  • จ.สุโขทัย 2 รายการ
  • จ.กำแพงเพชร 3 รายการ
  • จ.สุพรรณบุรี 2 รายการ
  • จ.ตราด 1 รายการ
  • จ.ชลบุรี 8 รายการ
  • จ.สงขลา 8 รายการ
  • และจ.พัทลุง 5 รายการ 

เพื่อยกระดับให้ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัย และสามารถจัดจำหน่ายได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐาน อย.  โดยอพท. ได้ส่งข้อมูลและร่วมมือกับ อย. ในการคัดเลือกจากพื้นที่พิเศษที่มีศักยภาพเบื้องต้น เพื่อสร้างความสำเร็จในจุดแรก ประเทศไทยมีของดีและ SME มีศักยภาพสูง แต่อาจขาดโอกาส อย. จึงพร้อมยื่นมือเข้ามาสนับสนุน

อย.พร้อมช่วยจับคู่ธุรกิจ

“เอ็มโอยูกับอพท.เป็นการร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชนนำร่อง 37 รายการ ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์อาหารและสมุนไพร จากผู้ประกอบการ 12 ราย ใน 9 จังหวัด เพื่อยกระดับให้ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัย และสามารถจัดจำหน่ายได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐาน อย.คาดว่าจะใช้เวลา 3 เดือนน่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรม แต่ความสำเร็จไม่ได้วัดเพียงแค่จำนวนผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาได้กี่รายการ แต่วัดจากการที่คนในชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เติบโตอย่างยั่งยืน มีองค์ความรู้ และสามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต”ภญ.สุภัทรากล่าว 

อย.พร้อมจะเข้าไปสนับสนุนทั้งในเรื่องการปรับปรุงสูตรการผลิต การปรับปรุงสถานที่ผลิต การใช้วัตถุดิบ และกระบวนการผลิตต่างๆ โดยมีพันธมิตรสำคัญ คือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทั่วประเทศ และยังมีกองงานที่รับผิดชอบเขตสุขภาพครอบคลุมทั้ง 76 จังหวัดคอยดูแล นอกจากนี้ ยังมีโครงการความร่วมมือกับหลายหน่วยงาน เช่น กปร. โครงการพระราชดำริ และโครงการขับเคลื่อน Local to Global รวมถึงการทำ Business Matching เพื่อสนับสนุนด้านการตลาดด้วย

“ข้อจำกัดด้านศักยภาพของชุมชนมี 2 ด้านหลัก คือ ด้านต้นทุนในการปรับปรุงสถานที่ และด้านองค์ความรู้ทางวิชาการ ซึ่งทั้งสองหน่วยงานจะประสานความร่วมมือเพื่อให้ชุมชนเข้าถึงแหล่งเงินทุน ควบคู่ไปกับการสนับสนุนด้านวิชาการอย่างเต็มที่”ภญ.สุภัทรากล่าว 

มูลค่าผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชนโต 3 เท่า

ภญ.สุภัทรา ให้ข้อมูล “กรุงเทพธุรกิจ”เพิ่มเติมว่า แนวโน้มผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชนมีทิศทางเติบโตขึ้นเรื่อยๆ สร้างการเติบโตของมูลค่าเศรษฐกิจฐานรากมากกว่า 3 เท่าภายในระยะเวลา 4 ปี โดยในปี  2566 ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต 950 รายการ มูลค่า 1,170 ล้านบาท  ปี 2567 อนุญาต 1,391 รายการ มูลค่า 1,630 ล้านบาท ปี 2568 อนุญาต 1,906 รายการ มูลค่า 2,480 ล้านบาท และปี 2569 อนุญาต 2,126 รายการ มูลค่า 3,630 ล้านบาท

“โดยเฉพาะกลุ่มอาหาร ซึ่งเป็นจุดเด่นและซอฟต์พาวเวอร์ของไทยที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีขั้นสูง สามารถนำวัตถุดิบทางการเกษตรที่มีราคาถูกตามฤดูกาลมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มได้ทันที”ภญ.สุภัทรากล่าว

แก้ Pain Points สินค้าชุมชน-SME

ด้านนายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า อพท. มีจุดเน้นสินค้าชุมชน 3 ด้าน คือ ประโยชน์ของชุมชน, การดำเนินงานบนแผนโครงสร้างพื้นฐาน และการมุ่งสู่มาตรฐานสากล ซึ่งการจะไปแตะมาตรฐานสากลได้นั้น จำเป็นต้องพึ่งพาความร่วมมือและความเชี่ยวชาญจาก อย. เพื่อยกระดับสินค้าชุมชน ทั้งนี้ ที่ผ่านมา อพท.พบปัญหา (Pain Points) และโอกาสของสินค้าชุมชนและSME แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก จึงนำเข้ามาสู่การแก้ไขร่วมกับอย.

1.กลุ่มที่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ไม่รู้จะติดต่อใคร แต่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และใส่ใจเรื่องความสะอาดและความปลอดภัย

2.กลุ่มที่พยายามแล้วแต่ยังไปไม่สุด ซึ่งมีจำนวนมาก ติดขัดปัญหาเรื่องสถานที่ผลิตไม่ผ่านมาตรฐาน หรือติดปัญหาเรื่องสูตรและการรับรอง

‘ผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชน’ บูม!  4 ปีโต 3 เท่า มูลค่าทะลุกว่า 3,600 ล้าน

การลงนามในครั้งนี้จึงมี 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) ทำให้ชุมชนและบุคลากร อพท. มีความรู้ความเข้าใจและสามารถเข้าถึงมาตรฐานของ อย. ได้จริง 2) การยกระดับคุณภาพ ความปลอดภัย และคุณค่าของผลิตภัณฑ์ เพราะที่ผ่านมาตนเคยนำของฝากชุมชนไปมอบให้ผู้ใหญ่ในต่างประเทศ ทุกคนชื่นชมแต่ไม่กล้าใช้เนื่องจากขาดมาตรฐานหรือไม่มีเลขจดแจ้ง การมีตรา อย. จะสร้างความมั่นใจและนำไปสู่การใช้งานจริง และ 3) การบูรณาการข้อมูล Pain Points จากชุมชนเพื่อนำมาแก้ไขและสื่อสารให้ชาวบ้านทราบว่าควรปรับตัวอย่างไร

มาตรฐานสินค้าชุมชน หนุนไทยเข้า OECD

นายศิริปกรณ์ กล่าวอีกว่า  ความร่วมมือครั้งนี้ยังเชื่อมโยงในระดับนโยบาย เรื่องที่ประเทศไทยมีเป้าหมายเข้าเป็นสมาชิก OECD ในปี 2571 ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งหนึ่งในกลไกสำคัญ คือ การมีหลักฐานเชิงประจักษ์เรื่องมาตรฐานและการกำกับดูแล ดังนั้น สิ่งที่ อพท. ร่วมมือกับ อย. ในการลงไปยกระดับสินค้าชุมชน  จะถูกจัดเก็บเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์และเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สมาชิกภาพ OECD ได้ตามเป้าหมาย

ต่อยอดสู่การส่งเสริมตลาด

“เมื่อผลิตภัณฑ์มีคุณภาพดีและผ่านมาตรฐาน อย. จะมีการขับเคลื่อนเรื่องการตลาดต่อไป และเกรงว่าจะกลายเป็นปัญหาเรื่องการผลิตไม่ทันความต้องการของตลาดแทน”นายศิริปกรณ์กล่าว  

ยกตัวอย่าง กรณีศึกษาความสำเร็จของผลิตภัณฑ์นวดสมุนไพร จ.เชียงราย ซึ่งเดิมผลิตแบบชุมชนและใส่ขวดแก้ว ทำให้เวลาใช้งานต้องเทใส่มือ เกิดความเลอะเทอะ สิ้นเปลือง และยังไม่ผ่าน อย. ปัจจุบันสินค้านี้ส่งออกไปต่างประเทศ วางขายในห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ (Mega Store) และมุมของฝากในโรงแรมชั้นนำ  ด้วยการนำแนวคิด "A-B-C" เข้ามาแก้ปัญหา

  • A (Academic): นำองค์ความรู้ทางวิชาการและงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยในพื้นที่ร่วมกับสาธารณสุขเข้ามาจัดทำมาตรฐาน
  • B (Business): ดึงภาคธุรกิจที่มีโรงงานมาตรฐานเข้ามาร่วมบรรจุ และช่วยออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่เป็นแบบหัวนวดลูกเหล็ก (กัวซา) 6–7 เม็ด บีบแล้วนวดได้ตรงจุดโดยมือไม่เลอะ
  • C (Community): ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีความสุขอย่างยั่งยืน
    ‘ผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชน’ บูม!  4 ปีโต 3 เท่า มูลค่าทะลุกว่า 3,600 ล้าน