วันอังคาร ที่ 3 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

ส่องทางออกสังคมสูงอายุ  5 ข้อ รับมือ ‘คนไทยสุขภาพดี’ ลดลงทุกกลุ่มวัย

คนไทยแนวโน้มสุขภาพดี 7 อย่างลดลงในทุกกลุ่มวัย ขณะที่ผู้สูงอายุปลอดโรคแค่ 13%   แถมเผชิญ “ภาวะเปราะบางทางสังคม” ส่องทางออกสังคมสูงอายุ 5 ข้อเสนอ

KEY POINTS

  • คนไทยแนวโน้มสุขภาพดี 7 อย่างลดลงในทุกกลุ่มวัย  หากไม่ทำอะไรใน 10 ปีข้างหน้าประเมินว่าแนวโน้มก็จะลดลงอีก ชี้ต้องสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดีก่อนแก่ 
  • ขณะที่ผู้สูงอายุปลอดโรคแค่ 13%   แถมเผชิญ ความชุก“ภาวะเปราะบางทางสังคม” กว่า 18 %  ทั้งแยกตัวจากสังคม ความเหงาความโดดเดี่ยว และการขาดแคลนทรัพยากร บทบาท หรือการสนับสนุนทางสังคมที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต
  • ส่องทางออกสังคมสูงอายุ  ชงนโยบายดูแลสุขภาพตั้งแต่ก่อนสูงวัย 5 ข้อเสนอรับมือสังคมสูงอายุ  สร้างสุขภาพดีก่อนแก่  ระบบบริการสาธารณสุขที่ออกแบบและจัดการใหม่ ไม่กลัวสังคมสูงอายุ เน้น 4 ลด 3 เพิ่ม

 เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2569  ภายในงานปณิธานรำลึก “ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ครั้งที่  2 มีการเสวนาในหัวข้อ “ปฏิรูปสังคมสูงวัย สร้างความสัมพันธ์ เสริมคุณค่ากายและใจ” รศ.ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (โรค NCDs) เป็นโรคหลักที่ผู้สูงอายุเป็นมาก คือ เบาหวานและความดันโลหิตสูง พบสัดส่วนสูงกว่าวัยอื่น แนวโน้มก็เพิ่มขึ้น

โดยสูงอายุป่วยเบาหวานและความดันสูง 9.5 ล้านคนหรือ 68% เมื่อบวกไขมันในเลือดสูง รวม 3 โรค เป็น 12.2 ล้านคน หรือ 87% เท่ากับว่าสูงอายุปลอดโรคแค่ 13% เท่านั้น โครงการที่เห็นคืออบรมให้ความรู้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงในกลุ่มเบาหวาน ความดัน ถามว่าได้ผลหรือไม่

จากการสำรวจปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ เช่น อ้วน ดื่มสุรา สูบบุหรี่ พบเริ่มตั้งแต่วัยรุ่น พีคสูงสุดช่วงวัยทำงาน แต่ช่วงสูงอายุปัจจัยเสี่ยงแนวโน้มลดลง ขณะที่โรค NCDs เบาหวาน ความดัน เริ่มสูงตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไปเรื่อยๆ ดังนั้น การไปปรับพฤติกรรมตอนสูงอายุอาจไม่ช่วย เพราะปัจจัยเสี่ยงมาก่อนหน้านั้น

ส่องทางออกสังคมสูงอายุ  5 ข้อ รับมือ ‘คนไทยสุขภาพดี’ ลดลงทุกกลุ่มวัย

ปรับพฤติกรรมสุขภาพที่ดีก่อนสูงวัย

"ระยะตั้งแต่เริ่มมีพฤติกรรมเสี่ยงถึงมีโรคกินเวลาหลายปี เช่น บุหรี่ มีงานวิจัยว่า 30 ปี ถ้าเริ่มสูบบุหรี่วันนี้ การเป็นมะเร็งปอดอาจกินเวลาประมาณ 30 ปี ปัจจัยเสี่ยงอื่นก็คล้ายกัน เราจะจัดการอย่างไรให้สูงอายุสุขภาพดี ส่วนที่ย้อนแย้ง คือ ถามว่าเคยได้รับคำแนะนำในการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีเป็นอย่างไร คนได้รับคำแนะนำคือผู้สูงอายุที่ปัจจัยเสี่ยงไม่ค่อยมีแล้ว แต่วัยรุ่นวัยทำงานที่ปัจจัยเสี่ยงสูงมากแทบไม่ได้รับคำแนะนำเลย" รศ.ดร.พญ.เริงฤดีกล่าว

แนวโน้มสุขภาพดี 7 อย่าง ลดลงในทุกกลุ่มวัย

นอกจากนี้ จากการสำรวจสุขภาพฯ ในครั้งที่ 4 และ 5 นำมาเชื่อมกับการเสียชีวิตของคนไทย มาดูว่าคนไทยมีสุขภาพดี 7 อย่าง คือ ไม่เป็นเบาหวาน ไขมันดี ไม่มีความดัน ไม่สูบบุหรี่ มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ ไม่อ้วน และกินผักผลไม้เพียงพอ หากทำได้ 5-7 ข้อ ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดลง 72%

“แนวโน้มการมีสุขภาพดี 7 อย่าง มีแนวโน้มลดลงในทุกกลุ่มวัย หากไม่ทำอะไรใน 10 ปีข้างหน้าประเมินว่าแนวโน้มก็จะลดลงอีก” รศ.ดร.พญ.เริงฤดีกล่าว

 ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก(WHO) แนะนำมาตรการที่ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพหลายอย่าง ไม่เพียงรณรงค์ให้ความรู้เท่านั้น ต้องทำอย่างอื่นควบคู่ด้วย โดยเฉพาะนโยบายสาธารณะ การปรับสิ่งแวดล้อม เสริมศักยภาพชุมชน และปรับระบบบริการสุขภาพเน้นสร้างนำซ่อม

ศักยภาพ 5 ด้าน สูงวัยอย่างมีสุขภาวะ

ด้านศ.นพ.วีรศักดิ์ เมืองไพศาล ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม สาขาเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ประธานศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การมีอายุยืนยาวขึ้นจะต้องมีสุขภาวะและมีความหมาย เปรียบเสมือนต้นไม้ที่งอกงาม ประกอบด้วย "ราก" คือ ศักยภาพภายใน ได้แก่ การรู้คิด ความจำ อารมณ์ การเคลื่อนไหว โภชนาการ การมองเห็น และการได้ยิน กับ "ปุ๋ย" คือ สิ่งแวดล้อมนอกตัว ทั้งด้านกายภาพ สังคม ดิจิทัล เศรษฐกิจ บริการ นโยบาย และสิ่งแวดล้อม ซึ่งการจะมีอายุยืนยาวอย่างสุขภาพดี (Healthy Longevity) ต้องดำเนินการทั้ง 2 ส่วนนี้ควบคู่กัน

หากเทียบผู้สูงอายุ 2 คน ที่ศักยภาพภายในเท่ากัน การปรับสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นสามารถยืดอายุยืนยาวออกไปได้มากกว่า ซึ่งสามารถปรับสร้างเป็น Innovation Platform ได้ 4 ส่วน คือ 1) สิ่งก่อสร้าง เช่น ทางเดินสะดวก การออกแบบเพื่อทุกคน การเดินทาง การป้องกันหกล้ม/พลัดหลง  2) ด้านสังคม เช่น การมีส่วนร่วมทางสังคม ผู้ดูแล การเหยียดอายุ บทบาทที่มีความหมาย 3) ดิจิทัล เช่น การมีแพทย์ทางไกล บ้านอัจฉริยะ อุปกรณ์สวมใส่ และการเข้าถึงต่างๆ และ 4) กายภาพ เช่น มลพิษทางอากาศ ความร้อน เสียงรบกวน พื้นที่สีเขียว

ศ.นพ.วีรศักดิ์กล่าวว่า การสูงวัยอย่างมีสุขภาวะ (Healthy Aging) ขององค์การอนามัยโลกต้องมี Functional Ability หรือความสามารถเชิงหน้าที่ ประกอบด้วย ศักยภาพ 5 ด้านหลักที่ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถทำในสิ่งที่ตนเองเห็นคุณค่าและมีความหมาย ได้แก่

 1) การตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐาน

2) การเรียนรู้ การเติบโตและการตัดสินใจ

 3) การมีความเคลื่อนไหว 

4) การสร้างและรักษาความสัมพันธ์

และ 5) การมีส่วนร่วมและทำประโยชน์ให้แก่สังคม

ส่องทางออกสังคมสูงอายุ  5 ข้อ รับมือ ‘คนไทยสุขภาพดี’ ลดลงทุกกลุ่มวัย

3 ภาวะเปราะบาง นำไปสู่สุขภาพที่แย่ลง

นอกจากนี้ ต้องมีการคัดกรองภาวะเปราะบางทางสังคม (Social Frailty) ซึ่งมี 3 ด้าน คือ การแยกตัวจากสังคม ความเหงาความโดดเดี่ยว และการขาดแคลนทรัพยากร บทบาท หรือการสนับสนุนทางสังคมที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต ซึ่งทั้งหมดนำไปสู่สุขภาพที่แย่ลง ทั้งภาวะเปราะบางทางกาย ภาวะซึมเศร้า ทุพพลภาพ การเสียชีวิต คุณภาพชีวิตและสุขภาพจิตสังคมโดยรวมแย่ลง ซึ่งปัจจุบันพบความชุกของความเปราะบางทางสังคมถึง 18.8%  ในโรงพยาบาลพบเพิ่มสูงถึง 47.3% 

"เมื่อมีการประเมินทางคลินิกพบความเปราะบางทางสังคมแล้วจะสั่งจ่ายกิจกรรมทางสังคมยังมีช่องว่าง คือ ขาดผู้ประสานงานในชุมชนที่จะเชื่อมให้คนไข้เข้าสู่กิจกรรมที่มีมากมายในพื้นที่ ในอำเภอ หรือจังหวัดได้อย่างเหมาะสม เหมือนมียาเป็นกิจกรรมในชุมชน แต่ยังขาดระบบใบสั่งกิจกรรมจากแพทย์หรือระบบการส่งต่อ อีกทั้งแต่ละคนยังมีความชอบในกิจกรรมที่ต่างกัน ซึ่งในต่างประเทศ เช่น อังกฤษมีการทำงบประมาณเพื่อ Link Worker ตรงนี้" ศ.นพ.วีรศักดิ์กล่าว

ชง 5  ข้อเสนอสังคมสูงอายุยั่งยืนอย่างมีคุณภาพ

ขณะที่ นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ ประธานกรรมการมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) กล่าวว่า ผู้สูงวัยไม่ใช่ตัวถ่วงเศรษฐกิจ หรือสร้างภาระให้กับประเทศ แต่สามารถสร้างสังคมสูงอายุที่น่าอยู่ได้ ต้องร่วมกันสร้างและออกแบบมีกลไกรัฐสนับสนุน โดยมีข้อเสนอนโยบายสาธารณะเพื่อสังคมสูงอายุที่ยั่งยืนอย่างมีคุณภาพ 5 ด้าน

1.) นโยบายสาธารณะและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพทุกช่วงอายุ เช่น ลดปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เพิ่มศักยภาพตั้งแต่วัยเด็ก ลดการเสพติด ลดอุบัติเหตุทางถนน จัดการปัจจัยเสี่ยงทางสังคมและธุรกิจที่ก่อโรค NCDs

2.) ระบบบริการสาธารณสุขที่ออกแบบและจัดการใหม่ ไม่กลัวสังคมสูงอายุ เน้น 4 ลด 3 เพิ่ม คือ ลดมาโรงพยาบาล ลดนอนโรงพยาบาล ลดมาห้องฉุกเฉิน ลดภาระงานโรงพยาบาลใหญ่ เพิ่มคุณภาพการดูแล/ดูแลด้วยหัวใจ เพิ่มความมั่นใจร่วมดูแลสุขภาพของผู้ป่วย ครอบครัว ชุมชน และเพิ่มความไว้วางใจในกลไกใกล้บ้าน พร้อมมีมาตรการชะลอความเสื่อมและการดูแลระยะท้ายอย่างมีคุณภาพให้เกิดการตายดี

3.) ความมั่นคงทางการเงินที่มีมากกว่าระบบบำนาญแห่งชาติ โดยรัฐต้องดูแลให้ทุกคนมีความมั่นคงทางการเงิน กลไกการออมต้องมั่นคง และมีระบบบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ ลดภาระและความเสี่ยงทางการเงินเมื่อสูงวัย

ส่องทางออกสังคมสูงอายุ  5 ข้อ รับมือ ‘คนไทยสุขภาพดี’ ลดลงทุกกลุ่มวัย

4.) ชุมชนที่เป็นมิตรกับสังคมสูงอายุ โดยสร้างความเข้มแข็งของชุมชนให้เป็นฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจ บริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน และสร้างบริการสาธารณะที่ลดการแยกตัว เพิ่มการเอาใจใส่ดูแลกัน และควรรองรับสำหรับคนทุกวัยด้วย

 และ 5.) ส่งเสริมการมีงานทำที่เหมาะสมกับสภาวะทางร่างกายและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม 

ธุรกิจมีส่วนสร้างภาระสุขภาพ

ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า นโยบายสาธารณะที่ดี คือ กุญแจสู่สุขภาวะในผู้สูงอายุ เพราะผู้สูงอายุที่สุขภาพไม่ดีเป็นหนึ่งในความเสี่ยงขั้นหายนะต่อสุขภาพโลกในศตวรรษที่ 21 โดย 3 ใน 4 ของสาเหตุการตายของทั่วโลกมาจากโรค NCDs ทั้งที่สามารถป้องกันได้ โดยลดปัจจัยเสี่ยงหลักคือ บุหรี่ สุรา อาหารไม่ดีต่อสุขภาพ มลพิษในอากาศ และการออกกำลังกาย

ขณะนี้องค์การอนามัยโลก แนะนำให้ทุกประเทศให้ความสำคัญกับปัจจัยเชิงพาณิชย์กำหนดสุขภาพ (Commercial Determinants of Health: CDoH) คือ ธุรกิจที่มีส่วนสร้างภาระสุขภาพ ควรมีส่วนรับผิดชอบด้วย ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับ Earmarked Tax หรือภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ

ขณะที่มาตรการที่มีประสิทธิภาพสูง (Best Buys) คือ นโยบายหรือกฎหมาย ยกตัวอย่างการลดยาสูบ เช่น มาตรการขึ้นภาษี ซองบุหรี่แบบเรียบ คำเตือนขนาดใหญ่ ห้ามโฆษณา/ส่งเสริมการขาย ห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ/ที่ทำงาน และการจำกัดจุดขาย

ดังนั้น จึงต้องเพิ่มประสิทธิภาพการชี้แนะการผลักดันให้รัฐบาลกำหนดนโยบายสาธารณะ เพื่อสุขภาพของประชาชนทุกวัยโดยเฉพาะผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมการมีสุขภาพดีของประชาชน