วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม 2569

Login
Login

บอร์ดควบคุมคุณภาพฯ สปสช. วางทิศทาง 'บัตรทอง 30 บาท' ปี 2570

บอร์ดควบคุมคุณภาพฯ สปสช. เดินหน้า 4 ยุทธศาสตร์วางทิศทาง ปี 2570 ยกระดับบริการปลอดภัย–คุ้มครองสิทธิ เน้นติดตามกำกับผลลัพธ์บริการ '10 พลัส ใหม่'

ศ.คลินิก นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา ประธานกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2570 คณะกรรมการฯ ได้ทบทวนแผนการกำกับคุณภาพมาตรฐานบริการและการคุ้มครองสิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อให้สอดคล้องกับระบบบริการที่เปลี่ยนแปลง โดยกำหนด 4 ยุทธศาสตร์ที่เชื่อมทั้งการดูแลมาตรฐานหน่วยบริการ การใช้ข้อมูลพัฒนางาน ขยายกลไกการคุ้มครองสิทธิ และการสื่อสารให้ประชาชนรับรู้สิทธิ
ยุทธศาสตร์ที่ 1 คือ การสร้างความมั่นใจในคุณภาพ เน้นกำกับผลลัพธ์บริการรายโรคเป้าหมายสำคัญ 13 รายการ หรือ “10 Plus ใหม่” และใช้กลไกการจ่ายเงินที่จูงใจให้เกิดคุณภาพมากขึ้น พร้อมพัฒนาข้อเสนอรายการและอัตราจ่ายที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนให้หน่วยบริการจัดบริการที่ประชาชนเข้าถึงได้และมีคุณภาพ
การดำเนินงานจะวิเคราะห์ผลลัพธ์บริการพร้อมกำหนดแนวทางพัฒนาอย่างน้อยปีละ 2 เรื่อง เช่น บริการโรคไตเรื้อรังและบริการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี โดยเริ่มดำเนินงานในปี 2570 ควบคู่กับการกำกับศักยภาพหน่วยบริการรับส่งต่อเฉพาะด้าน ทั้งบริการหัวใจและไต ตลอดจนหน่วยบริการนวัตกรรมและหน่วยบริการตามมาตรา 3 เพื่อให้เครือข่ายมีความพร้อมดูแลประชาชนตามศักยภาพการให้บริการ

ยุทธศาสตร์ที่ 2 คือ การกำกับด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ โดยบูรณาการระบบสารสนเทศและตัวชี้วัดคุณภาพรายโรค ให้สามารถติดตามผลลัพธ์บริการและเห็นประเด็นที่ต้องปรับปรุง พร้อมวิเคราะห์ผลตรวจสอบและคืนข้อมูลให้หน่วยบริการนำไปพัฒนางาน เพื่อให้ข้อมูลที่เก็บรวบรวมเกิดประโยชน์ต่อการปรับปรุงการดูแลผู้ป่วย
นอกจากนี้ จะพัฒนาระบบตรวจสอบก่อนและหลังจ่ายให้เป็นกลไกตรวจสอบคุณภาพบริการ โดยเฉพาะบริการที่มีผลกระทบต่อคุณภาพ เช่น บริการโรคเบาหวาน เพื่อให้การตรวจสอบการจ่ายค่าใช้จ่ายเชื่อมโยงกับการเฝ้าระวังมาตรฐานบริการ และมีข้อมูลประกอบการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
ยุทธศาสตร์ที่ 3 คือ การขยายและยกระดับการคุ้มครองสิทธิ มุ่งพัฒนาศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทองและศูนย์บริการในโรงพยาบาล พร้อมใช้ระบบดิจิทัลประเมินตนเองตามมาตรฐานการจัดการเรื่องร้องเรียน เพื่อให้การรับเรื่องและการประสานงานช่วยเหลือประชาชนมีมาตรฐาน ควบคู่กับการขยายกลไกคุ้มครองสิทธิในพื้นที่ให้ประชาชนเข้าถึงได้มากขึ้น
ทั้งนี้ ตั้งเป้าขยายเครือข่ายรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองสิทธิให้ครอบคลุม 928 อำเภอ และขยายกลไกระดับจังหวัดอย่างน้อยเขตละ 1 จังหวัดในปี 2570 พร้อมพัฒนาความรู้และสมรรถนะบุคลากรอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

รวมถึงจัดทำข้อมูลสำหรับสื่อสารและพัฒนาระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานที่ทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิ เพื่อสนับสนุนการประสานแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน
ยุทธศาสตร์ที่ 4 คือการสื่อสารอย่างมีประสิทธิผล โดยออกแบบข้อมูลให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น สื่อสิ่งพิมพ์สำหรับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และการสื่อสารสิทธิประโยชน์ด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคที่ยังมีการเข้าถึงต่ำ เพื่อให้ประชาชนรู้จักบริการ เข้าใจสิทธิ และนำไปใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น
พร้อมกันนี้ จะจัดทำแนวทางสื่อสารในภาวะวิกฤตและภัยพิบัติสำหรับผู้ป่วยเฉพาะกลุ่ม รวมถึงแนวทางเชื่อมข้อมูลและระบบตรวจสอบคุ้มครองสิทธิกับแอปพลิเคชันหลักของรัฐ เช่น เป๋าตังและทางรัฐ เพื่อเพิ่มช่องทางเข้าถึงข้อมูลสิทธิสุขภาพและการคุ้มครองสิทธิ

บอร์ดควบคุมคุณภาพฯ สปสช. วางทิศทาง 'บัตรทอง 30 บาท' ปี 2570
ศ.คลินิก นพ.สุพรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า การกำกับคุณภาพยังครอบคลุมบริการรูปแบบใหม่ ทั้งการแพทย์ทางไกลและหน่วยบริการนวัตกรรม ได้แก่ ร้านยา คลินิกการพยาบาล และคลินิกเวชกรรม โดยทำงานร่วมกับสภาวิชาชีพในการปรับปรุงมาตรฐาน คู่มือ และแนวทางบริการ พร้อมปฐมนิเทศหน่วยบริการที่ขึ้นทะเบียนใหม่ ลงพื้นที่เยี่ยมเสริมพลัง และติดตามคุณภาพควบคู่กับการตรวจสอบการเบิกจ่าย เพื่อให้การเพิ่มช่องทางบริการดำเนินไปพร้อมกับการดูแลมาตรฐาน

ส่วนหน่วยบริการตามมาตรา 3 ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนหรือองค์กรภาคประชาสังคมที่ขึ้นทะเบียนเพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการของกลุ่มเปราะบาง ใช้การรับรองร่วมกับหน่วยงานเจ้าของมาตรฐาน เช่น มาตรฐานบริการเอชไอวีโดยกรมควบคุมโรค พร้อมพัฒนาทักษะบุคลากรโดยสถาบันวิชาการ และเชื่อมกลไกกำกับระดับประเทศกับระดับเขต เพื่อส่งเสริมและติดตามคุณภาพให้เหมาะสมกับบริการและประชาชนกลุ่มเป้าหมาย

"การขับเคลื่อนทั้ง 4 ยุทธศาสตร์มีเป้าหมายร่วมกันคือ ให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพและปลอดภัย รู้จักสิทธิของตนเอง และเข้าถึงความช่วยเหลือเมื่อประสบปัญหา โดยคณะกรรมการฯ จะติดตามผลตามเป้าหมายและตัวชี้วัด พร้อมนำข้อมูลกลับมาพัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แผนปี 2570 เกิดผลในทางปฏิบัติ ทั้งการดูแลตามมาตรฐาน การให้ข้อมูลที่เข้าใจง่าย และการรับฟังปัญหาเพื่อนำไปสู่การแก้ไข ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อระบบบัตรทอง"ศ.คลินิก นพ.สุพรรณ กล่าว