วันศุกร์ ที่ 2 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักวิชาการ ชี้โครงสร้าง‘บอร์ดสปสช.’ ไม่สมดุล กระทบสิทธิประโยชน์ ‘บัตรทอง 30 บาท’

นักวิชาการ ชี้บอร์ดสปสช.มีอำนาจอนุมัติสิทธิประโยชน์บัตรทอง แต่โครงบอร์ดมีปัญหา ไม่สมดุล ขาดการตรวจสอบถ่วงดุล หวั่นสร้างปัญหาให้กับประเทศในระยะยาว ชงปรับปรุงกฎหมายรื้อโครงสร้างบอร์ดสปสช.

KEY POINTS

  • นักวิชาการชี้ว่าโครงสร้างคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ขาดความสมดุล โดยมีสัดส่วนของผู้ให้บริการทางการแพทย์น้อยเกินไป ทำให้การถ่วงดุลอำนาจมีปัญหา
  • โครงสร้างที่ไม่สมดุลส่งผลกระทบโดยตรงต่อการพิจารณาอนุมัติสิทธิประโยชน์บัตรทอง เช่น กรณีวัคซีน PCV สำหรับเด็กที่ใช้เวลาอนุมัตินานถึง 8 ปี ขณะที่สิทธิประโยชน์อื่นใช้เวลาน้อยกว่า
  • มีข้อเสนอให้แก้ไขกฎหมายเพื่อปรับโครงสร้างบอร์ด สปสช. ใหม่ ให้มีสัดส่วนของผู้ให้บริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เหมาะสม เพื่อให้การกำหนดสิทธิประโยชน์เป็นธรรมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เมื่อวันที่ 2 ต.ค.2569 ที่อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข (กมธ.สธ.) วุฒิสภาจัดเวทีสัมนาการสื่อสารข้อเท็จจริงและสร้างความเข้าใจต่อการปรับปรุงระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หัวข้อรายการ "เรื่องจริง ร่าง พ.ร.บ บัตรทอง l กมธ. ว่าไง"  EP 2 ประเด็น “ปรับบอร์ด สร้างสมดุลอำนาจก่อนกำหนดสิทธิประโยชน์ ใครควรมีส่วนร่วม? กรณีศึกษา : วัคซีน PCV -ฮอร์โมนสำหรับคนข้ามเพศ”

บอร์ดสปสช.ชี้ชะตาสิทธิประโยชน์บัตรทอง

ผศ.นพ.สนั่น วิสุทธิศักดิ์ชัย ผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.ฯ ฉบับที่ 2 และผู้แทนกรรมการบริหารเครือข่ายโรงพยาบาลในกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHOSNET) กล่าวว่า การกำหนดสิทธิประโยชน์ในหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง กำหนดโดยคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ดสปสช.) เป็นสำคัญ  ส่วนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ไม่ได้กำหนด แต่เป็นผู้เตรียมข้อมูลให้บอร์ดตัดสินใจ

นักวิชาการ ชี้โครงสร้าง‘บอร์ดสปสช.’ ไม่สมดุล กระทบสิทธิประโยชน์ ‘บัตรทอง 30 บาท’

ผศ.นพ.สนั่น กล่าวอีกว่า  สิ่งที่อยากถามเรื่องการกำหนดชุดสิทธิประโยชน์ต่างๆ คือ ผู้พิจารณาใช้หลักเกณฑ์อะไร อย่าง อนุฯวัคซีน อนุฯบัญชียาหลัก มีหน้าที่พิจารณาความคุ้มค่า ประโยชน์ ความปลอดภัยของวัคซีนและยา ส่วนบอร์ดสปสช.ต้องพิจารณามีงบประมาณเพียงพอสำหรับเรื่องนี้หรือไม่

"หากทำตามกระบวนการนี้ถือเป็นไปตามหลักเกณฑ์ แต่คำถามคือ เราทำตามนี้หรือไม่ แต่เมื่อมีเงินแค่นี้จะให้ได้แค่ไหน จริงๆถ้ามีเงินให้ได้หมด ที่กังวลคือ ผู้เชี่ยวชาญเสนอสิทธิประโยชน์ที่ตัวเองดูแลและเป็นปัญหาอยู่ คนที่จะมาพิจารณาต้องใช้หลักการที่อธิบายได้ ไม่ใช่อธิบายไม่ได้” ผศ.นพ.สนั่นกล่าว

ปรับโครงสร้างบอร์ดสปสช. สร้างสมดุล

เมื่อพิจารณาพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 พบว่า กรรมการโดยตำแหน่งกับตัวแทนผู้ประกอบวิชาชีพมี 14 คน  เป็นโดยตำแหน่ง 9 คน เป็นตัวแทนวิชาชีพ 5 คน และมีผู้ทรงคุณวุฒิ 7 คน ที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)แต่งตั้ง   นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ตัวแทนองค์กรเอกชนหรือเอ็นจีโอ แม้จะบอกว่ามีปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)เป็นตัวแทนของรพ. แต่ความเป็นจริงเป็นได้จริงหรือ นี่คือความไม่สมดุลของบอร์ดสปสช.จากองค์ประกอบนี้

ส่วนผู้ทรงคุณวุฒิ 7 คนที่ครม.แต่งตั้ง วิธีการเลือก คือ บอร์ดโดยตำแหน่ง วิชาชีพ เอ็นจีโอ อปท.มาก่อนและจัดประชุมร่วมกัน จากนั้นจะเสนอชื่อใครเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ เท่ากับว่า ครม.ไม่ได้เลือก แต่ใครมีสัดส่วนที่สุด ใครอยู่นานมากที่สุด ใครกล้าครอบงำที่ประชุม ใครกล้าเสนอรายชื่อ ก็จะรู้ขั้นตอนหมด
“ปัจจุบันบอร์ดสปสช. มีอนุต่างๆ ซึ่งมีหลายบอร์ด ทั้งบอร์ด X บอร์ด Y บอร์ดอีกมาก กรรมการมีการข้ามกันไปมา ผู้ทรงคุณวุฒิบางครั้งก็เป็นผู้ทรงฯ บางครั้งก็มาจาก NGO แต่เป็นคนเดียวกัน บางครั้งตำแหน่งบอร์ดว่างลง ก็มีการย้ายจาก NGO เป็นผู้ทรงฯ  ดังนั้น สิทธิประโยชน์จะเป็นธรรมหรือไม่ ขึ้นกับบอร์ดล้วนๆ” ผศ.นพ.สนั่น กล่าว

ดังนั้น จึงต้องปรับปรุงร่างพ.ร.บ.ใหม่ ปรับโครงสร้างบอร์ดสปสช. โดยผู้ทรงคุณวุฒิยังมี แต่ลดลง โดยมีผู้ที่ทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคด้วย มีตัวแทน อปท. และผู้แทนเขตสุขภาพเพื่อประชาชน ซึ่งจะผูกโดยตรงกับประชาชนได้ดีขึ้นจำนวน 9-10 คน และมีผู้แทนหน่วยบริการ 9 คน ส่วนที่เหลือก็เป็นโดยตำแหน่งและตัวแทนวิชาชีพ คิดว่าจะสร้างสมดุลได้ดีกว่า

นักวิชาการ ชี้โครงสร้าง‘บอร์ดสปสช.’ ไม่สมดุล กระทบสิทธิประโยชน์ ‘บัตรทอง 30 บาท’
โครงสร้างบอร์ดสปสช.มีปัญหา

รศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(NIDA) กล่าวว่า โครงสร้างบอร์ดสปสช.มีปัญหากว่าบอร์ดประกันสังคมที่เป็นไตรภาคี มีนายจ้าง ลูกจ้าง รัฐ มีการถ่วงดุลกันเองตั้งแต่ต้น แต่บอร์ดสปสช.ประกอบด้วยคนเรียกร้องสิทธิเป็นส่วนมาก ส่วนตัวแทนหน่วยราชการก็มาแบบไม่ได้มีความรู้เฉพาะด้าน แต่มาเพื่อให้ครบองค์ประชุม ส่วนผู้แทนรพ.รัฐ กลับเป็นปลัดสธ.คนเดียว น้ำน้อยแพ้ไฟ ดังนั้น ต้องสร้างความสมดุล รื้อโครงสร้างบอร์ดสปสช. ให้มีสัดส่วน Healthcare Provider อย่างเหมาะสม เพื่อให้คล้ายกับบอร์ดประกันสังคม 

“โครงสร้างบอร์ดประกันสังคมเป็นระบบไตรภาคี นายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐ  จึงมีการตรวจสอบและถ่วงดุลกันเองตั้งแต่ต้น ทำให้การกำหนดสิทธิประโยชน์มีเหตุมีผลมากกว่า ส่วนโครงสร้างของบอร์ดสปสช.ขาดความสมดุลและการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจมาตั้งแต่ต้น หากไม่มีการรื้อโครงสร้างให้มีการถ่วงดุลอำนาจให้คล้ายกับบอร์ดประกันสังคม จะสร้างปัญหาระยะยาวให้แก่ประเทศอย่างแน่นอน” รศ.ดร.อานนท์กล่าว

นักวิชาการ ชี้โครงสร้าง‘บอร์ดสปสช.’ ไม่สมดุล กระทบสิทธิประโยชน์ ‘บัตรทอง 30 บาท’
ปรับแนวคิดผู้ซื้อ-ผู้ให้บริการใหม่

ขณะที่ นพ.อนุกูล ไทยถานันดร์ ผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.ฯ ฉบับที่ 1 และอดีตประธานชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป(รพศ.รพท.) กล่าวว่า 20 กว่าปีที่ผ่านมาสัดส่วนบอร์ดสปสช.ทุกวันนี้ทำให้เกิดปัญหา อย่างตนเป็นอนุกรรมการฯ ทำให้เห็นภาพ ความเป็นเจ้าของกองทุนย่อย จะมีลักษณะปกป้องกองทุนย่อย แทบไม่ได้มองภาพรวม นี่คือภาพที่เห็นว่านี่เป็นปัญหาเรื้อรัง

“ร่างพ.ร.บ.ใหม่ เปลี่ยนคอนเซปต์หรือแนวคิดใหม่  จาก Purchaser-Provider Split เป็น Purchaser-provider collaborate คือ ให้เกิดความร่วมมือระหว่างผู้ซื้อบริการและผู้ให้บริการ ควรมาคุยกันตั้งแต่ต้นก่อนประกาศสิทธิประโยชน์ ซึ่งที่ผ่านมา 20 ปี เมื่อประกาศสิทธิประโยชน์แล้วเจอปัญหาจึงค่อยมาเรียกร้อง หากเสียงดังกับสื่อบอร์ดก็จะฟังเป็นแบบนี้ตลอด ดังนั้น ต้องทำระบบไม่ให้เกิดปัญหาแบบนี้ ต้องแก้เพื่อให้ระบบสุขภาพยั่งยืน” นพ.อนุกูลกล่าว

นักวิชาการ ชี้โครงสร้าง‘บอร์ดสปสช.’ ไม่สมดุล กระทบสิทธิประโยชน์ ‘บัตรทอง 30 บาท’

วัคซีนเด็กใช้เวลา 8 ปีกว่าบอร์ดสปสช.จะอนุมัติ

ทั้งนี้ ในเวทีสัมนามีการยกกรณีศึกษา เรื่อง วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส หรือ วัคซีน PCV (IPD) ที่บอร์ดสปสช.ใช้เวลานานกว่าที่จะอนุมัติให้เป็นสิทธิประโยชน์กับประชาชน โดยรศ.(พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยาสุนนท์ กรรมการและปฏิคมสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย กล่าวว่า วัคซีน PCV (IPD) คือ วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส  ซึ่งองค์การอนามัยโลก แนะนำให้บรรจุวัคซีนในเด็กตั้งแต่ปี 2549 เพราะเป็นเชื้อที่อันตรายกับเด็กเล็กอย่างมาก เด็กมีความเสี่ยงเสียชีวิต หรือพิการได้ ค่ารักษาที่ต้องอยู่รพ.เป็นเดือนๆ ยกตัวอย่างเคสที่เคยดูแล 5.2 แสนบาท แต่สปสช.จ่าย 9 หมื่นบาท นี่ก็อีกปัญหา สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเด็ก คุณภาพชีวิตเมื่อเติบโต แต่ครอบครัวต่างต้องทุกข์ระทมมาก

“ฟางเส้นสุดท้ายของหมอเด็ก คือ สปสช.อนุมัติเงินเมื่อวันที่ 7 ก.ค.2568 ให้สิทธิสวัสดิการยาฮอร์โมนข้ามเพศใช้เวลา 2-3 ปี โดยขั้นตอนกลับให้รวดเร็วกว่า แต่วัคซีนเด็กเล็กนั้นคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญผลักดัน 8 ปี กว่าบอร์ดสปสช.จะอนุมัติ  ซึ่งที่ทำให้รู้สึกก็ คือ รอยยิ้มของเด็กที่ผ่านการรักษาโรค IPD ไม่เสียชีวิตแต่พิการ รอยยิ้มเด็กไม่กี่ขวบที่ดีใจได้กลับบ้าน เพราะนอนรักษาตัวรพ. ต้องเจ็บตัว กับรอยยิ้มกลุ่มที่ไปขอบคุณสิทธิฮอร์โมนข้ามเพศ เป็นรอยยิ้มที่ให้ความรู้สึกแตกต่างกัน”รศ.(พิเศษ) นพ.ทวีกล่าว 

นักวิชาการ ชี้โครงสร้าง‘บอร์ดสปสช.’ ไม่สมดุล กระทบสิทธิประโยชน์ ‘บัตรทอง 30 บาท’

ราคาวัคซีนลด ไม่ใช่เพราะสปสช.

พลตรีหญิง รศ.พญ.ฤดีวิไล สามโกเศศ ประธานราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยและนายกสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ย้ำว่า วัคซีนPCV ที่ได้มาไม่ใช่เพราะสปสช. แต่มาจากกระบวนการการต่อสู้ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหมอเด็กที่เอาข้อมูลวิชาการต่างๆมาสู้เพื่อให้เด็กไทยทุกคน ส่วนราคาที่ลดลงจาก 2,000 บาท เหลือ 90 บาทนั้น ไม่ใช่เพราะความเก่งของสปสช. แต่เป็นเพราะกระบวนการการตลาด ซึ่งวัคซีนทุกตัวก็เป็นเช่นนี้ ดังนั้น ใครมาอ้างก็เท่านั้น ถ้าไม่เข้าแผนวัคซีนก็ต่อรองไม่ได้อยู่ดี  วันนี้เราไม่ได้ต้องการต่อต้านใคร แต่เราอยากให้ระบบสุขภาพถูกต้อง ผู้มีอำนาจในการตัดสินสิทธิประโยชน์ต่างๆ คือบอร์ดสปสช. จึงควรต้องมีการปรับปรุงสัดส่วนให้เหมาะสมกับบริบทที่เป็นจริงทุกวันนี้หรือไม่

“เรื่องวัคซีน PCV ทำให้รู้ว่าบอร์ดสปสช.เป็นอินโนเซนส์บอร์ด เพราะไม่มีหมอเด็กที่มีความรู้เรื่องนี้ เมื่อบอร์ดไม่มีผู้เชี่ยวชาญ ก็ควรเชิญผู้รู้เข้าไปให้ข้อมูล และการที่เราไปพบรมว.สธ.ไม่ใช่วิ่งเต้น แต่ต้องเอาข้อมูลวิชาการข้อมูลจริงไปให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจ” พลตรีหญิง รศ.พญ.ฤดีวิไล กล่าว

นักวิชาการ ชี้โครงสร้าง‘บอร์ดสปสช.’ ไม่สมดุล กระทบสิทธิประโยชน์ ‘บัตรทอง 30 บาท’