'เอไอการแพทย์-อาหารอนาคต-เซลล์บำบัด' น่าจับตา อย.ดันนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพไทยสู่ตลาดโลก พร้อมส่งเสริมตั้งแต่วิจัย จนถึงอนุมัติผลิตภัณฑ์ ลดคอขวดภาคธุรกิจ พร้อมเร่งจับคู่ธุรกิจสร้างเศรษฐกิจใหม่ เตรียมจัด ThaiFDA WELLNEXT 2026 เปิดโอกาสธุรกิจ เชื่อมนักลงทุน
KEY POINTS
- อย. ปรับบทบาทใหม่เป็นผู้ผลักดันนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพไทยสู่ตลาดโลก เผยปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI) อาหารแห่งอนาคต และเซลล์บำบัดน่าจับตา
- อย. จะทำงานร่วมกับนักวิจัยตั้งแต่ต้นน้ำเพื่อเร่งกระบวนการอนุมัติ และจัดงาน "ThaiFDA WELLNEXT 2026" เพื่อเป็นเวทีจับคู่ธุรกิจและเชื่อมโยงนักลงทุน
- การผลักดันนวัตกรรมเหล่านี้สอดคล้องกับกระแสเวลเนส (Wellness) โลก โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านเวลเนสและสร้างเศรษฐกิจใหม่
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) มีการแถลงข่าว “ThaiFDA WELLNEXT 2026” ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ในปี 2570 ตามแผนพัฒนาและนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) จะเดินหน้าปรับบทบาทจากการเป็นเพียงผู้อนุมัติหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพ มาเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศ
ดันนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพสู่ตลาดโลก
อย. จะเข้าไปทำงานร่วมกับนักวิจัยและนวัตกรตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการวิจัยและพัฒนา (ต้นน้ำ) เพื่อควบคุมความถูกต้องตามมาตรฐานกฎหมาย ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาในการอนุมัติอนุญาตให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ อย. ยังมุ่งผลักดันให้ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสุขภาพของไทยสามารถออกสู่ตลาด เกิดการซื้อขายได้จริง และได้รับการยอมรับในระดับสากล ผ่านการสนับสนุนกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจเชิงรุกอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างเศรษฐกิจใหม่ให้แก่ประเทศไทยในระยะยาว
นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพที่น่าจับตา
ปัจจุบัน อย. ได้อนุมัติและรับรองผลิตภัณฑ์สุขภาพเข้าสู่ บัญชีนวัตกรรมแล้วหลายร้อยรายการ โดยมีนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มาแรงและน่าสนใจ อาทิ
- ปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI) ซึ่งรวมถึงระบบ AI ช่วยวินิจฉัยโรคเพื่อเพิ่มความแม่นยำและรวดเร็วแก่แพทย์ เช่น การวิเคราะห์ภาวะกระดูกหัก และการวิเคราะห์ภาพเอกซเรย์ปอด
- การพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Robotics) เพื่อช่วยดูแลสุขภาพและฟื้นฟูผู้ป่วยหลังการผ่าตัด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ
- อุตสาหกรรมอาหาร ประเทศไทยได้แสดงศักยภาพผ่านนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคตที่หลากหลาย ทั้งโปรตีนจากพืช (Plant-based), อาหารเพาะเลี้ยงจากเนื้อเยื่อ, อาหารสำหรับผู้มีปัญหาการเคี้ยวและกลืน, อาหารทางการแพทย์ ตลอดจนการแปรรูปสมุนไพรและวัตถุดิบไทยเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
- ส่วนอุตสาหกรรมยา ประเทศไทยมีศักยภาพการผลิตยานวัตกรรมใหม่ ทั้งยาในกลุ่มเซลล์บำบัด (Cell Therapy), ชีววัตถุ และวัคซีน
"นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ขึ้นบัญชีนวัตกรรมหลักๆ และต้องการผลักดัน คือ เอไอทางการแพทย์"ภญ.สุภัทรา
เปิดโอกาสธุรกิจ-เชื่อมนักลงทุน
ภญ.สุภัทรา กล่าวอีกว่า หนึ่งในแนวทางที่อย.เข้ามาเสริมสร้างเศรษฐกิจ คือ การจัดงาน “ThaiFDA WELLNEXT 2026” เชื่อมนวัตกรรมสุขภาพไทยสู่ตลาดโลก รวมพลัง Beauty–Wellness–Longevity ครบวงจร 23–25 ตุลาคมนี้ ซึ่งจะรวบรวมผู้เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วนในระบบนิเวศผลิตภัณฑ์สุขภาพ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุน ผู้ประกอบการ ตลอดจนเครือข่ายพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้พัฒนานวัตกรรม สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์สุขภาพไทยให้มีคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และได้รับความเชื่อมั่นในระดับสากล
งานนี้อย.ตั้งใจจัดขึ้นเพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนไทยในปัจจุบันที่เปลี่ยนมาเน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น เนื่องจากผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ อย. กำกับดูแลมีความเกี่ยวข้องกับสุขภาพและการดำเนินชีวิตของคนทุกเพศทุกวัย ทาง อย. เห็นว่าประเทศไทยมีนวัตกรรมสุขภาพที่มีคุณภาพและผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล
จึงต้องการให้ทุกภาคส่วน ทั้งประชาชนทั่วไป นิสิต นักศึกษา นักวิจัย ผู้ประกอบการ และนักลงทุน ได้เข้ามามีส่วนร่วมอีกทั้ง การเสวนาอภิปรายในหลากหลายมิติ ทั้งเชิงวิชาการ นวัตกรรมใหม่ๆ และแนวทางการใช้ชีวิตแบบ Wellness โดยมีบูธของผู้ประกอบการและหน่วยงานต่างๆ มาร่วมแสดงและจำหน่ายสินค้ามากกว่า 150 บูธ
“ภายในงานจะมีการจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching / Pitching) พร้อมทั้งมีนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศมาร่วมจับคู่ธุรกิจด้วย ซึ่งกลุ่มนักวิจัยและนักธุรกิจ ก็จะมีพื้นที่เฉพาะสำหรับการเสวนาทางวิชาการ การจับคู่ทางธุรกิจ และการแลกเปลี่ยนไอเดียสร้างสรรค์ในการผลิตนวัตกรรมสุขภาพ เพื่อผลักดันเศรษฐกิจไทยสู่ตลาดโลกในอนาคต”ภญ.สุภัทรากล่าว
“แพลตฟอร์มในโลกจริง” เชื่อมโยงธุรกิจ
ด้าน นพ.พิเชษฐ พืดขุนทด รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า อย.ไม่ได้มีเพียงการกำกับดูแลคุณภาพและความปลอดภัย แต่ยังรวมถึงการส่งเสริมให้งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมได้รับการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ประชาชน สร้างโอกาสทางธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
งาน ThaiFDA WELLNEXT 2026 จึงได้รับการพัฒนาให้เป็น “แพลตฟอร์มในโลกจริง” ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการ นักลงทุน นักวิจัย นักศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้พบปะ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และต่อยอดความร่วมมือร่วมกัน โดยนำทรัพยากรและภูมิปัญญาของไทยมาผสานกับงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณค่าและมูลค่าเพิ่ม พร้อมเชื่อมโยงกับบริการด้านสุขภาพ โรงพยาบาล นวด และสปา อันจะช่วยเปิดโอกาสให้ธุรกิจสุขภาพของไทยเติบโตในประเทศและขยายสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างแข็งแกร่ง
ชูแนวคิด “Golden Zone”
ขณะที่ ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานกรรมการมูลนิธิสถาบันการสร้างชาติ กล่าวว่า กระแสสุขภาพโลกกำลังเปลี่ยนจากการรักษาเมื่อเจ็บป่วย ไปสู่การดูแลเชิงป้องกันแบบองค์รวมและบูรณาการ หรือ Wellness ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเสนอแนวคิด “สุขสถาพร” และ “Golden Zone” ที่มองการมีชีวิตที่ดีผ่านองค์ประกอบสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การมีอายุยืน (Longevity) การมีสุขภาพแข็งแรงและสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ (Healthiness) และการมีความสุข (Happiness)
“เมืองไทยต้องเป็นเมืองหลวงเวลเนสโลก เพราะตอนนี้เวลเนสเป็นวาระโลกแล้ว ถ้าประเทศไทยเป็นหัวขบวนจะได้ประโยชน์มหาศาลทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้น และคนในชาติมีเวลเนส และอุตสาหกรรม Wellness เป็นกลไกสำคัญที่จะนำพาประเทศไทยก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศรายได้สูง พร้อมทั้งลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ"ศ.ดร.เกรียงศักดิ์กล่าว
อุตฯเวลเนสเติบโตสูงและยั่งยืน
นายพิพิธ เอนกนิธิ ประธานกิจยั่งยืน บมจ.ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า โอกาสของ Wellness ไทยที่จะก้าวสู่ระดับสากล ในมุมมองทางเศรษฐศาสตร์และการเงิน ถือเป็นวิสัยทัศน์ของประเทศไทยและสิ่งที่ อย. กำลังผลักดัน เพราะประเทศไทยมีฐานรากที่แข็งแกร่งมากในเรื่องสุขภาพ อาหาร และการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเสาหลักของธุรกิจ Wellness แม้ปัจจุบันทั่วโลกจะตื่นตัวกับเทคโนโลยี AI แต่ AI เป็นเพียงตัวช่วยหนุนธุรกิจ ในขณะที่อุตสาหกรรม Wellness เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในโลกและโอกาสเติบโตอย่างยั่งยืน
“เรื่องเวลเนสประเทศไทยมีจุดเด่นเฉพาะตัว ที่ไม่จำเป็นต้องเริ่มสร้างจากศูนย์ แต่สามารถใช้เป็นฐานก้าวกระโดด (springboard) ไปสู่เวทีโลก เพื่อเป็นผู้นำในการกำหนดมาตรฐานและกติการ่วมกับพันธมิตรระดับสากลเพราะเป็นสินค้าระดับโลก”นายพิพิธกล่าว
Silver Economy ตลาดใหญ่ เติบโตเร็ว
รวมถึง โอกาสจาก Silver Economy หรือเศรษฐกิจผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่และเติบโตเร็วมาก และเกิดการจ้างงานอย่างมาก ซึ่งประเทศไทยไม่ได้มีดีแค่ผลิตภัณฑ์ แต่มีความโดดเด่นอย่างมากในเรื่องการบริการ ซึ่งสามารถสร้างการจ้างงานได้มากกว่าธุรกิจสินค้าถึง 3 เท่า การขับเคลื่อนของ อย. ในครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการสปริงบอร์ด (Springboard) นวัตกรรมไทยขึ้นไปกำหนดมาตรฐานในเวทีร่วมกับพันธมิตรระดับสากล สร้างเศรษฐกิจใหม่ให้แก่ประเทศไทย
ไฮไลท์งาน ThaiFDA WELLNEXT 2026
อนึ่ง งาน ThaiFDA WELLNEXT 2026 ระหว่างวันที่ 23–25 ตุลาคม 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอนภายในงานแบ่ง 2 ส่วน โดยส่วนแรกมี 4 โซนหลัก ได้แก่ โซนที่ 1 นิทรรศการ “From Thai Innovation to Global Trust” นำเสนอทิศทางและแนวโน้มด้านสุขภาพแห่งอนาคต
โซนที่ 2 กิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัส ทดลอง และเรียนรู้ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ และกิจกรรม Business Matching เชื่อมโยงผู้ประกอบการกับ Venture Capital นักลงทุน และผู้จัดจำหน่าย ผ่านการเจรจาธุรกิจแบบตัวต่อตัว เพื่อเปิดโอกาสในการลงทุน การขยายตลาด และการพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจ รวมถึงกิจกรรม “WELLNEXT Pitching Challenge” เวทีนำเสนอแนวคิดและศักยภาพของผลิตภัณฑ์สุขภาพ
โซนที่ 3 International Symposium – Knowledge & Thought Leadership เวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระดับนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพ และโซนที่ 4 เวทีกลาง “WELLNEXT Stage” เวทีหลักสำหรับสื่อสารทิศทางนโยบาย แนวโน้ม และประเด็นสำคัญของอุตสาหกรรมสุขภาพ
และส่วนที่ 2 คือพื้นที่บูธแสดงศักยภาพและเจรจาธุรกิจ ซึ่งจะรวบรวมการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพ เทคโนโลยี บริการ และนวัตกรรมด้าน Beauty, Wellness and Longevity จากผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อเผยแพร่ศักยภาพของผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมไทย พร้อมส่งเสริมการสร้างเครือข่าย การเจรจาธุรกิจ และการพัฒนาความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง





