วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม 2569

Login
Login

'โสมไทย' ตำรับยาอายุวัฒนะ ส่งเสริมสมรรถภาพนักกีฬา  ตลาดโลกต้องการมาก

กรมการแพทย์แผนไทยฯ เผย “โสมไทย”  ตำรับยาอายุวัฒนะ-ส่งเสริมสมรรถภาพนักกีฬา  ตลาดโลกต้องการมาก โดยเฉพาะญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ กางโรดแมปผลักดันให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ (BCG)

ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า “กระชายดำ” เป็นสมุนไพรที่หมอพื้นบ้านไทยใช้เป็นตำรับยาบำรุงกำลังและยาอายุวัฒนะมานานหลายร้อยปี จนกระทั่งปัจจุบันได้รับ สมญานามในแวดวงการค้าว่า “โสมไทย” (Thai Ginseng) ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นและประเทศเกาหลีใต้ ที่ปัจจุบันมีการนำเข้าทั้งวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์แปรรูปอย่างต่อเนื่อง

กรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้บรรจุกระชายดำไว้ในบัญชีสมุนไพรแชมป์เปียน (Herbal Champions) มาตั้งแต่ปี 2566 เพื่อวางรากฐานการพัฒนาในระยะยาว ซึ่งกระชายดำถือเป็นกรณีศึกษาที่ยอดเยี่ยมของการนำภูมิปัญญาดั้งเดิม มาผสมผสานกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ทั้งยังมีงานวิจัยที่ พบว่า กระชายดำช่วยส่งเสริมสมรรถภาพของนักกีฬาได้อย่างมีนัยสำคัญ

'โสมไทย' ตำรับยาอายุวัฒนะ ส่งเสริมสมรรถภาพนักกีฬา  ตลาดโลกต้องการมาก

ปัจจุบัน กรมฯ ได้บูรณาการความร่วมมือกับหลายกระทรวงสำคัญ ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาสมุนไพรไทยอย่างครบวงจร

 ตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์และพื้นที่เพาะปลูกที่ให้สารสำคัญในระดับสูง การวิจัยและการพัฒนานวัตกรรม ตลอดจนการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ทั้งเครื่องดื่ม อาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ด้าน นพ.อำพล เวหะชาติ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวเสริมถึงกรอบการทำงานเชิงรุก 4 ด้าน ในการขับเคลื่อนกระชายดำอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย

 1. วิจัยและนวัตกรรม เริ่มตั้งแต่การสำรวจและระบุพื้นที่เพาะปลูกเพื่อให้ได้สารสำคัญสูงสุด โดยมีการนำเทคโนโลยีทาง genomics (DNA Sequencing) มาช่วยคัดเลือกยีนที่แข็งแรง เพื่อให้เหมาะสำหรับการปลูกเชิงพาณิชย์ พร้อมสนับสนุนการพัฒนากระบวนการสกัดสารมาตรฐาน และงานวิจัยทางคลินิกที่รองรับประโยชน์ของกระชายดำอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงร่วมมือกับสถาบันการศึกษา เพื่อเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ในอนาคต

 2. ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำสารสกัดมาตรฐานไปพัฒนาเป็นเวชสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และสินค้าสุขภาพระดับพรีเมียม

 3. มาตรฐานและความปลอดภัย กำกับดูแลอย่างเข้มงวดตั้งแต่แหล่งเพาะปลูก (ต้นน้ำ) จนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป (ปลายน้ำ) เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

4. เศรษฐกิจชีวภาพ (BCG) ใช้กระชายดำเป็นโมเดลต้นแบบในการเชื่อมโยงเกษตรกร นักวิจัย และผู้ประกอบการ เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้อย่างเป็นธรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามความก้าวหน้างานวิจัยและนวัตกรรมของกระชายดำ รวมถึงสมุนไพรไทยชนิดได้ที่ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก