หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดชี้ว่า “กล้ามเนื้อ” อาจเป็นกุญแจสำคัญของสมองที่อ่อนเยาว์
งานวิจัยใหม่ที่ศึกษากลุ่มอาสาสมัครเกือบ 1,200 คน ซึ่งเป็นชายหญิงวัยกลางคนที่มีสุขภาพดี พบว่า
ผู้ที่มีมวลกล้ามเนื้อมากกว่า มักมีสมองที่ดูอ่อนวัยกว่าคนอายุเท่ากันที่มีกล้ามเนื้อน้อย
ผลงานวิจัยชิ้นนี้ถูกนำเสนอในการประชุมประจำปีของ Radiological Society of North America ที่เมืองชิคาโก และยิ่งตอกย้ำแนวคิดว่า การสร้างและรักษามวลกล้ามเนื้อเมื่ออายุมากขึ้น ไม่ได้ส่งผลดีแค่กับร่างกาย แต่ส่งผลดีถึง “สุขภาพสมอง” ในระยะยาวด้วย
‘กรุงเทพธุรกิจ จุดประกาย’ พาผู้อ่านไปสำรวจงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างกล้ามเนื้อ ไขมันในร่างกาย และความอ่อนเยาว์ของสมอง พร้อมไขคำตอบว่าทำไมการออกกำลังกายแบบเสริมสร้างกล้ามเนื้ออาจเป็นกุญแจสำคัญของสุขภาพสมองในระยะยาว
กล้ามเนื้อเยอะ ช่วยให้สมองดูอ่อนวัยกว่าอายุจริง
งานวิจัยพบว่า ผู้ที่มีมวลกล้ามเนื้อมากมีแนวโน้มที่จะมีสมองที่ดูอ่อนวัยกว่า ในขณะที่ผู้ที่มีไขมันสะสมรอบอวัยวะภายในในปริมาณสูง มักมีโครงสร้างสมองที่สะท้อนอายุสมองที่มากกว่าอายุจริง
ไขมันในช่องท้องระดับลึก แตกต่างจากไขมันใต้ผิวหนังทั่วไป เพราะเป็นไขมันที่สะสมลึกอยู่รอบอวัยวะภายใน และทำหน้าที่เป็นแหล่งกระตุ้นการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย ภาวะการอักเสบนี้อาจส่งผลต่อสมองในระยะยาว ทั้งในแง่ของโครงสร้างและการทำงาน จึงอาจอธิบายได้ว่า ทำไมผู้ที่มี
ไขมันในช่องท้องระดับลึกสูง จึงมีแนวโน้มที่จะมีสมองที่แก่เร็วกว่าปกติ
หลักฐานทางวิทยาศาสตร์เบื้องหลังสมองที่ดูอ่อนวัย
ทีมวิจัยจาก Washington University School of Medicine วิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่าย MRI ทั้งร่างกายและสมองของอาสาสมัครจำนวน 1,164 คน ซึ่งเป็นชายหญิงวัยกลางคน อายุราว 40 - 60 ปี เพื่อทำความเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างองค์ประกอบของร่างกายกับอายุสมอง
ไซรัส ราจิ (Cyrus Raji) รองศาสตราจารย์ด้านรังสีวิทยาและประสาทวิทยา และผู้วิจัยหลักของการศึกษา กล่าวว่า “ถ้าเราอยากเข้าใจความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมจริง ๆ เราจำเป็นต้องเริ่มมองตั้งแต่วัยกลางคน”
ในการวิเคราะห์ครั้งนี้ ทีมวิจัยใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ช่วยประเมินสัดส่วนองค์ประกอบสำคัญของร่างกาย ได้แก่ มวลกล้ามเนื้อทั้งหมด, ไขมันในช่องท้องชนิดลึก และไขมันใต้ผิวหนัง จากนั้นนำข้อมูลเหล่านี้มาเชื่อมโยงกับโครงสร้างและอายุของสมอง เพื่อดูว่าสมดุลของกล้ามเนื้อและไขมันสัมพันธ์กับความอ่อนวัยของสมองอย่างไร
ผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่า
- คนที่มีกล้ามเนื้อมาก สมองจะดูอ่อนวัยกว่า
- คนที่มีไขมันในช่องท้องระดับลึกมาก สมองก็จะเสื่อมสภาพกว่า
อายุสมอง คืออะไร
อายุสมอง คือค่าประมาณว่า โครงสร้างและลักษณะของสมองคนหนึ่งมีความใกล้เคียงกับสมองของคนอายุเท่าไรเมื่อเทียบกับฐานข้อมูลสมองของคนหลายหมื่นคนในช่วงอายุต่าง ๆ
พูดง่าย ๆ คือ แม้คนสองคนจะอายุจริงเท่ากันแต่สมองอาจ “ดูเหมือน” สมองของคนที่อายุน้อยกว่า หรือมากกว่าได้
งานวิจัยก่อนหน้านี้พบว่า สมองที่มีอายุสมองสูงกว่าอายุจริงมักเชื่อมโยงกับความเสี่ยงของการเสื่อมถอยของการทำงานทางสมอง และภาวะสมองเสื่อมในอนาคต
ดังนั้น “สมองที่ดูอ่อนวัย” ในงานวิจัยนี้ จึงหมายถึง สมองที่มีโครงสร้างและปริมาตรใกล้เคียงกับคนอายุน้อยกว่า ไม่ใช่การวัดจากความจำ หรือคะแนนทดสอบเพียงอย่างเดียว
ทำไมการออกกำลังกายถึงดีต่อสมอง?
งานวิจัยก่อนหน้านี้จำนวนมากพบว่า หลังออกกำลังกาย สมองจะหลั่งสารสำคัญชื่อ BDNF (Brain-Derived Neurotrophic Factor) ซึ่งมักถูกเรียกว่า “ปุ๋ยเร่งโตของสมอง”
BDNF มีบทบาทในการ
- กระตุ้นการสร้างเซลล์ประสาทใหม่
- เสริมการเชื่อมต่อของวงจรประสาท
- ชะลอการเสื่อมของสมอง
งานวิจัยจำนวนมากชี้ว่า การเดินหรือออกกำลังกายประมาณ 25 นาทีต่อสัปดาห์ มีความเชื่อมโยงกับ โครงสร้างสมองที่แข็งแรงและสมบูรณ์ขึ้น ขณะที่การเดินวันละ 3,000 ก้าว ก็สามารถช่วยชะลอการเสื่อมของสมองในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์ได้
แม้งานวิจัยนี้ยังไม่ได้อธิบายกลไกทั้งหมดอย่างละเอียด แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า สารชีวเคมีที่หลั่งจากกล้ามเนื้อมีบทบาทในการส่งเสริมการทำงานของสมอง ในขณะที่สารบางชนิดจากไขมันสะสมรอบอวัยวะภายในอาจให้ผลในทิศทางตรงกันข้าม
ไซรัส กล่าวเสริมว่า “ถ้าคุณอยากมีสมองที่อ่อนเยาว์และแข็งแรงไปได้นาน คำตอบสั้น ๆ ก็คือ ต้องฝึกกล้ามเนื้อ”
การฝึกเวท หรือการออกกำลังกายแบบแรงต้าน จะช่วยชะลอการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อที่มักเกิดขึ้นในวัยกลางคน ขณะเดียวกัน การผสมผสานเวทเทรนนิ่งเข้ากับการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ยังสามารถช่วยลดไขมันสะสมรอบอวัยวะภายในได้อีกทางหนึ่ง
การดูแลกล้ามเนื้อ จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของรูปร่างหรือความแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพสมองในอนาคตของเราเองอีกด้วย
อ้างอิง physoc , washingtonpost





