วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

เสริมทักษะสุขภาพ–นวัตกรรม ดันบัณฑิตไทยสู่ Soft Power ด้าน Wellness

เสริมทักษะสุขภาพ–นวัตกรรม ดันบัณฑิตไทยสู่ Soft Power ด้าน Wellness

CIMw DPU ปฐมนิเทศ ป.โท–เอก ปี 2568 จุดพลังนักศึกษา เสริมทักษะสุขภาพ–นวัตกรรม ดันบัณฑิตไทยสู่ Soft Power ด้าน Wellness รับเทรนด์โลกโตต่อเนื่อง

แนวโน้มการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรม Wellness ทั่วโลกว่า เป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจเรียนรู้การดูแลสุขภาพตนเองอย่างเข้าใจ และสามารถต่อยอดไปสู่การประกอบอาชีพหรือพัฒนาธุรกิจด้านสุขภาพที่สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ โดยปัจจุบันมูลค่ารวมของอุตสาหกรรม Wellness ทั่วโลกอยู่ที่กว่า 230 ล้านล้านบาท

คาดว่าจะขยายตัวแตะระดับ 300 ล้านล้านบาท ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า ครอบคลุมธุรกิจหลักหลายด้าน ได้แก่ สุขภาพและความงาม, โภชนาการเพื่อสุขภาพ, การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ, การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อ Wellness  เป็นต้น ซึ่งทุกกลุ่มมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องและสะท้อนว่าประชากรทั่วโลกให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพดีในระยะยาวมากยิ่งขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

สหรัฐฯเก็บภาษีนำเข้า19% ฉุดตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชะลอตัว

ชะลอวัย สุขภาพดี เริ่มที่ 'กินอิ่ม' เคล็ดลับไม่อยากแก่ ต้องลอง!

เพิ่มทักษะสุขภาพ นวัตกรรมปั้นบัณฑิตไทย

ล่าสุด หลักสูตรบัณฑิตศึกษา วิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ (CIMw) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดกิจกรรมปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา 2568 ณ ห้องปรีดี พนมยงค์ อาคาร 7 ชั้น 6 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดยมี ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายงานวิชาการ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานและกล่าวต้อนรับนักศึกษาใหม่

กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อแนะแนวการศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษา โดยเน้นทำความเข้าใจเป้าหมายของหลักสูตรในแต่ละสาขา สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ทั้งด้านวิชาการและวิชาชีพ และเตรียมความพร้อมด้านทักษะการเรียนรู้แบบบูรณาการในศาสตร์สุขภาพ นวัตกรรม และการบริหารจัดการ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถวางแผนเส้นทางอาชีพได้อย่างมั่นคง

ผศ.ดร.พัทธนันท์ กล่าวว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ (Aged Society)  โดยคาดว่าภายในปี พ.ศ. 2571 เกินกว่า 20% ของประชากรจะมีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วอย่างจีนและญี่ปุ่นก็กำลังเผชิญความท้าทายในลักษณะเดียวกัน ดังนั้น การเรียนรู้ศาสตร์ด้านสุขภาพแบบองค์รวม รวมถึงเวชศาสตร์ป้องกัน (Preventive Medicine) และเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Regenerative Medicine)  จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ได้เล็งเห็นความสำคัญในประเด็นนี้และเปิดสอนหลักสูตรตามแนวทางดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี ปัจจุบันผลิตผู้เชี่ยวชาญในสายนี้แล้วมากกว่า 5,000 คน เพื่อตอบสนองความต้องการบุคลากรคุณภาพในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต

เสริมทักษะสุขภาพ–นวัตกรรม ดันบัณฑิตไทยสู่ Soft Power ด้าน Wellness

พัฒนาหลักสูตรเวชศาสตร์ป้องกัน-เวชศาสตร์ฟื้นฟู

รองอธิการบดีสายงานวิชาการ DPU  กล่าวต่อไปว่า การเลือกศึกษาต่อในสายเวชศาสตร์ป้องกัน (Preventive Medicine) และเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Regenerative Medicine)  ถือเป็นการลงทุนระยะยาวทั้งต่อตนเองและสังคม ซึ่งในปัจจุบันแม้เทคโนโลยีอย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในวงการสุขภาพ ช่วยให้งานประจำวันบางอย่างเป็นไปได้อย่างสะดวก เช่น การติดตามผล การนัดหมายตรวจ โดยอาจช่วยตอบคำถามพื้นฐานได้ แต่ AI ไม่ได้มาแทนบุคลากรสายสุขภาพ เพราะการสร้างปฏิสัมพันธ์และการใส่ใจความรู้สึกของคนไข้ ยังคงเป็นสิ่งที่เครื่องจักรไม่สามารถทดแทนได้

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ยังคงเดินหน้าพัฒนาหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาเพื่อผลิตผู้เชี่ยวชาญในสายเวชศาสตร์ป้องกัน (Preventive Medicine) และเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Regenerative Medicine) อย่างต่อเนื่อง ในระดับปริญญาโทจำนวน 4 หลักสูตร และปริญญาเอกอีก 4 หลักสูตร เพื่อผลิตกำลังคนคุณภาพที่มีทั้งความรู้และคุณธรรมสำหรับป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรม Wellness เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมสุขภาวะได้อย่างยั่งยืน

เสริมทักษะสุขภาพ–นวัตกรรม ดันบัณฑิตไทยสู่ Soft Power ด้าน Wellness

ด้าน ผศ.นพ.มาศ ไม้ประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า กิจกรรมปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ในปีการศึกษา 2568 ได้รับการปรับรูปแบบให้ทันสมัยมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับความหลากหลายของนักศึกษา โดยเฉพาะกลุ่มที่เรียนวันเสาร์–อาทิตย์ที่ไม่คุ้นเคยกับระบบของมหาวิทยาลัย จึงเน้นการให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน ควบคู่ไปกับการสร้างแรงบันดาลใจและความผูกพันกับองค์กร ผ่านกิจกรรมที่กระชับ เข้าถึงง่าย และช่วยให้นักศึกษาตระหนักถึงคุณค่าและศักยภาพในตัวเอง

“สิ่งที่เราคาดหวังจากกิจกรรมนี้คือ นักศึกษาจะไม่เพียงแค่ได้รับความรู้เท่านั้น แต่ต้องเกิดพลัง ฮึกเหิม และกล้าฝันมากขึ้น เพราะการศึกษาที่แท้จริง ต้องสามารถปลุก ‘ยักษ์หลับ’ ในใจของนักศึกษา ให้เขาเห็นศักยภาพที่มีในตัวเอง และกล้าที่จะก้าวเดินไปสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยคิดไว้ ซึ่งกิจกรรมเล็ก ๆ อย่างปฐมนิเทศ หากออกแบบด้วยความใส่ใจ ก็สามารถกลายเป็น “สารอาหารแห่งแรงบันดาลใจ” ที่บำรุงสมองและหัวใจให้พร้อมเผชิญโลกการเรียนรู้ได้”คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ DPU กล่าว

สำหรับในปีการศึกษา 2568 วิทยาลัยฯ ได้เปิดสอนหลักสูตรใหม่เพิ่มเติมอีก 2 หลักสูตรในปีนี้ รวมเป็น 4 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรดุษฎีบัณฑิต (Doctor of Philosophy) รุ่นที่ 1 หลักสูตรบริหารจัดการธุรกิจสุขภาพและความงาม รุ่นที่ 2 หลักสูตรด้านผลิตภัณฑ์เสริมความงาม (Aesthetic) รุ่นที่ 4 และ หลักสูตรเครื่องสําอางและเวชสำอาง (Cosmeceutical) รุ่นที่ 24 พร้อมทั้งมีแผนพัฒนาหลักสูตรใหม่ในอนาคต อาทิ วิทยาศาสตร์การกีฬา เภสัชศาสตร์ และจิตวิทยา โดยกำลังอยู่ระหว่างการจัดโครงสร้างหลักสูตร ทั้งยังมีแนวคิดในระยะยาวในการจัดตั้ง “คณะแพทยศาสตร์” ภายใต้แนวคิดคุณภาพสูงและแตกต่างจากระบบเดิม เพื่อให้สามารถสร้างอิมแพคต่อระบบสาธารณสุขและสังคมไทยได้อย่างแท้จริงในอีก 5–10 ปีข้างหน้า

ภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษหัวข้อ “พลังของความรู้ สู่คุณค่าทางธุรกิจ : โอกาสสำหรับนักศึกษาปริญญาโท-เอกในยุคสุขภาพมาแรง” โดย ดร.พีระยุทธ มั่งคั่ง รองคณบดีวิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า ไม่ใช่เพียงสถานที่จัดการเรียนการสอน แต่คือพื้นที่แห่งการหว่านเมล็ดความรู้ที่พร้อมเติบโตเป็นพลังขับเคลื่อนในอนาคต อีกทั้งการเรียนในระดับบัณฑิตศึกษาไม่ใช่เพียงการเพิ่มวุฒิ แต่คือการติดอาวุธทางปัญญา

เสริมทักษะสุขภาพ–นวัตกรรม ดันบัณฑิตไทยสู่ Soft Power ด้าน Wellness

ในยุคที่สุขภาพกลายเป็นประเด็นระดับโลก และอุตสาหกรรมสุขภาพมีมูลค่าสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของเศรษฐกิจโลก การเรียนรู้ที่ CIMw จะช่วยเปิดมุมมองใหม่ เปลี่ยนวิธีคิด และยกระดับศักยภาพผู้เรียนให้เข้าใจทั้งศาสตร์สุขภาพและศาสตร์บริหาร พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำในหลากหลายบทบาท ทั้งนักวิจัย ผู้บริหาร หรือผู้ประกอบการ โดยไม่เพียงมุ่งผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ แต่ยังตั้งเป้าให้เป็น Soft Power ด้านสุขภาพของประเทศ ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับนวัตกรรมระดับสากล เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนที่ยั่งยืนสู่สังคมในอนาคต

อย่างไรก็ตามการจัดงานในครั้งนี้มีการจัดกิจกรรมหลากหลายเพื่อเตรียมความพร้อมและสร้างความเข้าใจให้นักศึกษาใหม่อย่างรอบด้าน อาทิ การบรรยายพิเศษ การแนะแนวหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา การแนะนำระบบ SLCM งานทะเบียน ห้องสมุด และแหล่งข้อมูลทางวิชาการ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากศิษย์เก่าซึ่งช่วยเสริมแรงบันดาลใจและมุมมองเชิงปฏิบัติ พร้อมช่วงแนะนำคณาจารย์ในหลักสูตร เพื่อสร้างความใกล้ชิดและความมั่นใจในการเริ่มต้นเรียนรู้ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น เป็นกันเอง และสะท้อนถึงความพร้อมของวิทยาลัยในการดูแลนักศึกษาอย่างใกล้ชิดตลอดการศึกษา

เสริมทักษะสุขภาพ–นวัตกรรม ดันบัณฑิตไทยสู่ Soft Power ด้าน Wellness

เสริมทักษะสุขภาพ–นวัตกรรม ดันบัณฑิตไทยสู่ Soft Power ด้าน Wellness