เปิด 5 หลักสูตรระดับ World-Class ทันโลกไปกับธุรกิจที่ใช่

เปิด 5 หลักสูตรระดับ World-Class ทันโลกไปกับธุรกิจที่ใช่

โลกในยุคปัจจุบันที่มีความท้าทายอย่างมากซึ่งเป็นทั้งวิกฤต และโอกาสให้แก่ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคธุรกิจ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและคว้าโอกาสในการทำธุรกิจในปี 2566 รวมถึง Future of Work 2023 รูปแบบการทำงานที่ไม่เหมือนเดิม

ซีแอค (SEAC) ร่วมมือกับ The Stanford Center for Professional Development, Stanford University พัฒนาหลักสูตรระดับ World-Class หลักสูตรเดียวในประเทศไทย ที่จะพาทุกคนไปพบกับProfessor จาก Stanford University ระดับท็อปตัวจริง ในการช่วยออกแบบกลยุทธ์ธุรกิจ และแก้ปัญหาต่างๆ ให้กับแต่ละองค์กรแบบตัวต่อตัว อาทิ  Professor Pamela J. Hinds, Professor & Co-Director of Center for Work, Technology & Operations  หรือ Professor Charles O’Reilly, Professor of Management at the Stanford Graduate School of Business  และ Professor Julian Novy, Professor of Practice and Faculty, Co-Director of Stanford’s Change Leadership for Sustainability Program

SEAC ได้ทำการติดต่อและทำงานร่วมกับ Stanford Center for Professional Development (SCPD) มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ที่ทำงานเกี่ยวกับ executive education สร้างบริษัทชั้นนำของโลกให้มีนวัตกรรมเกิดขึ้นมาแล้ว เพื่อต้องการทำและนำสิ่งที่ดีที่สุดมาให้กับบริษัทไทยและคนไทย รวมทั้งภูมิภาคนี้ เพื่อให้สามารถมีนวัตกรรมออกมาได้

นางอริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง SEAC กล่าวว่าSEACต้องการจะเปลี่ยนวิธีคิดของนวัตกรรมในที่ทำงาน Innovation at Work ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญของสแตนฟอร์ด ทั้งนี้ Stanford Innovation at Work เป็นภาพที่สแตนฟอร์ดพยายามจะผลักดันให้บริษัทแต่ละบริษัทเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนวิธีมอง และสร้างนวัตกรรมออกมาได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

"เลิกยิงแอดได้ยัง?" เมื่อ "เฟซบุ๊ก" เริ่มหมดพลัง จะปังได้ไงบนโลกออนไลน์

'SEAC x Haier' ตั้งศูนย์วิจัยฯ หวังทรานส์ฟอร์มองค์กรยุคนิวนอร์มอล

‘ซีแอค’ ดึง "บุณย์ญานุช" ลุยคอร์สเพิ่มทักษะ "วิชาชีวิต"

Human Soft Skills สำคัญอย่างไร ในองค์กร "ยุคดิสรัปชั่น"

 

 

5 วัน 5 หลักสูตรระดับ World-Class

ทั้งนี้ SEAC จึงได้ใบอนุญาต และเนื้อหาจากสแตนฟอร์ด และนำมาปรับให้เข้ากับประเทศไทยและอาเซียน ซึ่งทั้ง 5 หลักสูตรระดับ World-Class นี้จะเป็นการจัด 5 วัน 5 หลักสูตร  มีดังนี้  

  • The Disruptive World Today: ทันโลก! ไปกับ Disruptive World หลังสถานการณ์โควิด-19 ที่จำเป็นต้องรู้
  •  Technology Frontiers: รู้ก่อน! เทรนด์ เทคโนโลยีล่าสุด รวมถึงผลกระทบต่อธุรกิจต่างๆ เพื่อพร้อมรับมือ
  •  Innovation and Strategy: ใหม่ล่าสุด! กับนวัตกรรมและโมเดลธุรกิจที่ใช่ เพื่อโอกาสทางธุรกิจก่อนใคร
  •  Workforce Development: อัพเดต! การบริหารงานบุคคลและ Talent แบบใหม่ๆ 
  •  Innovation and Leadership: ไม่พลาด! เรื่อง Innovation leadership ที่ช่วยเปลี่ยนโฉมแนวทางการดำเนินธุรกิจ

เปิด 5 หลักสูตรระดับ World-Class ทันโลกไปกับธุรกิจที่ใช่

โดยผู้เข้าร่วมจะได้รับฟังการบรรยาย  เวิร์คชอป และ Coaching จากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเยี่ยมชม Silicon Valley ศูนย์กลางการบุกเบิกธุรกิจนวัตกรรมใหม่ๆ  และเข้าร่วม Networking และ Community กับเจ้าของธุรกิจ ผู้บริหารระดับ C-Level กว่า 40 ชีวิต เพื่อต่อยอดการทำธุรกิจในอนาคต 

 

เน้นพัฒนาทักษะ เรียนรู้เข้ากับเทคโนโลยี

นอกจากนั้น SEAC ไม่ได้ทำแค่ในประเทศไทย แต่กำลังขยายไปในตลาดประเทศเมียนมา เวียดนาม อินโดนีเซีย และได้จัดตั้งบริษัทในประเทศสิงคโปร์ เพราะต้องการโชว์ให้เห็นว่าคนไทยมีศักยภาพ มีความจริงใจและมุ่งมั่นที่จะทำให้ SEAC เป็นสถาบัน เป็นศูนย์การเรียนรู้ ที่จะทำให้คนไทย บริษัทไทย และประเทศเพื่อนบ้าน ไปด้วยกันในการสร้างนวัตกรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ความท้าทายในปีที่ผ่านมาว่า ความท้าทายคือการสร้างองค์ความรู้ให้กับสังคมไทย เนื่องจากการพัฒนาทักษะคือสิ่งสำคัญที่ SEAC จะเป็นส่วนหนึ่งในองค์กรที่ผลักดันและช่วยเหลือให้เกิดการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงองค์กรและคน ตั้งแต่ระดับปฐมภูมิ สู่องค์กรชั้นนำขนาดใหญ่

SEAC ได้นำหลักสูตร เครื่องมือและนวัตกรรม ตลอดจนผสานการเรียนรู้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เรียกว่า Truly-EdTech เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น การเข้าไปช่วยพลิกโฉมองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนด้วยหลักสูตรกว่า 200 หลักสูตรผ่านการยกระดับศักยภาพผู้นำและบุคลากรในองค์กร รวมถึงช่วยอัพสกิลรีสกิลทักษะการสอนให้กับครูอาจารย์กว่า 1,000 คน ตลอดจนร่วมสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตนักเรียนนักศึกษาทุพพลภาพกว่า 30 คนผ่านมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม พร้อมทั้งทำโครงการนำร่อง (Pilot Project) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพข้าราชการจังหวัดสระบุรีกว่า 50 คนผ่านโครงการ Hi-Pro Saraburi 4.0 เป็นต้น

เปิด 5 หลักสูตรระดับ World-Class ทันโลกไปกับธุรกิจที่ใช่

โดยตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา SEAC ได้ช่วยเหลือคนจำนวน 1.5 ล้านคนทั้งภาครัฐและเอกชน ผ่านการช่วยเหลือรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยราชภัฏในบางพื้นที่ ตลอดจนนำแนวคิด Design Thinking เข้าไปช่วยเหลือปลัดอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ทำให้ได้รับรางวัลการบริหารจัดการคุณภาพ 4.0 ส่วนระดับองค์กร

ทั้งนี้ SEAC ได้สร้างสรรค์หลักสูตรการเรียนรู้ที่ทันต่อยุคสมัยให้กับคนไทยก้าวทันการเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งยังเป็นเพียงองค์กรเดียวในประเทศไทยที่ได้ลิขสิทธิ์นำหลักสูตรชั้นนำจากพาร์ทเนอร์สถาบันการเรียนรู้ชั้นนำระดับโลกเข้ามาสอนอย่างเป็นทางการ อาทิ  หลักสูตรวิธีคิดเพื่อการทำงานร่วมกับผู้อื่น Outward Mindset จาก The Arbinger Institute หลักสูตรพัฒนาภาวะผู้นำ (Leadership Development) จาก The Ken Blanchard Companies

จัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับคนไทย 5 ด้าน

ตลอดปี  2565 SEAC ยังตอกย้ำวิสัยทัศน์ Empower Lives Through Learning โดยตั้งเป้าช่วยเหลือคนไทยเพิ่มอีก 1 ล้านคนภายในปี 2567 ผ่านส่วนผสมการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับคนไทยที่สุดในยุคนี้ แบ่งเป็น 5 ด้าน ได้แก่

  • Global Content เนื้อหาคุณภาพและนำไปใช้ได้จริงจากสถาบันชั้นนำระดับโลก
  • Design การออกแบบประสบการณ์และหลักสูตรที่เหมาะสมที่สุดให้กับผู้เรียนและองค์กรธุรกิจบนบริบทของสังคมไทย
  • Technology เทคโนโลยีที่ทำให้การมีส่วนร่วมในหลักสูตรเป็นเรื่องง่าย ทำให้ผู้เรียนสนุก อยากเรียนและเรียนได้อย่างต่อเนื่อง
  • Experienced Trainers ผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและรู้วิธีการถ่ายทอดความรู้อย่างมีพลัง
  • Learning Community สังคมแห่งการเรียนรู้ที่คนหลากหลายความเชี่ยวชาญ ต่างอาชีพ ต่างวัย

“SEAC ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง “โอกาส” และยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยมากกว่า 1 ล้านคน ภายใน 3 ปีผ่านการเรียนรู้ ให้สามารถเลือกใช้ชีวิตได้ดีขึ้น เดินต่อไปได้ไกลขึ้น มีอนาคตที่สดใสและสมบูรณ์แบบมากที่สุดไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหนก็ตาม ” นางอริญญากล่าว

ขณะที่ ศูนย์ SEAC ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการเรียนรู้สร้างนวัตกรรม เน้นการเป็น “learning ecosystem” หรือสังคมแห่งการเรียนรู้ ทั้งสภาพแวดล้อมของศูนย์ บรรยากาศของศูนย์ การออกแบบทุกอย่างของศูนย์เน้นว่าจะทำอย่างให้เกิดการเรียนรู้ทั้งเรื่องของบรรยากาศ เทคโนโลยี และรูปแบบ แค่ไม่ใช่การเรียนอยู่ในห้องเรียนเท่านั้น แต่จะเห็นภาพของการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน มีคอมมูนิตี้เกิดขึ้น ซึ่งปีที่แล้วหลังจากจัดไป ทุกวันนี้ยังมีการขับเคลื่อนคอมมูนิตี้ที่จะทำให้เกิดนวัตกรรมขึ้นในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง