วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน 2569

Login
Login

"โรคไตเรื้อรัง" รักษาไม่ได้ แต่ชะลอ "ไตเสื่อม" ป้องกัน "ไตวายระยะสุดท้าย" ได้

"โรคไตเรื้อรัง" รักษาไม่ได้ แต่ชะลอ "ไตเสื่อม" ป้องกัน "ไตวายระยะสุดท้าย" ได้

เปิดวิธีดูแลผู้ป่วย "โรคไตเรื้อรัง" แม้รักษาให้หายขาดไม่ได้ แต่สามารถชะลอ "ไตเสื่อม" ไม่ให้เข้าสู่ "ภาวะไตวายระยะสุดท้าย" ได้ พร้อมเปิดข้อสังเกต อาการบ่งชี้ว่า คุณอาจเป็น "โรคไต" โดยไม่รู้ตัว ใครบ้างที่เข้าข่ายต้องตรวจคัดกรองทุกปี

โรคไตเรื้อรัง นับเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญทั้งของประเทศไทยและทั่วโลก ประมาณการกันว่า 1 ใน 10 ของประชากรผู้ใหญ่ทั่วโลกนั้นมีภาวะไตเรื้อรัง แม้ปัจจุบันจะมีการรักษาไตเรื้อรังระยะสุดท้ายด้วยการบำบัดทดแทนไตวิธีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดเปลี่ยนไต การฟอกไตทางช่องท้องและการฟอกเลือดก็ตาม แต่ผู้ป่วยกลุ่มนี้ก็ยังมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้และยังไม่มียาตัวใด ๆ ที่สามารถฟื้นการทำงานของไตเรื้อรังให้กลับมาสู่ภาวะปกติ

ดังนั้น "การรักษาโรคไตเรื้อรัง" ที่ดีที่สุดในปัจจุบัน จึงเป็นการป้องกันและการชะลอไตเสื่อมไม่ให้ผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะไตวายระยะสุดท้ายนั่นเอง

  •  อาการเบื้องต้นของโรคไต และกลุ่มเสี่ยงที่ต้องตรวจคัดกรอง 

บทความ "เสริมสร้างภูมิความรู้ควบคู่การดูแลไต" โดย นพ.โสฬส จาตุรพิศานุกูล อายุรแพทย์โรคไต โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ โรคไตเรื้อรัง ว่าถึงแม้จะเป็นโรคที่พบได้บ่อยและมีความสำคัญ แต่ผู้ป่วยจำนวนมากนั้นไม่ทราบว่าตนเองมีภาวะไตเรื้อรังซ่อนอยู่ เนื่องจากอาการเริ่มต้นของโรคไตเรื้อรังมักจะไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น มีปัสสาวะตอนกลางคืนหรือมีปัสสาวะเป็นฟอง

การคัดกรองโรคไตเรื้อรังในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงจึงมีความสำคัญเพื่อทำให้สามารถวินิจฉัยและรักษาโรคไตเรื้อรังได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงของโรคดังต่อไปนี้ เช่น โรคเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, โรคหัวใจและหลอดเลือด, เก๊าท์หรือโรคแพ้ภูมิตนเอง, ผู้ป่วยที่มีเรื่องนิ่วหรือติดเชื้อทางเดินปัสสาวะหลายครั้ง, มีประวัติครอบครัวเป็นโรคไตเรื้อรังและผู้ป่วยที่รับประทานยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เป็นประจำ เป็นต้น

ผู้ป่วยกลุ่มนี้ควรได้รับการตรวจคัดกรองด้วยการตรวจเลือดดูการทำงานของไตและตรวจดูความผิดปกติของปัสสาวะอย่างน้อยปีละครั้ง

  • การดูแลตัวเองของ "ผู้ป่วยโรคไต"

เมื่อตรวจพบโรคไตเรื้อรังแล้ว การรักษาจะมุ่งเน้นเพื่อชะลอการเสื่อมของไตไม่ให้ผู้ป่วยเข้าสู่ไตวายระยะสุดท้ายและเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคไต การรักษาจะมีทั้งการรักษาสาเหตุและการควบคุมปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้ไตเสื่อมได้ไวขึ้น ส่วนใหญ่แล้วยาของแพทย์เพียงอย่างเดียวนั้นอาจจะไม่สามารถทำให้ถึงเป้าหมายของการรักษาได้ ผู้ป่วยที่มีความรู้ในการดูแลตนเองและสามารถปฏิบัติตนให้ถูกต้องจะทำให้ผลของการรักษาดีขึ้น โดยสามารถทำได้ดังนี้

1. รับประทานยาครบตามกำหนด เพื่อควบคุมความดันโลหิต และภาวะเบาหวานให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

2. งดสูบบุหรี่ เนื่องจากเพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองและทำให้ไตเสื่อมไวขึ้น

3. หลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวด ยาลูกกลอน ยาสมุนไพรที่ไม่ได้มีการรับรอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนซื้อยามารับประทานเองทุกครั้ง

4. ลดอาหารรสเค็ม และรับประทานสารอาหารประเภทโปรตีน, อาหารที่มีโพแทสเซียมและฟอสฟอรัสในปริมาณที่เหมาะสม โดยอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไตอาจจะมีความแตกต่างแต่ละระยะของโรค จึงควรรับประทานอาหารตามที่แพทย์หรือนักกำหนดอาหารแนะนำ

5. ควบคุมน้ำหนักให้ดัชนีมวลกายอยู่ในเกณฑ์ปกติ BMI (18.5-25) และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

6. หลีกเลี่ยงความเครียดและมาพบแพทย์ตามกำหนด

  • การรักษาโรคไตเรื้อรัง

ปัจจุบันการรักษาโรคไตเรื้อรังมีความก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมทั้งการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ สามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับโรคไตเรื้อรัง, การปฏิบัติตัว, ผลการศึกษาวิจัยใหม่ ๆ เป็นต้น

การเสริมสร้างภูมิความรู้เหล่านี้ของผู้ป่วยและญาติจะทำให้การดูแลโรคไตเรื้อรังทำได้ดีขึ้น แต่ในขณะเดียวกันผู้ป่วยและญาติก็ควรจะต้องระวังข้อมูลที่ผิดหรือการโฆษณาเกินจริงซึ่งสามารถแฝงเข้ามาตามช่องทางเหล่านี้ได้เช่นกัน นอกจากจะทำให้เสียเงินโดยไม่จำเป็นแล้วยังอาจจะมีผลเสียต่อโรคไตที่เป็นอยู่ด้วย ข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับมาจึงควรนำไปปรึกษากับทีมแพทย์ผู้รักษาก่อนเสมอเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและนำมากำหนดวางแผนการรักษาร่วมกัน

สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมจัดกิจกรรมวันไตโลก ในปี 2565 ขึ้น ภายใต้คำขวัญ “เสริมสร้างภูมิความรู้ ควบคู่การดูแลไต” โดยในปีนี้ กิจกรรมสัปดาห์วันไตโลก จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6- 13 มีนาคม 2565

และจะจัดงาน วันไตโลก ในวันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม 2565 ในรูปแบบออนไลน์ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ตั้งแต่เวลา 10.00 – 13.30 น. ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ อาทิ เสวนาการให้ความรู้ภายใต้หัวข้อ “เสริมสร้างภูมิความรู้ ควบคู่การดูแลไต” โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคไต, การแสดงของศิลปินดารานักแสดงจากช่อง 3 , การสาธิตการปรุง เมนูอร่อย ลดความเสี่ยงโรคไต

สอบถามรายละเอียดได้ที่ 02-718 1898 หรือ เว็บไซต์ www.nephrothai.org