ยุคที่ร้านกาแฟหรือคาเฟ่เก๋ ๆ ปรับตัวขนานใหญ่ กลายเป็นโค-เวิร์คกิ้งสเปซ, เวิร์คกิ้งสเปซ จนถึงไลฟ์สไตล์ คาเฟ่ ล่าสุด คาเฟ่โฉมใหม่เปิดตัวที่ “ไอคอนสยาม” ในชื่อ Inspire Me MQDC
Inspire Me MQDC เรียกตัวเองว่าเป็น Inspiration Space เพิ่งจัดงาน Inspire Me MQDC VIP Open House Party บนพื้นที่ที่ไม่ได้เสิร์ฟแค่ชา-กาแฟ เบเกอรี หากสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้บังเกิด...
คุณนุ่น - แสงรวี โฆษิตไพศาล
แสงรวี โฆสิตไพศาล ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ MQDC ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บอกว่า
“จุดประสงค์ของเราคือเปิดเป็นพื้นที่ให้เกิดแรงบันดาลใจ ภายใต้แนวคิด For All Well-being โดย MQDC เป็นหนึ่งในบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งใจพัฒนาโครงการที่ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม เป็นไลฟ์คาเฟ่สไตล์เรียบหรู อบอวลด้วยเรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจให้ผู้เข้ามาเกิดความเพลิดเพลินและเข้าถึงง่ายในรูปแบบการเล่าเรื่องด้วย Digital Storytelling ด้วยการใช้เทคโนโลยีและสื่อดิจิทัลเข้ามามีส่วนร่วม แมตช์กับที่นั่งหลากสไตล์จัดวางให้เลือกสรรมุมโปรดได้ตามต้องการ
เช่นในงานวันเปิดโอเพ่นเฮาส์ เป็นธีมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม คนเข้ามาจะรู้สึกว่าธรรมชาติมันสวยงามนะ อยากให้คน สัตว์ ธรรมชาติ อยู่ด้วยกัน เป็นไลฟ์คาเฟ่ หรือไลฟ์สไตล์ คาเฟ่ มีที่นั่งสบาย ๆ เครื่องดื่ม เบเกอรี มีไว-ไฟ โดยเฉพาะคอกาแฟขอแนะนำเครื่องชงกาแฟ Mavam Espresso พร้อมเมล็ดกาแฟสายพันธุ์ดี มีบาริสต้ามืออาชีพ หรือใครอยากมาใช้ห้องประชุม ซึ่งจุ 12-15 ท่าน เป็นเวิร์คกิ้งสเปซที่เป็น Inspiration Space ไปด้วย”
คุณนุ่น – แสงรวี เสริมอีกว่า ช่วงวาเลนไทน์ก็เป็นธีมความรัก ทั้งการตกแต่งและขนมตกแต่งด้วยกลีบดอกไม้ มีชาอิงลิชโรส, อู่หลง โรสที, ไนโตรที มีกาเซโบ้ เข้าสู่โหมดแห่งความรัก อบอวลด้วยสีชมพู
“สื่อดิจิทัลเล่าเรื่องผ่านจอ LED ที่ตกแต่งโดยรอบ ซึ่งจะเปลี่ยนไปตามธีม ตอนนี้เป็นสีเขียว อยากให้ทุกคนนึกถึงป่า สิ่งแวดล้อม จำลองเป็นผืนป่าใจกลางเมือง ในคอนเซปต์ Imaginary Dream Forest เราจัดวางให้มีดีไซน์หลาย ๆ จอ ดูแล้วไม่เท่ากัน มีกรอบภาพเหมือนเป็นอาร์ต แกลลอรี่ มีชา-กาแฟและขนมที่เราครีเอทร่วมกับร้าน Paul และเบเกอรีที่เราคิดขึ้นมาเองด้วย”
เบเกอรีออกแบบจากแรงบันดาลใจจากแบรนด์โครงการต่าง ๆ ของ MQDC
ในวันเปิดงาน เบเกอรีที่ร่วมสร้างสรรค์กับร้าน Paul นั้น บอกเล่าเรื่องราวจากแรงบันดาลใจจากแบรนด์โครงการต่าง ๆ ของ MQDC อาทิ Whizdom สร้างสรรค์เป็นเมนูของว่าง Crab Imperial เนื้อปูผสมกับมาสคาโปเน่ครีมชีสเสิร์ฟบนแป้งพัฟ ซิกเนเจอร์จากร้าน Paul เนื้อปูสื่อถึงจุดเริ่มต้นของการเติบโต คล้ายกับช่วงอายุที่เราเริ่มออกจากบ้าน ไปทำงานสร้างฐานะ
“เมนูต่อไป Salmon Tartine แรงบันดาลใจจากโครงการ The Forestias ที่ใช้วัตถุดิบผ่านกระบวนการปรุงน้อยเพื่อให้เข้ากับคอนเซปต์ของโครงการที่เน้นการใช้พื้นที่สีเขียว เมนู Coconut Macaron แรงบันดาลใจจากโครงการ Magnolias เป็นมาการองมะพร้าวใส่กลิ่นหอมหวานจากดอกแมกโนเลีย
ของหวานอีกอย่างหนึ่งชื่อ Honey Choux จากโครงการ MQDC ออกแบบเป็นรูปวงกลมสื่อถึงลูกโลกที่เป็นสัญลักษณ์ของเรา และใช้ผึ้งเป็นตัวสื่อถึงธุรกิจที่อยู่อาศัย เพราะผึ้งเป็นแมลงทำงานที่สร้างรังของตัวเอง บนแป้งชูส์ ตกแต่งด้วยพิสตาชิโอ้สปันจ์ สีเขียว สื่อความหมายว่าธรรมชาติเป็นแรงขับเคลื่อนให้ทุกชีวิตบนโลก”
วันโอเพ่น เฮาส์ ปาร์ตี้ แขกพิเศษ จอห์น รัตนเวโรจน์ แห่งวง “นูโว” มาบอกเล่าแรงบันดาลใจจากการเดินทางผ่านป่าเขาลำเนาไพรใน Sound of Earth ในรูปแบบ Silent Music เพื่อเปิดประสบการณ์การฟังดนตรีแนวใหม่ที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางเสียง
ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าคณะที่ปรึกษาศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (Research & Innovation for Sustainability Center - RISC) ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากแรงบันดาลใจด้านรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยหยอดคำถามไว้ว่า
“เราจะอยู่ร่วมกับปลวก ได้อย่างไร”
ดร.สิงห์ อินทรชูโต
“ถ้าเป็นไปได้เราก็ไม่อยากทำลายสิ่งแวดล้อม แต่ระหว่างการก่อสร้างก็มักเกิดคำถามอยู่เสมอว่า ทำอย่างไรไม่ต้องฆ่าปลวก แม้จะเป็นจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในโครงการเช่น ใช้บางสิ่งทดแทนหรือใช้เทคโนโลยีที่ไม่ไปทำร้ายชีวิตและสิ่งแวดล้อม อย่างที่คุณนุ่นบอกว่า ในการก่อสร้างบางส่วนไม่ต้องใช้ไม้จริงก็ได้ เช่นวงกบประตู ถ้าไม้จริงก็มีโอกาสจะบวม เกิดเชื้อรา และต้องไปตัดไม้อีก แต่คนเราก็ยังไม่เปลี่ยนความคิด
เรื่องปลวก เราก็ไม่ต้องฆ่าเขา เพราะถ้าปลวกตายไปหมด ต้นไม้เรืองแสงก็ตายไปด้วย เราต้องหาวิธีทำให้ปลวกอยู่โดยไม่รบกวน เช่น การนำเทคโนโลยีของต้นไม้เรืองแสงจากการนำประจุไฟฟ้าจากดิน จากจุลินทรีย์ในดิน ที่มีขั้วบวกขั้วลบ ดินที่สมบูรณ์จะมีประจุไฟฟ้าเยอะ และมีจุลินทรีย์เยอะ ซึ่งสามารถจุดไฟติด ทำให้มองเห็นได้ในป่า พอเราไปฉีดยาฆ่าปลวก ฆ่าหญ้า จุลินทรีย์ต่าง ๆ ในดินตายหมด นั่นแปลว่าไฟเราก็ดับไปด้วย ทำให้เราเสียพลังธรรมชาติในดินทันที ตอนนี้เรากำลังวิจัยว่าถ้าเราไม่ฆ่าปลวกแต่ทำให้เราอยู่ด้วยกัน ทำได้อย่างไร”
ดร.สิงห์ เผยว่า เทคโนโลยีที่ช่วยให้มนุษย์กับปลวกไม่เข่นฆ่ากันนั้นมีอยู่ กำลังอยู่ในขั้นตอนวิจัย
“บางเทคโนโลยีก็แพงมาก เช่น การพันโครงสร้างบ้านทั้งหมดด้วยวัสดุที่ปลวกไม่ชอบ ซึ่งแพงมาก ยกตัวอย่างสารสกัดจากไม้สัก แต่ไม้สักเราก็มีไม่มากพอ หรือใช้วัสดุที่ปลวกไม่กิน ทีนี้ปลวกก็บินได้อีก ทำอย่างไร เรามีเทคโนโลยีหลายอย่างกำลังศึกษาอยู่ ยกตัวอย่างโครงการ Forestias ที่มีพื้นที่เยอะ เราอาจต้องพัฒนาพื้นที่ในป่าที่ให้ปลวกไปหา โดยไม่ต้องมากินโต๊ะเก้าอี้ของเรา เป็นการทำให้เกิดสมดุลของพื้นที่แทนใช้ยาฆ่าปลวก ทีนี้พอมีป่าเยอะก็มียุงเยอะ เป็นยุงลาย เราก็โชคดีที่ค้นพบเทคโนโลยีที่ทำให้ยุงบินไปเกาะสารตัวนี้ที่ทำมาจากธรรมชาติแล้วยุงจะกลายเป็นหมัน หรือทำให้ลูกน้ำไม่กลายเป็นยุงมีปีก ทำให้ประชากรยุงคงที่ ไม่เยอะเกินไป เราพบว่ายุงลายชอบกลิ่นหอยลายด้วย เราก็จะล่อด้วยกลิ่นนี้ให้พวกยุงไปอยู่ในโซนนี้”
ผู้รับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม เล่าว่า เคยนำเครื่องกรองอากาศไปไว้ในโครงการในเครือ MQDC เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตอนนั้นลูกบ้านบอกว่า เป็นเรื่องไม่จำเป็น หากถึงวันนี้ ปัญหาฝุ่นทำให้ลูกบ้านขอบคุณเครื่องกรองอากาศที่ดูเหมือนเป็นส่วนเกินเมื่อ 3 ปีก่อน
“นักวิจัยจะมองเห็นปัญหาล่วงหน้า เช่นตอนนี้เราไม่ค่อยเห็นผีเสื้อ แมลงปอ แมลงเต่าทอง ไม่เห็นเลย แมลงพวกนี้เป็นสัตว์สำคัญ ผึ้งก็น้อยลงมาก ผมว่าจะมีธุรกิจให้เช่าผึ้งในอนาคต ตอนเช้าเจ้าของรังผึ้งจะถือกล่องไปปล่อย ตกเย็นผึ้งจะบินกลับมาหาควีนบี แต่แปลงพืชผักนั้นห้ามใช้ยาฆ่าแมลงเด็ดขาด ไม่งั้นผึ้งก็ตายหมด”
พอจะมีคำตอบได้แล้วว่า...มนุษย์เราจะอยู่ร่วมกับปลวก ผึ้ง และแมลงต่าง ๆ อย่างสันติ ได้บนโลกสีเขียว ใครมีคำถามหรือมีโจทย์ต้องขบคิด มาแสวงหาคำตอบและแรงบันดาลใจได้ในไลฟ์คาเฟ่...แห่งการสร้างแรงบันดาลใจ
หมายเหตุ: Inspire Me MQDC ชั้น 1 ไอคอนสยาม





