ช่วงนี้คนไทยเรามีโอกาสชิมฝีมือเชฟมิชลิน โดยไม่ต้องบินไปถึงเมืองนอก ล่าสุด ห้องอาหารเวอร์ทิโก้ โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ มีโอกาสต้อนรับมิชลิน 2 ดาว จากประเทศ สวิสเซอร์แลนด์
เมื่อเร็วๆนี้โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ มีโอกาสต้อนรับการกลับมาอีกของเชฟอาหารยุโรปคนดัง เจ้าของมิชลิน 2 ดาวถึงสองครั้งด้วยกัน เชฟรอฟ ฟลิกซ์เอาฟ ที่ห้องอาหาร เวอร์ทิโก้ โดยเชฟจะมาโชว์ฝีมือให้ได้ลิ้มลองกันเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น
ถือว่าเป็นเชฟอายุน้อยที่สุดคนหนึ่งในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และแถบยุโรปที่ได้รับดาวจาก มิชลิน อีกทั้งยังมีชื่อเสียงมาจากการที่เขาเปิดร้านอาหารชื่อดังที่มีชื่อว่า “เอคโค่ แอสโคน่า” (Ecco Ascona) และ “เซ็นต์ มอริทส์” (St.Moritz) เป็นสองร้านที่เขามีโอกาสได้แสดงฝีมือการทำอาหารจนได้รับ มิชลิน 2 ดาว ถึงสองครั้งนั้นเอง ผลงานของเขาไม่เคยเป็นที่ลืมเลือน ยังได้รับการกล่าวถึงในหนังสือพิมพ์ระดับประเทศของเยอรมันอย่าง Welt am Sonntag ว่าเป็น “หนึ่งในสุดยอดเชฟหนุ่มของเจเนอเรชั่นเลยทีเดียว”
ในวัยเด็ก เชฟรอฟได้ใช้เวลาส่วนมากคลุกคลีอยู่ในร้านอาหารของพ่อและแม่ของเขา ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เริ่มสนใจศิลปะการปรุงอาหารและการเข้าครัวตั้งแต่ยังเล็ก สไตล์การทำอาหารของเชฟรอฟ คือการทดลองและเล่นกับเนื้อสัมผัสของวัตถุดิบและอุณหภูมิ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเชฟอาหารยุโรปชั้นสูง แต่เชฟรอฟก็ยังให้ความสำคัญและผสมผสานพื้นฐานอาหารชั้นสูงของเขา เข้ากับหัวใจหลักของอาหารแบบสมัยนิยมซึ่งเขาให้นิยามว่า “อโรม่า คูซีน”
“อโรม่า คูซีน ในความหมายของผมก็คือ การคงรสชาติเดิมของวัตถุดิบนั้นๆ ผมได้ผสมผสานวัตถุดิบและเครื่องปรุงหลากหลายเข้าด้วยกัน และผมก็ยังสามารถดึงเอารสชาติเฉพาะของแต่ละอย่างออกมาได้ทั้งหมดอย่างลงตัว”- เชฟรอฟกล่าว
ถึงแม้ว่าเชฟรอฟจะเป็นเชฟอาหารยุโรปสมัยใหม่ แต่เขาก็ไม่จำกัดขอบเขตการทำอาหารของเขาให้อยู่แค่ในกรอบของความเป็นตะวันตกเท่านั้น “ผมชอบการทานอาหารแบบเอเชี่ยนสไตล์ เทคนิคการเสิร์ฟแบบขนาดเล็ก เป็นวิถีที่ผมชอบนำมาผสมผสานกับการเสิร์ฟอาหารยุโรปของผม”
เมนูที่เชฟนำมาให้ได้ลิ้มลองกันที่ห้องอาหารเวอร์ทิโก้ ครั้งนี้ได้แก่ ทูน่าหมักกับยูซุ วาซาบิ และแตงกวา (Marinated raw tuna with cucumber, wasabi and yuzu)
ทันดูริกุ้งล็อบสเตอร์จากรัฐเมนกับซีตรัสและแรดิช (Tandoori-flavour Maine lobster with radish and citrus)
แซลมอนตุ๋นกับหญ้าฝรั่นและเฟนเนล ราดซอสเบอร์บล็อง (Slow cooked salmon with saffron, fennel and dashi Beurre Blanc)
ราวิโอลี่อกไก่เสิร์ฟคู่ฟัวกราส์และบีทรูท (Pan fried foie gras with ravioli of braised chicken, beetroot and currant)
และ เนื้อวากิวเสิร์ฟคู่มะเขือยาวและหัวหอมน้ำสลัดสไตล์ญี่ปุ่น (Wagyu beef tenderloin eggplant, onion and Japanese vinaigrette)
ปิดท้ายด้วย มูสลี่ไสตล์สวิสผสมกับซีเรียล ลูกเบอรรี่ป่า และโยเกิร์ต (Swiss-style Birchermüsli with mixed premium cereals, forest berries and yogurt)
บรรยากาศในค่ำคืนนั้นที่มีอาหารอันเลิศรส ท่ามกลางเสียงเพลงอันแสนไพเราะ ช่วยเติมเต็มความสุขได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ประสบการณ์มิชลินระดับโลกเช่นนี้หากใครพลาดไปแล้วคงต้องรอโอกาสที่เชฟจะมาเยือนใหม่ในปีหน้า ทว่าใครต้องการรับประทานอาหารอร่อยๆที่ห้องอาหารเวอร์ทิโก้ โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ สอบถามได้ที่โทร. +66 (0) 2679-1200 หรือ อีเมล์: [email protected]





