สธ. ลุย Medical Investment Hub ขยายความร่วมมือ 3 บริษัทระดับโลก “GSK- Roche-Bayer” ร่วมลงทุนกว่า 3,000 ล้าน มุ่งวิจัยทางคลินิก ขับเคลื่อนระบบสุขภาพ สร้างเศรษฐกิจไทย ภาพรวมดึงลงทุนจาก 5 บริษัทแล้วกว่า 6,800 ล้านบาท
KEY POINTS
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ เรื่อง ความร่วมมือสนับสนุนระบบนิเวศสุขภาพ เพื่อประโยชน์ต่อระบบสุขภาพ และเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศ ระหว่าง กระทรวงสาธารณสุข กับบริษัทภาคเอกชนด้านยา โดยมี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
รวมถึง นายโยเกซ โกปาลคริชแนน รักษาการผู้จัดการทั่วไป บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด (GSK), พญ.บุษกร มหรรฆานุเคราะห์ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด (GSK)
Mr. Matthew Simon Coates (Ph.D.) กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรช ไทยแลนด์ จำกัด (Roche), เซียนรู หวัง กรรมการบริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด (Bayer), ภารณี อดุลยภิเชฏฐ์ กรรมการบริษัท และหัวหน้าฝ่ายประสานงานราชการ ประจำภูมิภาคอาเซียน บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด (Bayer) เป็นผู้ลงนาม
ร่วมลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท
นายพัฒนา กล่าวว่า ความร่วมมือกับ 3 บริษัทชั้นนำระดับโลก รวมเงินลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาทได้แก่
- บริษัท GSK ผู้นำด้านวัคซีน และนวัตกรรมการรักษาโรค เสนอขยายการลงทุนวิจัยทางคลินิก เพิ่มเติม 1,500 ล้านบาท เป็นเรื่องของโรคมาลาเรีย พร้อมพัฒนาศักยภาพบุคลากร และสถานพยาบาลวิจัย และการผลิตวัคซีนเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมวัคซีนไทย
- บริษัท Roche ผู้นำด้านนวัตกรรมยารักษาโรคมะเร็ง และการแพทย์แม่นยำ เสนอการลงทุนวิจัยทางคลินิกในเรื่องมะเร็งตับกับมะเร็งเต้านม 1,500 ล้านบาท ภายในปี 2572 พร้อมยกระดับศูนย์วิจัย ส่งเสริมการเข้าถึงยานวัตกรรมสำหรับผู้ป่วยมะเร็งตับ และมะเร็งเต้านม และศึกษาการต่อยอดอุตสาหกรรมยาในประเทศ
- บริษัท Bayer ผู้นำด้านวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต และนวัตกรรมทางการแพทย์ เสนอโอกาสการลงทุนวิจัยทางคลินิกระยะเริ่มต้นประมาณ 153 ล้านบาท พร้อมส่งเสริมการเข้าถึงยานวัตกรรม และพัฒนาระบบคัดกรองโรคจอประสาทตาด้วยเทคโนโลยี AI โดยตั้งเป้าขยายการคัดกรองจาก 2 ล้านคน เป็น 4 ล้านคน
“มุ่งหวังว่าจะทำให้ค่ารักษาพยาบาลของไทย และต้นทุนการจัดซื้อจัดหายาลดลง นำเม็ดเงินลงทุนมาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ และทำให้ไทยสามารถผลิตยาได้เอง ในอนาคต หากสร้างแรงส่ง และดึงการลงทุนลักษณะนี้ได้ จะช่วยสร้างความมั่นคงทางยา และการดูแลสุขภาพในระยะยาว ลดปัญหาความท้าทายเรื่องระบบโลจิสติกส์หรือต้นทุนสารเคมีที่ใช้ผลิตยาจากต่างประเทศ” นายพัฒนา กล่าว
เตรียมระบบรองรับการวิจัยทางคลินิก
สำหรับการเตรียมระบบรองรับการวิจัยทางคลินิก และการจัดการข้อมูล นายพัฒนา กล่าวว่า สธ.ได้ดำเนินการภายในผ่านโรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงฯ, กรมการแพทย์ และกรมควบคุมโรค เพื่อเสริมสร้างบุคลากร และปรับปรุงกฎระเบียบให้ยืดหยุ่น เอื้อต่อการที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำงานวิจัยร่วมกับบริษัทหรือนำผู้ป่วยมาทดลองรักษา
ขณะเดียวกัน อย. กำลังศึกษาการใช้ Fast Track และการยกเว้น (waive) กฎระเบียบทั้งแบบชั่วคราว และถาวร เพื่อให้กระบวนการทดสอบทางคลินิกขับเคลื่อนไปได้อย่างราบรื่น และทันต่อความต้องการของผู้ป่วย โดยเป็นการบูรณาการร่วมกันทั้งกระทรวง
ส่วนการประสานงานไซต์วิจัย ในเบื้องต้นการประสานงานจะผ่านทางสำนักงานปลัดกระทรวงฯ และกรมการแพทย์ก่อน โดยทั้ง 5 บริษัทที่ได้ลงนามไปกำลังอยู่ในขั้นตอนลงรายละเอียดถึงความเหมาะสมของแต่ละไซต์
นอกจากนี้ องค์การเภสัชกรรม (GPO) จะเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานสำคัญในส่วนกลางน้ำ และปลายทาง ที่ช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการผลิต การลงทุน และระบบโลจิสติกส์ภายในประเทศตามพันธกิจ
“เรื่อง Data Center ควรมองเป็นภาพใหญ่ของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งแม้ไม่ได้เจาะจงเฉพาะคำว่า Data Center แต่กระทรวงฯ กำลังดำเนินการบูรณาการ และรวบรวมข้อมูลให้เป็นจุดบริการจุดเดียว (Single Point) เพื่อให้หน่วยวิจัยหรือบริษัทต่างๆ นำไปใช้ประโยชน์ได้” นายพัฒนา กล่าว
นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า สธ.มีความพร้อมในการขับเคลื่อนนโยบาย Medical Investment Hub เพื่อให้ระบบบริการสุขภาพร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ โดยประสานความร่วมมือหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันกรอบความร่วมมือไปสู่การดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากร และสถานพยาบาล ยกระดับมาตรฐานการวิจัยทางคลินิก
และส่งเสริมการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในระบบบริการสุขภาพซึ่งความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยยกระดับศักยภาพของระบบสุขภาพไทย เพิ่มโอกาสการเข้าถึงนวัตกรรมทางการแพทย์ และสร้างโอกาสการลงทุนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศ
รวมลงทุน 5 บริษัท กว่า 6,800 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงาน ความร่วมมือกับ 3 บริษัทนี้ ภายใต้นโยบาย สธ.ขับเคลื่อน Medical Investment Hub โดยเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับบริษัท ชั้นนำด้านยา และสุขภาพระดับโลก 10 บริษัท ที่ผ่านมาได้ลงนามความร่วมมือกับ MSD เพื่อเพิ่มการเข้าถึงวัคซีน และส่งเสริมการลงทุนวิจัยทางคลินิก มูลค่า 2,500 ล้านบาท และ Sandoz เพื่อเพิ่มการเข้าถึงยา ชีววัตถุคล้ายคลึง ถ่ายทอดเทคโนโลยี และเสริมสร้างความมั่นคงด้านยา สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และการลงทุนกว่า 1,200 ล้านบาท รวมมูลค่าการลงทุน และข้อเสนอความร่วมมือเบื้องต้นจาก 5 บริษัทที่ได้สร้างความร่วมมือแล้วไม่น้อยกว่า 6,800 ล้านบาท
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





