ดวลเชฟแห่งปี...เวิลด์ กูร์เมต์ 2019

งาน "เทศกาลอาหารและไวน์" ระดับโลกครั้งที่ 20 World Gourmet Festival 20th เริ่มขึ้นอีกครั้ง ระหว่างวันที่ 2 – 8 กันยายน 2562
ปีนี้ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ ได้เชิญเชฟระดับมิชลินสตาร์และเชฟชื่อดังที่ได้รับรางวัลรับรองฝีมือและรสชาติอาหารในระดับสากล มากกว่า 16 ท่าน บินตรงมาจาก 9 ประเทศทั่วโลก เพื่อมาปรุงอาหารรสเลิศตลอดเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็ม นับเป็นงานรวมดาวมิชลินครั้งยิ่งใหญ่ และจัดใหญ่ขึ้นทุกครั้ง ดาวมากขึ้นทุกปี เพื่อความสุขของนักชิม...โดยครั้งนี้พิเศษตรงที่เชฟชื่อดัง 3 ท่านมารวมตัวกันเป็นครั้งแรก นำทีมโดยเชฟมิชลิน 2 ดาวจากไต้หวัน เชฟไค โฮ และ เชฟริชชี่ ลิน ร่วมกับเชฟรับเชิญ เชฟเอียน – พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย ซึ่งมีส่วนร่วมนำทีมในงานเวิลด์ กูร์เมต์ฯ ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2543 ซึ่งจะร่วมกันรังสรรค์เมนูดินเนอร์ 6 คอร์ส ในวันศุกร์ที่ 6 กันยายน (6 Hands Dinner ราคา 9,500++บาท)
ยังมีกิจกรรมมาสเตอร์คลาส โดยเชฟรับเชิญจะมาเผยเทคนิคพร้อมสาธิตการทำอาหารอย่างใกล้ชิด ได้แก่ เชฟโรเจอร์ แวน แดม (Roger van Damme) มิชลินสตาร์เชฟจากร้าน Het Gebaar ในเมืองแอนต์เวิร์ป มารังสรรค์ขนมหวานเสิร์ฟกับน้ำชายามบ่าย ในวันที่ 5- 6 กันยายน ณ บริเวณล็อบบี้
เชฟโวล์ฟกัง เบคเกอร์
อาหารของเชฟโวล์ฟกัง เบเกอร์
เชฟติดดาวที่มาร่วมงานในปีนี้ มีอาทิ เชฟโวล์ฟกัง เบคเกอร์ (Wolfgang Becker) จากห้องอาหาร Becker’s เยอรมนี เกิดและเติบโตในไร่องุ่นของครอบครัว เรียนรู้การผลิตไวน์มาตั้งแต่เด็ก เข้าทำงานในร้านอาหารของโรงแรมระดับมิชลินสตาร์หลายแห่ง ต่อด้วยธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารของครอบครัว และคว้ามิชลิน 2 ดาว เมื่อปี 2009
เชฟไค โฮ (Kai Ho)
เชฟไค โฮ (Kai Ho) จากห้องอาหาร Taïrroir ไต้หวัน เกิดที่เมืองไทจง ไต้หวัน เข้าทำงานในร้านอาหารติดดาวในอเมริกา จีน และสิงคโปร์ ปี 2016 เขากลับบ้านเกิดเปิดร้านอาหารของตัวเอง และได้มิชลิน 1 ดวงเมื่อปี 2016 และ 2 ดวง ปี 2019 เชฟบอกว่าอาหารของเขาแสดงถึงส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างจิตวิญญาณของอาหารจีนและฝรั่งเศส เขาชอบครีเอทเมนูด้วยการนำเมนูคลาสสิกมาแยกองค์ประกอบใหม่แต่ยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายแบบดั้งเดิม
เชฟอลัน จีแอม
เชฟอลัน จีแอม (Alan Geaam) จากห้องอาหาร Alan Geaam ฝรั่งเศส เชฟอลันเป็นชาวเลบานอนที่อพยพจากสงครามมาอยู่ฝรั่งเศส เมื่อ 20 ปีที่แล้ว เริ่มต้นงานครัวด้วยการล้างจานจนมีโอกาสได้ปรุงอาหารจริง ๆ จากจุดเริ่มต้นนั้นนำพาสู่เส้นทางเชฟ และเปิดร้านอาหารของตัวเอง ร้านตั้งอยู่ใกล้ประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de Triomphe) ณ กรุงปารีส อาหารของเชฟได้จากตำรับอาหารฝรั่งเศสแล้วมาเพิ่มเสน่ห์ด้วยรสสัมผัสที่น่าสนใจของอาหารเลบานีส และได้มิชลิน 1 ดาว ในปี 2018
เชฟชิโฮ คันซากิ และ เชฟมาร์เซโล ดิ กิอาโคโม
เชฟชิโฮ คันซากิ และ เชฟมาร์เซโล ดิ กิอาโคโม (Chiho Kanzaki and Marcelo di Giacomo) จากห้องอาหาร Virtus ฝรั่งเศส ชาวญี่ปุ่นกับชาวอาร์เจนตินา จับมือเป็นคู่เชฟ เริ่มต้นที่ร้าน Mirazur มิชลิน 3 ดาว ในฝรั่งเศส ในปี 2016 พวกเขาเปิดร้านอาหารชื่อ Virtus และคว้ารางวัลมิชลินสตาร์ได้ครั้งแรกในปี ค.ศ.2019 การทำงานร่วมกันของเชฟสองสัญชาติ ทำให้เกิดเป็นเมนูอาหารที่มีความน่าสนใจและแปลกใหม่ กลิ่นสัมผัสคือสิ่งที่ทั้งสองหลงใหลเหมือนกัน จึงหยิบองค์ประกอบที่สร้างกลิ่นหอมเหล่านี้มาใช้ในอาหารทุกจานไม่เว้นแม้แต่ของหวาน
เมนูจากเชฟชิโฮกับเชฟมาร์เซโล
เชฟฮิเดกิ อี
อาหารของเชฟฮิเดกิ
เชฟฮิเดกิ อี (Hideki Ii) จากห้องอาหาร Shirosaka ญี่ปุ่น มาจากโตเกียว ผ่านประสบการณ์งานครัวมากมายหลายแห่ง ตั้งแต่ซิดนีย์จนถึงสถานเอกอัครราชทูตสหประชาชาติในนิวยอร์ก จากนั้นเปิด Shirosaka เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแบบไฟน์ไดนิ่ง
เชฟแองเจล ซาปาตา มาร์ติน
อาหารจากเชฟแองเจล
เชฟแองเจล ซาปาตา มาร์ติน (Angel Zapata Martin) จากห้องอาหาร Barrafina สหราชอาณาจักร เกิดที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ได้ร่วมงานกับเชฟ 3 ดาว ที่เมืองคาตาลัน ไปต่อที่ร้านอาหาร Ossiano ในดูไบ และร่วมงานกับเชฟชื่อดัง Pierre Gagaire จนมารับตำแหน่งหัวหน้าพ่อครัวที่ Barrafina ได้รับมิชลิน 1 ดาว ในปี 2014 แนวคิดของเชฟคือคัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดและปรุงอาหารที่ยังคงเอกลักษณ์ของอาหารสเปนแบบดั้งเดิม
เชฟฮาจิเมะ โอโตวะ และเชฟโซ โอโตวะ
อาหารจากเชฟฮาจิเมะ กับเชฟโซ โอโตวะ
เชฟฮาจิเมะ โอโตวะ และ เชฟโซ โอโตวะ (Hajime Otowa and So Otowa) จากห้องอาหาร Ciel et Sol ญี่ปุ่น เชฟสองพี่น้อง ได้เดินตามรอยเท้าพ่อของเขา คาซูโนริ โอโตวะ ผู้เป็นทั้งเชฟและเจ้าของห้องอาหาร Otowa ในเมืองอุตสึโนมิยะ เชฟฮาจิเมะ ทั้งสองเดินสายเป็นเชฟและเรียนรู้การทำอาหารจากหลายประเทศ จนกลับมาเปิดร้านอาหารฝรั่งเศสของตัวเองในโตเกียว เมื่อปี 2016 และได้มิชลิน 1 ดาวภายในเวลาปีเดียว
เชฟฟรุย ซิลเวสเตร
เมนูจากเชฟฟรุย
เชฟรุย ซิลเวสเตร (Rui Silvestre) จากห้องอาหาร Vistas โปรตุเกส เกิดที่เมือง Valongo มีแรงบันดาลใจและพัฒนาศาสตร์การทำอาหารโดยการทำงานที่ร้านอาหารในประเทศฝรั่งเศส สวิสเซอร์แลนด์และฮังการี เป็นเวลา 7 ปี และเป็นเชฟที่อายุน้อยที่สุดในโปรตุเกสที่ได้มิชลินสตาร์ ในปี 2015 ด้วยวัย 29 ปี จากร้าน Bon Bon
เชฟแอนเดรีย สปาโกนี
อาหารจากเชฟแอนเดรีย
เชฟแอนเดรีย สปาโกนี (Andrea Spagoni) จากห้องอาหาร Beefbar ฮ่องกง เรียนรู้จากการทำงานในร้านอาหารหลายแห่งในอิตาลี นิวยอร์ก และลอนดอน ได้มิชลิน 1 ดวง จากร้าน Pier Bussetti ของเขาในอิตาลี จากนั้นเชฟอลันย้ายมาฮ่องกง มาเป็นหัวหน้าพ่อครัวของห้องอาหาร Beefbar ร้านอาหารแนวทดลองที่นำเสนอเมนูแปลกใหม่โดยใช้เนื้อวัวเป็นวัตถุดิบหลัก
เชฟโยจิ โตกุโยชิ
อาหารจากเชฟโยจิ
เชฟโยจิ โตกุโยชิ (Yoji Tokuyoshi) จากห้องอาหาร Tokuyoshi เมืองมิลาน อิตาลี ได้มิชลิน 1 ดวง เมื่อปี 2015 เชฟโยจินำเสนอ “Contaminated Italian Cuisine” โดยการหยิบจับความงดงามของวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาสอดแทรกในรสชาติคลาสสิกแบบฉบับอิตาลี เพื่อสร้างประสบการณ์ให้อาหารทุกจานมีความหมายยิ่งกว่าที่เคย
เชฟริชชี่ ลิน
เมนูเชฟริชชี่
เชฟริชชี่ ลิน (Richie Lin) จากห้องอาหาร Mume ไต้หวัน เชฟริชชี่เกิดที่ฮ่องกง ศึกษาการทำอาหารที่เลอ กอร์ดอง เบลอ ออสเตรเลีย สั่งสมประสบการณ์มากมายจากร้านอาหารชั้นนำ อาทิ Quay ในออสเตรเลีย และ Noma ในกรุงโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก ปี 2014 เขาร่วมกับเพื่อนอีกสองคนก่อตั้งห้องอาหาร Mume ในไต้หวัน และได้มิชลินระดับ 1 ดาว เมื่อปี 2018 เชฟริชชี่ โดดเด่นเรื่องการนำวัตถุดิบท้องถิ่นของไต้หวันมาผสมผสานกับเทคนิคการทำอาหารแบบยุโรปสมัยใหม่
เชฟเออร์เว่ เดอวิลล์
อาหารจากเชฟเออร์เว่
เชฟเออร์เว่ เดอวิลล์ (Hervé Deville) จากห้องอาหาร Momo สหราชอาณาจักร เชฟเออร์เว่ เป็นที่รู้จักในฐานะ Executive Chef ของ Sketch ร้านอาหารมิชลิน 2 ดาวในย่านเมย์แฟร์ กรุงลอนดอน เป็นเวลากว่า 7 ปี ก่อนหน้านั้นเขาเป็นเชฟสัญชาติฝรั่งเศสคนแรกที่ได้รับตำแหน่ง Sous Chef ที่ร้าน Restaurant Patrick Guilbaud ในเมืองดับลิน ไอร์แลนด์ และตำแหน่ง Head Chef ที่ร้าน Wenge ในลักเซมเบิร์ก ปัจจุบันรับตำแหน่ง Executive Head Chef ที่ร้าน Momo ที่เขาผสมผสานความเป็นเมดิเตอร์เรเนียนเข้ากับรสชาติอาหารแบบแอฟริกันเหนือ
เชฟโรเจอร์ แวน แดม
เมนูจากเชฟโรเจอร์
เชฟโรเจอร์ แวน แดม (Roger van Damme) จาก Het Gebaar เบลเยียม เชฟขนมระดับมิชลินสตาร์ เกิดที่เมือง Oostburg ประเทศเนเธอร์แลนด์ เปิดร้านน้ำชา Het Gebaar ซึ่งได้มิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว ในปี 2010
อาหารฝีมือเชฟเอียน
เชฟเอียน - พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย (Ian Kittichai) จากห้องอาหาร อิษยา สยามมิสคลับ ประเทศไทย เซเลบริตี้เชฟผู้ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก เป็นเชฟคนไทยคนแรกที่อยู่ในตำแหน่งหัวหน้าพ่อครัว ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น กรุงเทพ เมื่อปี 1998 (ปัจจุบันคือโรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ) เชฟเอียนได้ก่อตั้งและเป็นหุ้นส่วนในร้านอาหารทั่วโลก อาทิ Spot Dessert Bars ในนิวยอร์ก, Tangerine at Resorts World Sentosa สิงคโปร์, ห้องอาหารอิษยา สยามมิสคลับ และน้ำซ่าส์ บอทเทอลิ่ง ทรัสต์ (Namsaah Bottling Trust) ในกรุงเทพ เป็นต้น
รายได้จากการจำหน่ายบัตรรับประทานอาหารมื้อค่ำ 600 บาท ต่อ 1 ใบ และรายได้ทั้งหมดจากการประมูลของรางวัลจะนำไปร่วมบริจาคสมทบทุน กองทุนพระเจ้าวรวงศ์เธอฯ กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เพื่อช่วยลดการติดเอดส์ สภากาชาดไทย สอบถามโทร.0 2126 8866 ต่อ 1707 เว็บไซต์ www.worldgourmetfestival.asia




