background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

"พลัดตกหกล้ม" ในผู้สูงวัย เรื่องใหญ่ ที่ต้องตระหนัก

"พลัดตกหกล้ม" ในผู้สูงวัย เรื่องใหญ่ ที่ต้องตระหนัก

เมื่อประเทศไทยก้าวสู่ "สังคมสูงวัย" เด็กเกิดน้อยลง สวนทางกับอัตราการตาย สิ่งที่ตามมาคือ ประเด็นด้านสุขภาพ โดยเฉพาะการ "หกล้ม" ในสูงวัย ที่ถือว่ามีความสำคัญ ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นกายภาพ พฤติกรรม และสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย ส่งผลต่อสุขภาพระยะยาว

วานนี้ (8 ก.ค. 65) “นพ.อัครฐาน จิตนุยานนท์” ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กล่าวในประเด็นการป้องกันการ “หกล้ม” ใน ผู้สูงอายุ ภายในงาน “มหกรรม 80 ปี กรมการแพทย์” ณ บางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 22 โดยระบุว่า ในขณะนี้ ประเทศไทยเป็น สังคมผู้สูงอายุ สมบูรณ์แบบ มีอายุเกิน 60 ปี 20% และเกิน 65 ปี คิดเป็น 14% และสิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ ไม่เกิน 10 ปี หรือในปี 2574 จะเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด เหมือนในประเทศญี่ปุ่น คือ อายุมากกว่า 60 ปี 28% และอายุเกิน 65 ปี 20%

 

ไทยอัตราเกิด น้อยกว่าตาย 

 

สถานการณ์ประเทศไทย พบว่า อัตราการเกิดลดลง ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูงอายุ 13,559,018 คน ข้อมูลในวันที่ 27 มิ.ย. 2565 พบว่า

  • ประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป คิดเป็น 20.47%
  • และอายุ 65 ปีขึ้นไป 13.70%
  • คาดว่าในปี 2583 ประชากรไทย จะมีจาก 66 ล้านคน เหลือ 65 ล้านคน เนื่องจากอัตราการเกิดน้อยกว่าอัตราการตาย
  • ที่สำคัญ ตอนนี้มีผู้ติดบ้านติดเตียงกว่า 3 แสนคน

 

ความท้าทายในวัยสูงอายุ

 

การดูแล

  • ครอบครัวเล็กลง
  • อยู่คนเดียว/คู่สมรส
  • ขาดผู้ดูแล

ที่พักอาศัย

  • บ้านไม่ปลอดภัย
  • บริการสาธารณสุข
  • สภาพแวดล้อม

สุขภาพกาย/จิต

  • มีโรคประจำตัว
  • เจ็บป่วยเรื้อรัง
  • เหงา ซึมเศร้า

เศรษฐกิจ

  • ขาดรายได้
  • รายได้ลดลงไม่เพียงพอ
  • ยากจน

 

สมองเสื่อม อีกหนึ่งประเด็นน่าห่วง

 

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าห่วง คือ สมองเสื่อม พบว่า 

  • ปี 2559 มีจำนวน 617,000 คน
  • ปี 2580 คาดว่าจะเพิ่มเป็น 1,350,000 คน
  • ประชากรอายุ 60-69 ปี พบ 1-2%
  • อายุ 70-79 ปี พบ 8%
  • อายุมากกว่า 85 ปี พบ 50%
  • การดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม 1 คน ใช้ผู้ดูแลอย่างน้อย 2 คน

สถานการณ์การหกล้ม

 

  • 20% ความชุกหกล้มในชุมชน
  • 50% ผู้สูงอายุที่รับการรักษาจากหกล้ม ครึ่งหนึ่งเสียชีวิตใน 1 ปี
  • การหกล้มเป็นสาเหตุหลักของกระดูกสะโพกหักและภาวะติดบ้าน ติดเตียง

 

"ดังนั้น การสร้างระบบภูมิคุ้มกันสุขภาพแก่ผู้สูงอายุ ต้องเพิ่มความตระหนักรู้ ความเข้าใจ เตรียมตัวเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ เพื่อป้องกัน รวมถึงการพัฒนาระบบการจัดการสุขภาพผู้สูงอายุ เชื่อโยงแบบไร้รอยต่อ จากสถานบริการสู่ชุมชน รวมถึงการส่งเสริม และป้องกันโรค เพื่อความรอบรู้สุขภาพ โดยเฉพาะเรื่อง วัคซีนป้องกันโรค และการจัดการดูแลรักษาให้ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงบริการ ได้อย่างรวดเร็ว และเหมาะสม คลินิกผู้สูงอายุ การดูแลระยะยาว ระยะกลาง จนถึการดูแลระยะท้าย" นพ.อัครฐาน กล่าว 

 

ผลที่เกิดจากการหกล้ม

 

"นพ.ปริย วิมลวัตรเวที" คณะกรรมการและคณะทำงาน การป้องกันและประเมินภาวะหกล้มในผู้สูงอายุ โรงพยาบาลเลิดสิน เผยผลที่เกิดจากการล้ม ดังนี้

  • 64% มีกระดูกหักอย่างน้อย 1 จุด
  • 44% เกิดความกลัวในการล้ม ไม่กล้าใช้ชีวิตนอกบ้าน
  • 32% ต้องนอนโรงพยาบาล
  • 32% ต้องการความช่วยเหลือในการทำกิจวัตรประจำวัน

ที่น่ากลัว คือ อัตราเสียชีวิตจากการล้ม ที่ผ่านมาพบว่าในประเทศไทย เพิ่มสูงมากขึ้นโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ยิ่งอายุเยอะ อัตราการเสียชีวิตก็จะยิ่งสูง โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 80 ปี

 

ปัจจัยเสี่ยงต่อการล้ม

 

ด้านสิ่งแวดล้อม

  • แสงสว่าง
  • ของวางเกะกะ
  • พื้นต่างระดับ/ลื่น
  • การออกแบบ

ด้านพฤติกรรม

  • การดื่มแอลกอฮอล์
  • การขาดการออกกำลังกาย
  • รองเท้าที่ไม่เหมาะสม

ด้านกายภาพ

  • กำลังกล้ามเนื้อ
  • การรับความรู้สึก (ชา)
  • การรู้สึกตัว
  • อายุ
  • การมองเห็น
  • โรคร่วม (พาร์กินสัน , ข้อเสื่อม, ภาวะขาดวิตามินดีพร่อง)
  • การใช้ยา

ด้านสังคม

  • ไม่สามารถเข้าถึงการสาธารณสุข

แนวทางการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ

 

  • ประเมินความเสี่ยงการล้ม
  • ออกกำลังกาย เพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อ ความมั่นคงในการยืน การเดินและการทรงตัว
  • ความรู้เกี่ยวกับภาวะหกล้ม
  • การจัดการสิ่งแวดล้อม
  • การเสริมวิตามินดี
  • การดูแล/ทบทวนเรื่องยา
  • การดูแลโรคร่วม
  • การดูแล/ตรวจตา (ปีละครั้ง)
  • การใช้เทคโนโลยีช่วยป้องกันภาวะหกล้ม

 

การออกกำลังกาย 

 

  • ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรง : ฝึกที่มีการใช้แรงต้าน การถ่วงน้ำหนัก การใช้ยางยืด การใช้ถุงทรายถ่วงน้ำหนัก 
  • การออกำลังกายที่ฝึกการเคลื่อนไหว : การออกกำลังกายโดยการเคลื่อนไหวร่างกายแบบคงที่ ใน 3 ระนาบ คือ หน้าหลัง , ซ้ายขวา , ขึ้นลง เป็นการเคลื่อนไหวแบบพลวัต มีจังหวะและแบบแผนการเคลื่อนไหว เช่น ไทเก็ก เต้นรำ ชี่กง 
  • การฝึกเดินและการทรงตัว ได้แก่ การฝึกระบบการทรงตัวของร่างกาย การฝึกการเดินที่ถูกต้อง ความเร็วและทิศทางเหมาะสมเวลาก้าวเดิน เช่น ยืนด้วยส้นเท้า ยืนด้วยปลายเท้า การเดินด้วยปลายเท้า เดินด้วยส้นเท้า เดินต่อเท้า เป็นต้น 
  • กิจกรรมทางกาย เพิ่มความแข็งแรงและลดความเสี่ยงการเกิดภาวะหกล้มได้ เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เล่นกีฬา ทำสวน 
  • การออกกำลังกายแบบยืดหยุ่น โดยเฉพาะการเหยียด บิด เป็นการฝึกและคงไว้ซึ่งพิสัยการเคลื่อนไหวของข้อต่างๆ 
  • ต้องมีการประเมินความสามารถก่อนเพื่อเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล

 

ตัวอย่าง : วิธีการออกกำลังเพื่อป้องกันการหกล้ม

 

การเลือก รองเท้า 

 

รองเท้าที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุเพื่อป้องกันภาวะหกล้ม ได้แก่ 

  • รองเท้าส้นเตี้ยและมีดอกยาง เพื่อให้พื้นรองเท้ายึดเกาะกับพื้นได้ดี ป้องกันการลื่นล้ม 
  • รองเท้าควรเป็นแบบหุ้มส้น โดยส่วนที่หุ้มส้นมีความแข็งพอควร เพื่อพยุงข้อเท้าทำให้ผู้สูงอายุสามารถทรงตัวได้ดีขึ้น 
  • รองเท้าหน้ากว้าง
  • แนะนำให้ผู้สูงอายุเปลีย่นรองเท้าทันทีเมื่อพื้นรองเท้าเสื่อมสภาพในการเกาะพื้น

 

การใช้ยา 

 

  • การใช้ยาร่วมกันหลายชนิด ตั้งแต่ 5 ชนิดขึ้นไป 
  • กลุ่มที่มีภาวะโรคเรื้อรังและกลุ่มอาการสูงอายุ 
  • เพิ่มความเสี่ยงการเกิดภาวะหกล้ม 1.75 เท่า 
  • จำนวนชนิดของยาที่เพิ่มขึ้นจะเพิ่มอัตราการเกิดภาวะหกล้มมากขึ้น 
  • ยาที่อยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงการเกิดภาวะหกล้มสูง ตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป เพิ่มอัตราการเกิดภาวะหกล้มมากขึ้น 

 

นพ.ปริย อธิบายว่า  การใช้ยาร่วมกันหลายชนิด ตั้งแต่ 5 ชนิดขึ้นไป เช่น ยาที่กินแล้วมีความง่วง อาทิ ยาแก้แพ้บางชนิด หากกิน 2 ชนิดขึ้นไป ก็ทำให้เสี่ยงต่อการล้ม จุดสำคัญ คือ ดูความจำเป็น ยาบางอย่างถ้าจำเป็นก็ต้องกิน แต่หากมากกว่าหลายชนิด กินแล้วต้องเพิ่มความระมัดระวัง ทบทวนเรื่องยาอันไหนไม่จำเป็นตัดออก

 

ทั้งนี้ โดยส่วนใหญ่ในกลุ่มได้ยาเกิน 5 ตัว มักได้จากหลายแผนก หรือรักษาหลาย รพ. ทำให้ยามีความซับซ้อน แนะนำว่าในกรณีนี้เวลาไปพบแพทย์ให้นำยาไปด้วย หรือถ่ายรูปซองยาไว้  โดยปัจจุบัน มีการขับเคลื่อนของ กรมการแพทย์ รพ.ราชวิถี เวลาสูงอายุไปพบแพทย์ ส่วนใหญ่เป็นเบาหวาน ความดัน หรือเกี่ยวกับกระดูก จะได้ยาที่ความเสี่ยงสูงหลายกลุ่ม จึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และป้องกันอันตราย โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับยากระดูกพรุนมานาน

 

คัดกรองการล้มที่หน่วยบริการ

 

"พญ.ชมพูนุช พงษ์อัครศิรา" หัวหน้ากลุ่มงานเวชศาสตร์ฟื้นฟูสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแทพย์แห่งชาติ กล่าวเสริมว่า ในปี 2565 กรมการแพทย์ โดย สถาบันเวชศาสตร์ฯ ผู้สูงอายุ ได้จัดทำคู่มือการคัดกรองสำหรับ รพ. ระดับต่าง ๆ ขณะที่ภาคประชาชน หากรู้สึกว่าตัวเองไม่มั่นคงและอยากจะรับการประเมิน สามารถไปรับบริการที่หน่วยบริการใกล้บ้านได้เพื่อคัดกรอง 

 

หรือหากรักษาอยู่ใน รพ. เมื่อถึงเวลาที่ติดตามอาการ สามารถแจ้งแพทย์ได้ว่าใน 6 เดือนที่ผ่านมา มีภาวะล้มหรือมีความกังวลอย่างไร หรือรู้สึกว่าการทรงตัวไม่ดี หรืออยากจะได้ข้อมูลการปรับสภาพแวดล้อมที่บ้าน สามารถขอคำแนะนำได้ หรือดูรายละเอียดได้ที่ คลิก  

 

นอกจากนี้ แอปพลิเคชั่น สูงวัย 5G ซึ่งรวบรวมข้อมูลความรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับผู้สูงอายุ และสามารถทำแบบประเมินสภาวะสุขภาพเกี่ยวกับผู้สูงอายุ คลิก