ตลาดหุ้นสหรัฐเขียว S&P 500 ดาวโจนส์ และ แนสแด็กปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เมื่อคืน หลังเฟดคงอัตราดอกเบี้ย แรงส่งจากหุ้นเทคโนโลยี
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นในวันพุธ (28 ต.ค. 69) หลังนักลงทุนตอบรับมติอัตราดอกเบี้ยล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และรอผลประกอบการจากบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่
ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.28% ปิดที่ 7,743.98 จุด ขณะที่แนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 0.27% ปิดที่ 26,549.85 จุด ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average เพิ่มขึ้น 97.53 จุด หรือ 0.19% ปิดที่ 52,475.10 จุด นับเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันที่ดัชนีทั้งสามปรับตัวขึ้น
- เฟดคงดอกเบี้ย ตามคาด
เฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในกรอบเป้าหมายที่ 3.75%–4% โดยผู้กำหนดนโยบายเพิ่งขึ้นดอกเบี้ย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ในการประชุมเดือนกันยายน ซึ่งเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 มติดังกล่าวเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์อย่างกว้างขวาง โดยก่อนการประชุม สัญญาซื้อขายล่วงหน้า Fed Funds สะท้อนโอกาสเกือบ 93% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ย
เควิน วอร์ช ประธานเฟดกล่าวในการแถลงข่าวหลังการประชุมว่า แม้เฟดจะหยุดขึ้นดอกเบี้ยชั่วคราว แต่ธนาคารกลางยังคงให้ความสำคัญกับ “เสถียรภาพด้านราคา” ขณะที่ภาวะการจ้างงานอยู่ในระดับ “ค่อนข้างแข็งแกร่ง”
เจฟฟ์ ชูลซ์ หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนของ Franklin Templeton Institute กล่าวว่า “มติในวันนี้ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ก่อนสิ้นปี” พร้อมเสริมว่า “คำถามสำคัญสำหรับตลาดคือเฟดจะคุมเข้มนโยบายเร็วเพียงใด และคณะกรรมการดูเหมือนพอใจกับการทยอยยกเลิกการลดดอกเบี้ยเมื่อปีที่แล้วอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งในอดีตมักเป็นผลดีต่อสินทรัพย์เสี่ยง”
- ผลประกอบการหุ้นเทคโนโลยี
หุ้น Oracle พุ่งขึ้นเกือบ 11% หลังบริษัทคาดการณ์รายได้ในปีงบประมาณ 2030 ที่ 225,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งหมายถึงการเติบโตต่อปีประมาณ 35% นอกจากนี้ บริษัทยังระบุว่าจะจำกัดการระดมทุนเพิ่มเติมในช่วงปีงบประมาณ 2027–2030 ไว้ที่ 20,000 ล้านดอลลาร์
หุ้นผู้ผลิตชิปปรับตัวขึ้นเช่นกัน หลัง SK Hynix รายงานกำไรรายไตรมาสสูงเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้หุ้นของผู้ผลิตชิปเกาหลีใต้ที่ซื้อขายในสหรัฐ พุ่งขึ้น 13% หุ้น Micron Technology เพิ่มขึ้นเกือบ 6% Arm Holdings เพิ่มขึ้น 4% Marvell Technology บวก 3% และ Advanced Micro Devices เพิ่มขึ้น 3%
นักลงทุนยังคงจับตาการลงทุนในหุ้น AI หลังตลาดปิด เนื่องจาก Alphabet และ Microsoft ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มเจ็ดนางฟ้า “Magnificent Seven” มีกำหนดรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุด โดย Alphabet ปรับตัวขึ้นมากกว่า 1% ขณะที่ Microsoft ลดลงเล็กน้อยในวันดังกล่าว
หุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI เผชิญแรงกดดันในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จากข้อสงสัยเกี่ยวกับแหล่งเงินทุนสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยี
บิล นอร์ธี ผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนของ U.S. Bank Asset Management Group กล่าวว่า
“วัฏจักรในระยะสั้นตอนนี้ยังแข็งแกร่งมาก ประเด็นสำคัญคือมันจะยืนระยะไปได้อีกหลายปีหรือไม่ และผู้ที่กำลังทุ่มลงทุนอย่างหนักวันนี้จะได้ผลตอบแทนแบบไหน มันจะเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้สำหรับทุกคน หรือสุดท้ายแล้วจะเริ่มมีทั้งผู้ชนะและผู้แพ้ ซึ่งเรามองว่ามีแนวโน้มจะเป็นอย่างหลังมากกว่า”





