วันเสาร์ ที่ 24 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดาวโจนส์ ร่วงกว่า 600 จุด หลังราคาน้ำมันพุ่ง แรงเทขายหุ้นลุกลาม

ดัชนีดาวโจนส์ ร่วงกว่า 600 จุด เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังราคาน้ำมันปรับขึ้น และแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีวันก่อนได้ลุกลามไปเกือบทุกกลุ่มอุตสาหกรรม

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ ปรับตัวลดลงในวันศุกร์ (23 ต.ค.69) หลังแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีจากวันก่อนหน้าลุกลามไปยังตลาดส่วนอื่น ๆ ขณะที่ราคาน้ำมันในสหรัฐพุ่งขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่าสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านอาจกลับมาปะทุอีกครั้ง

 

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ร่วงลง 652.82 จุด หรือ 1.23% ปิดที่ 52,215.16 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.52% ปิดที่ 7,623.68 จุด ส่วนดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite ลดลง 0.21% ปิดที่ 25,955.34 จุด

  • หุ้นปลอดภัยลดลงตาม 

 

หุ้นกลุ่ม Defensive หรือหุ้นที่มักมีความผันผวนต่ำและได้รับผลกระทบน้อยในช่วงเศรษฐกิจอ่อนแอ ต่างถูกกดดันในวันศุกร์ โดยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น สาธารณูปโภค และดูแลสุขภาพปรับตัวลดลงทั้งหมด

 

หุ้น American Express ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของดัชนี Dow ร่วงลงมากกว่า 3% หลังประกาศว่าจะลดพนักงานทั่วโลกราว 5% โดยระบุว่าบริษัทจำเป็นต้อง “เตรียมความพร้อมสำหรับ AI”

หุ้น Caterpillar ลดลงประมาณ 2% ขณะที่ Goldman Sachs ร่วงมากกว่า 1% ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อดัชนี Dow ที่ประกอบด้วยหุ้น 30 บริษัท

 

เมื่อวันพฤหัสบดี หุ้นเทคโนโลยีจำนวนมากปรับตัวลง หลังนักลงทุนประเมินผลกระทบจากการกู้ยืมเงินจำนวนมากของบริษัทและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นต่อหุ้นกลุ่ม AI และเทคโนโลยีอื่น ๆ

 

หุ้น Microsoft ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในวันศุกร์ อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มชิปอย่าง Micron Technology และ Advanced Micro Devices ปรับขึ้นได้ดีกว่า โดยเพิ่มขึ้นเกือบ 3% และเกือบ 2% ตามลำดับ

 


เจด เอลเลอร์บรูค ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนของ Argent Capital Management กล่าวกับ ซีเอ็นบีซี ว่า “ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนพากันวิ่งออกจากหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการสร้างศูนย์ข้อมูล ไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย และในที่สุดก็จะเหลือนักลงทุนไม่มากพอที่จะวิ่งในทิศทางนั้นต่อไป ซึ่งบรรยากาศของวันนี้ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น”

 

เอลเลอร์บรูค เสริมว่า ผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีในฤดูกาลนี้ออกมาแข็งแกร่ง ทำให้นักลงทุนมีเหตุผลที่จะกลับมาสนใจหุ้นเทคโนโลยี และลดการตัดสินใจตามอารมณ์ในการแห่เข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัย

 

นักลงทุนรายนี้กล่าวว่า “อารมณ์และความกลัวมีบทบาทอย่างมาก แต่เราได้รับรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดจากบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งแล้ว และผลประกอบการของบริษัทเหล่านั้นก็ออกมาดี”

 

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีอยู่ที่ประมาณ 4.999% เพิ่มขึ้นมากกว่า 4 จุด (basis points) ในวันดังกล่าว ก่อนหน้านี้อัตราผลตอบแทนมาตรฐานลดลงต่ำกว่าระดับสำคัญที่ 5% เมื่อวันพฤหัสบดีเป็นครั้งแรกในรอบ 1 เดือน เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังมากขึ้นต่อการกู้ยืมเงินจำนวนมหาศาลที่กำลังเกิดขึ้นเพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)

 

  • น้ำมันดิบพุ่งขึ้นแรง หวั่นสงครามอิหร่านกับสหรัฐ ปะทุอีกรอบ

 

ราคาน้ำมันก็ปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดหุ้น โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) พุ่งขึ้น 3.8% ปิดที่ 103.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 3.1% ปิดที่ 116.72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับราคาปิดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน

 

การปรับตัวขึ้นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีรายงานว่า สหรัฐและอิสราเอลอาจกำลังจัดทำแผนโจมตีอิหร่านอีกครั้ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสงครามในภูมิภาคที่เริ่มขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่อิหร่านตอบโต้ว่า พร้อมจะโจมตีกลับเช่นกัน

 

ตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.5% และดัชนี Nasdaq ลดลง 0.7% ส่วนดัชนี Dow เพิ่มขึ้น 0.4%