วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม 2569

Login
Login

PROEN เคลียร์ปมเงินค้าง CCTV การท่าเรือฯ จ่อรับเงิน 130 ล้านใน Q4/69

PROEN คลี่คลายปัญหาโครงการติดตั้ง CCTV การท่าเรือฯ หลังมีคณะทำงานดูแลที่ชัดเจน ส่งผลกระบวนการเบิกจ่ายเดินหน้า ลดความเสี่ยงด้านการรับชำระเงิน คาดรับกระแสเงินสดกลับประมาณ 130 ล้านบาทในไตรมาส 4/2569

KEY POINTS

  • บริษัท โปรเอ็น เทเลบิซ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ PROEN สามารถแก้ไขปัญหาการรับชำระเงินจากโครงการติดตั้ง CCTV ของการท่าเรือแห่งประเทศไทยได้แล้ว
  • ปัญหาคลี่คลายหลังจากมีการแต่งตั้งคณะกรรมการที่รับผิดชอบ ทำให้กระบวนการเบิกจ่ายเงินมีความชัดเจนและคืบหน้ามากขึ้น
  • บริษัทคาดว่าจะได้รับชำระเงินเป็นกระแสเงินสดกลับเข้ามาประมาณ 130 ล้านบาท ภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2569
  • เงินจำนวนดังกล่าวจะช่วยเสริมสภาพคล่อง เพิ่มความแข็งแกร่งทางการเงิน และสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท

นายกิตติพันธ์ ศรีบัวเอี่ยม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โปรเอ็น คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ PROEN เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทโปรเอ็น เทเลบิซ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ PROEN สามารถคลี่คลายปัญหาการรับชำระเงินจาก โครงการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยด้วยกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการที่รับผิดชอบเรียบร้อย ส่งผลให้กระบวนการดำเนินงานและการพิจารณาเบิกจ่ายเงินมีความชัดเจนและมีความคืบหน้ามากยิ่งขึ้น ถือเป็นพัฒนาการเชิงบวกที่ช่วยลดความไม่แน่นอนและความเสี่ยงจากความล่าช้าในการรับชำระเงินของ บริษัทฯ
 

ทั้งนี้ จากความคืบหน้าดังกล่าว บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถรับชำระเงินจากโครงการดังกล่าวกลับเข้ามาเป็นกระแสเงินสด (Cash Flow) ได้ประมาณ 130 ล้านบาท ภายในไตรมาส 4/2569 ซึ่งจะช่วยเสริมสภาพคล่อง เพิ่มความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน และสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
 

โดย บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการกระแสเงินสด การติดตามการรับชำระเงินจากโครงการต่าง ๆ และการลดความเสี่ยงทางการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงินและรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต

สำหรับโครงการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยด้วยกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ก่อนหน้านี้ประสบปัญหาความล่าช้าในกระบวนการรับชำระเงิน อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากมีการเปลี่ยนแปลงในหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้กระบวนการพิจารณาและอนุมัติการเบิกจ่ายเงินไม่สามารถดำเนินการได้ตามระยะเวลาที่คาดการณ์ไว้