วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม 2569

Login
Login

เสี่ยป๋อง-บอย ท่าพระจันทร์-สุระ COM7 ยิ้มแก้มปริ หุ้นน้องใหม่ QUICK เทรดวันแรกเหนือจอง 7.97%

หุ้นน้องใหม่ QUICK เปิดเทรดวันแรกที่ 6.10 บาท เพิ่มขึ้น 7.96% จากราคา IPO ที่ 5.65 บาท พบ “สุระ COM7” ถือหุ้นใหญ่อันดับ 7 ตามด้วย “เสี่ยป๋อง” อันดับ 8 และ “บอย ท่าพระจันทร์” อันดับ 9

KEY POINTS

  • หุ้นน้องใหม่ QUICK หรือ บริษัท ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดซื้อขายวันแรก (21 ต.ค. 2569) ที่ราคา 6.10 บาท เพิ่มขึ้น 7.96% จากราคา IPO ที่ 5.65 บาท
  • นายสุระ คณิตทวีกุล (ผู้บริหาร COM7) เข้าถือหุ้นใหญ่อันดับ 7 จำนวน 2,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 1.96%
  • นายวัชระ แก้วสว่าง หรือ "เสี่ยป๋อง" เข้าถือหุ้นใหญ่อันดับ 8 จำนวน 1,519,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 1.49%
  • นายอรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย หรือ "บอย ท่าพระจันทร์" เข้าถือหุ้นใหญ่อันดับ 9 จำนวน 1,175,300 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 1.15%

ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 21 ต.ค.2569 หุ้น QUICK หรือ บริษัท ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการด้านการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่การดำเนินงานด้วยระบบดิจิทัลแบบครบวงจร ผ่านการวางระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) รวมถึงออกแบบระบบเพื่อเชื่อมโยงระบบต่าง ๆ ในองค์กรให้ทำงานร่วมกัน เปิดเทรดวันแรกที่ระดับ 6.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.45 บาท หรือ 7.96% จากราคา IPO ที่ 5.65 บาท

เสี่ยป๋อง-บอย ท่าพระจันทร์-สุระ COM7 ยิ้มแก้มปริ หุ้นน้องใหม่ QUICK เทรดวันแรกเหนือจอง 7.97%

โดยพบนักลงทุนรายใหญ่และเซียนหุ้นชื่อดังเข้าถือหุ้นดังนี้ 

นาย สุระ คณิตทวีกุล ถือหุ้นใหญ่อันดับ 7 จำนวน 2,000,000 หุ้น สัดส่วน 1.96%

นาย วัชระ แก้วสว่าง (เสี่ยป๋อง) ถือหุ้นใหญ่อันดับ 8 จำนวน 1,519,000 หุ้น สัดส่วน 1.49%

นาย อรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย (บอย ท่าพระจันทร์) ถือหุ้นใหญ่อันดับ 9 จำนวน 1,175,300 หุ้น สัดส่วน 1.15%

นาย รัตน์ โอสถานุเคราะห์ ผู้บริหารระดับสูงและทายาทตระกูลโอสถานุเคราะห์ ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นใหญ่อันดับ 12 จำนวน 921,100 หุ้น สัดส่วน 0.90%
 

เสี่ยป๋อง-บอย ท่าพระจันทร์-สุระ COM7 ยิ้มแก้มปริ หุ้นน้องใหม่ QUICK เทรดวันแรกเหนือจอง 7.97%

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า บริษัท QUICK มีโอกาสเติบโตตามทิศทางอุตสาหกรรม Enterprise Resource Planning (ERP) และ Digital Transformation ของไทย ซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องจากความต้องการลงทุนด้าน Cloud, AI และระบบอัตโนมัติของภาคธุรกิจที่เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าตลาด ERP ในประเทศจะเติบโตเฉลี่ย 18.5% ต่อปี ในช่วงปี 2568–2573

อีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุน QUICK คือโครงสร้างรายได้ที่มีความต่อเนื่อง โดยรายได้จาก Subscription License และสัญญาบำรุงรักษาระบบมีสัดส่วนประมาณ 51–57% ของรายได้รวมในช่วงปี 2566 ถึงครึ่งแรกปี 2569 ช่วยลดความผันผวนจากรายได้โครงการที่ขึ้นอยู่กับรอบการลงทุนของลูกค้า ขณะที่อัตราการต่ออายุสัญญาบำรุงรักษาระบบอยู่ที่ 87.3% สะท้อนความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าและต่อยอดรายได้จากบริการเดิม

นอกจากนี้ การพัฒนาโซลูชันที่เชื่อมโยงกับระบบ ERP และเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) รวมถึงการผลักดันผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ภายใต้แบรนด์ QUICK จะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว โดยเฉพาะการขยายสัดส่วนรายได้จากธุรกิจบริการ ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่าธุรกิจจำหน่ายสินค้า ควบคู่กับการเพิ่มฐานลูกค้าใหม่และต่อยอดบริการให้แก่ลูกค้าเดิม

ด้านมูลค่าเหมาะสม บล.เคจีไอ ประเมินราคาเป้าหมาย QUICK สำหรับปี 2570 ที่ 8.70 บาทต่อหุ้น โดยอิงอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E) ที่ 10 เท่า เทียบกับบริษัทจดทะเบียนที่มีลักษณะธุรกิจใกล้เคียงกัน ได้แก่ บริษัท เบริล 8 พลัส จำกัด (มหาชน) หรือ BE8 บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK และบริษัท ฮิวแมนิก้า จำกัด (มหาชน) หรือ HUMAN ซึ่งซื้อขายที่ P/E ประมาณ 9–10 เท่า 

ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด มองว่า QUICK มีจุดแข็งจากความเชี่ยวชาญด้านระบบ ERP และอยู่ระหว่างขยายสู่การให้บริการโซลูชันดิจิทัลแบบครบวงจร โดยเชื่อมโยงระบบงานภายในองค์กร ทั้งบัญชี การเงิน การผลิต และห่วงโซ่อุปทาน เข้ากับแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของลูกค้า

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา QUICK มีกำไรเติบโตเฉลี่ยประมาณ 22% โดยฝ่ายวิจัยประเมินว่าบริษัทจะได้รับประโยชน์จากการลงทุนด้าน Digital Transformation, AI, ERP และ Cloud ที่เพิ่มขึ้นในช่วง 2–3 ปีข้างหน้า ซึ่งจะสนับสนุนการเติบโตของรายได้จากบริการและการพัฒนาซอฟต์แวร์

บล.เอเซีย พลัส คาดการณ์กำไรสุทธิ QUICK ในปี 2569 อยู่ที่ 74 ล้านบาท ก่อนเพิ่มเป็น 91 ล้านบาทในปี 2570 และ 105 ล้านบาทในปี 2571 หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 27% ต่อปี โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการขยายฐานลูกค้าใหม่ การเพิ่มบริการให้ลูกค้าเดิม และการพัฒนาโซลูชันที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น

สำหรับราคาเป้าหมาย บล.เอเซีย พลัส ประเมินมูลค่าเหมาะสมของ QUICK สำหรับปี 2569 ที่ 6.50 บาทต่อหุ้น และปี 2570 ที่ 8.00 บาทต่อหุ้น โดยมองว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ประกอบกับการขยายธุรกิจภายหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จะเป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการในระยะยาว

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ mai ยินดีต้อนรับ บมจ. ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายใน mai ภายใต้กลุ่มเทคโนโลยี โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “QUICK” ในวันที่ 21 ตุลาคม 2569

QUICK ประกอบธุรกิจให้บริการที่ปรึกษาด้านการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่การดำเนินงานด้วยระบบดิจิทัลแบบครบวงจร ผ่านการวางระบบ ERP และการออกแบบระบบเพื่อเชื่อมโยงการทำงาน ทั้งระบบบริหารจัดการองค์กร เช่น บัญชี การขาย การจัดซื้อ และระบบปฏิบัติงานในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเชื่อมโยงอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านเทคโนโลยี IoT และ AI เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ วางแผน และการตัดสินใจ บริษัทเป็นพันธมิตรกับผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ระดับโลก ได้แก่ Microsoft, Rockwell, Advantech, และ PTC นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาโซลูชันเสริมและระบบเฉพาะทางภายใต้ลิขสิทธิ์ของบริษัทเอง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของระบบหลักให้ครอบคลุมกระบวนการทำงานเฉพาะของแต่ละอุตสาหกรรม โดยกลุ่มลูกค้าของบริษัทส่วนใหญ่เป็นลูกค้าองค์กรหลากหลายขนาดและประเภทธุรกิจ เช่น การผลิต บริการ ค้าปลีก–ส่ง และโลจิสติกส์ สำหรับงวด 6 เดือน 2569 บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการขาย License และอุปกรณ์ : รายได้จากการให้บริการติดตั้ง บำรุงรักษา และบริการอบรม คิดเป็นร้อยละ 44 : 56

นายไพศาล แซ่ลี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ QUICK เปิดเผยว่า บริษัทพร้อมเข้าซื้อขายเป็นวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี วันที่ 21 ตุลาคม 2569 ภายใต้ชื่อย่อหลักทรัพย์ “QUICK” นับเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจและวางรากฐานการเติบโตในระยะยาว รองรับความต้องการขององค์กรที่เร่งนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน การเข้าจดทะเบียนในครั้งนี้ จะช่วยเสริมความพร้อมให้ QUICK ขยายธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ บุคลากร และโอกาสการลงทุน โดยนำความเชี่ยวชาญด้าน ERP มาต่อยอดร่วมกับ IoT และ AI เพื่อช่วยให้ลูกค้าใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจได้จริง

ทั้งนี้ QUICK ผู้ให้บริการที่ปรึกษาและติดตั้งระบบดิจิทัลแบบครบวงจร (End-to-End Digital Transformation Provider) ครอบคลุมการออกแบบ พัฒนา ติดตั้ง และดูแลระบบ โดยมีความเชี่ยวชาญหลักด้านระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร (Enterprise Resource Planning: ERP) บนแพลตฟอร์ม Microsoft เป็น Microsoft Solutions Partner และได้รับการยอมรับในฐานะพันธมิตรระดับผู้เชี่ยวชาญ (Specialist Partner) สาขา Finance และ Supply Chain 

บริษัทจะนำเงินระดมทุนสุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายประมาณ 164.42 ล้านบาท ไปใช้ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชัน การพัฒนาโครงการฝึกอบรมบุคลากรทั้งภายในและภายนอกผ่าน Academy & Talent Pool Program การลงทุนเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนรองรับการขยายธุรกิจ

นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นเดิมทั้ง 5 รายได้แสดงความเชื่อมั่นต่อทิศทางธุรกิจ ได้ลงนามในข้อตกลงห้ามขายหุ้นเดิมโดยสมัครใจ (Voluntary IPO Lock Up) เพิ่มเติมจากหุ้นที่อยู่ภายใต้เกณฑ์ Silent Period ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่งผลให้หุ้นเดิมทั้งหมด 70 ล้านหุ้น คิดเป็น 100% ของหุ้นเดิม อยู่ภายใต้ข้อจำกัดการขายในช่วง 6 เดือนแรกนับจากวันเริ่มซื้อขาย สะท้อนความเชื่อมั่นและความมุ่งมั่นของผู้ก่อตั้งในการร่วมขับเคลื่อนการเติบโตของ QUICK ในระยะยาว

นางสาวจิรยง อนุมานราชธน ประธานกรรมการ บริษัท เจย์ แคปปิตอล แอดไวเซอรี จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เปิดเผยว่า QUICK มีรากฐานธุรกิจจากความเชี่ยวชาญด้าน ERP และประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมากกว่า 20 ปี ประกอบกับสถานะพันธมิตรของ Microsoft และความสามารถในการเชื่อมโยงระบบบริหารจัดการองค์กรเข้ากับเทคโนโลยี IoT และ AI เป็นจุดแข็งสำคัญในการให้บริการลูกค้าองค์กร และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว แนวโน้ม Digital Transformation ทำให้องค์กรให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานและใช้ข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจมากขึ้น จึงเป็นโอกาสของผู้ให้บริการที่มีความเข้าใจทั้งเทคโนโลยีและกระบวนการดำเนินธุรกิจของลูกค้า โดยการระดมทุนครั้งนี้จะช่วยเสริมความพร้อมให้ QUICK พัฒนาผลิตภัณฑ์และบุคลากร เพื่อรองรับความต้องการดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่อง

ด้านนางยอดฤดี สันตติกุล กรรมการบริหารและผู้บริหารสูงสุดสายงานตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย เปิดเผยว่า QUICK เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 32 ล้านหุ้น ในวันที่ 9, 12 และ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา ในราคาเสนอขายหุ้นละ 5.65 บาท โดยได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งรายใหญ่ รายย่อย และบริษัทชั้นนำ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการดำเนินธุรกิจและโอกาสการเติบโตของบริษัท

ขณะที่บทวิเคราะห์จาก 3 บริษัทหลักทรัพย์ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของ QUICK สำหรับปี 2570 ในช่วง 8.00–8.70 บาทต่อหุ้น ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ที่ 8.00 บาทต่อหุ้น บริษัทหลักทรัพย์ บีวายดีเอช จำกัด (มหาชน) ที่ 8.10 บาทต่อหุ้น และบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่ 8.70 บาทต่อหุ้น โดยมองเห็นโอกาสเติบโตจากการลงทุนด้าน ERP, Cloud และ AI และความต้องการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ระบบดิจิทัล พร้อมชูจุดแข็งด้านรายได้ประจำจาก Subscription License และสัญญาบำรุงรักษาระบบ  มีอัตราต่อสัญญาสูงถึง 87.3% ช่วยสนับสนุนความต่อเนื่องของรายได้ ขณะที่การขยายฐานลูกค้าใหม่และการขายโซลูชันเพิ่มเติมให้ลูกค้าเดิมผ่าน Quick Ecosystem และ IoT Solutions เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการต่อยอดรายได้และเพิ่มศักยภาพการทำกำไรในระยะยาว

สำหรับผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2569 QUICK มีรายได้รวม 166.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.10% และกำไรสุทธิ 34.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105.10% จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 20.51% จากการเติบโตของรายได้บริการในกลุ่ม Business Solutions และการบริหารต้นทุน ขณะที่ทิศทางธุรกิจมุ่งขยายฐานลูกค้าใหม่และต่อยอดโซลูชันให้ลูกค้าเดิม ผ่านการเชื่อมโยง ERP, IoT และ AI รองรับความต้องการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ระบบดิจิทัล