วันพุธ ที่ 7 ตุลาคม 2569

Login
Login

โบรกชี้เฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ย หนุน ‘หุ้นไทย’ จับตาฟันด์โฟลว์-บาทอ่อน

เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวหนุนคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้ง กด Bond Yield มีโอกาสผ่อนคลาย เป็นบวกต่อหุ้น Growth-โรงไฟฟ้า-ปันผลสูง ขณะที่เงินบาทอ่อนค่าหนุนกลุ่มส่งออกและท่องเที่ยว

KEY POINTS

  • ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ชะลอตัว เช่น การจ้างงานและเงินเฟ้อ PCE ที่ต่ำกว่าคาด ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลอการขึ้นดอกเบี้ย โดยอาจขึ้นอีกเพียง 1 ครั้งในปีนี้
  • การชะลอขึ้นดอกเบี้ยของเฟดอาจทำให้ Bond Yield ของสหรัฐผ่อนคลายลง ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันและเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะกลุ่ม Growth, โรงไฟฟ้า และหุ้นปันผลสูง
  • หาก Bond Yield สหรัฐปรับตัวลดลง อาจเป็นปัจจัยหนุนให้เงินทุน (Fund Flow) ไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงและตลาดหุ้นเอเชีย รวมถึงไทย ซึ่งหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์คือ DELTA
  • ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างไทยกับสหรัฐที่ยังสูง อาจทำให้เกิดเงินทุนไหลออกในระยะสั้นและกดดันให้เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลง
  • เงินบาทที่อ่อนค่าเป็นผลบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออกและท่องเที่ยว เนื่องจากช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและรายได้จากต่างประเทศ

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฉพาะการจ้างงานและเงินเฟ้อ PCE ที่ออกมาต่ำกว่าคาด สะท้อนสัญญาณเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว และทำให้ตลาดลดคาดการณ์การเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ส่งผลให้ Bond Yield สหรัฐมีแนวโน้มผ่อนคลาย ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันต่อตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะหุ้น Growth โรงไฟฟ้า และหุ้นปันผลสูง

“พิริยพล คงวาณิช” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนเพื่อบริหารความมั่งคั่ง บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า เศรษฐกิจสหรัฐเริ่มชะลอความร้อนแรง หลังตัวเลขการจ้างงานต่ำกว่าคาด ทำให้ตลาดมองว่า Fed อาจไม่จำเป็นต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่เงินเฟ้อที่ยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% และความเสี่ยงจากสงครามยังเป็นปัจจัยต้องติดตาม โดยคาดว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยอีกเพียง 1 ครั้งในปีนี้ ก่อนสิ้นสุดวัฏจักรที่ 4.25%

สำหรับผลกระทบต่อหุ้นไทยช่วงที่ผ่านมา Bond Yield สหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ Bond Yield ไทยขยับขึ้นตาม และกดดันหุ้นบางกลุ่ม โดยเฉพาะหุ้น Growth หุ้นโรงไฟฟ้า และหุ้นปันผลสูง อย่างไรก็ตาม หาก Bond Yield เริ่มชะลอตัวหรือผ่านจุดสูงสุดแล้ว คาดว่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มดังกล่าว และอาจเห็นแรงซื้อกลับเข้ามา

ด้านกลยุทธ์ มองว่าการปรับฐานของตลาดจากความกังวลเรื่องดอกเบี้ยเป็นเพียงระยะสั้น เนื่องจากตลาดรับรู้ปัจจัยดังกล่าวไปมากแล้ว ดังนั้น หากตลาดอ่อนตัวลงยังมองเป็นจังหวะทยอยสะสม

“สรพล วีระเมธีกุล” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน บล.กสิกรไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐเริ่มชะลอตัว โดยเฉพาะตลาดแรงงาน ขณะที่เงินเฟ้อ PCE อยู่ที่ 3.4% ต่ำกว่าคาด 3.7% ทำให้ตลาดลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในเดือน ต.ค. และให้น้ำหนักมากขึ้นต่อการขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. โดยเจ้าหน้าที่ Fed มองว่าปีนี้อาจขึ้นดอกเบี้ยอีกเพียง 1 ครั้ง

ด้าน Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 2 ปี ลดลงมาอยู่ราว 4.8% จาก 4.94% ขณะที่อายุ 10 ปียังสูงราว 5.3% โดยต้องติดตามการประมูลพันธบัตรในช่วง 1-2 วันข้างหน้า หากผลออกมาดี อาจหนุน Yield 10 ปีลดลงสู่ 5.2-5.1% และเป็นบวกต่อเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงและตลาดหุ้นเอเชีย โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีเอเชียเหนือ และหุ้นธนาคารเอเชียใต้รวมถึงไทย

สำหรับตลาดหุ้นไทย มองการปรับฐานเป็นจังหวะซื้อเมื่อราคาหุ้นปรับตัวลง โดยประเมิน EPS ปีนี้ที่ 111 บาท และ SET บริเวณ 1,580 จุด ซื้อขายที่ P/E ราว 14 เท่า กลยุทธ์เข้าซื้อบริเวณ 1,580 จุด และขายทำกำไรที่ P/E 16 เท่า โดยหุ้นเด่น DELTA ที่มีโอกาสได้ประโยชน์จาก Fund Flow หากไหลกลับเข้าสู่ตลาดเอเชีย โดยยังต้องติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและมวลน้ำจากภาคเหนือที่อาจกระทบพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในด้วย

“อภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล” ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตัวเลข PCE และการจ้างงานสหรัฐฯ ที่ต่ำกว่าคาด สะท้อนเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว ทำให้ตลาดมองว่า Fed มีแนวโน้มยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ แต่ยังมีโอกาสขึ้นอีกครั้งในเดือน ธ.ค. และอาจขึ้นอีก 1 ครั้งในปีหน้า สะท้อนทิศทางนโยบายการเงินที่ยังมีความไม่แน่นอน แม้เศรษฐกิจจะเริ่มอ่อนแรงลงแล้ว

แม้เศรษฐกิจสหรัฐเริ่มชะลอตัว แต่ Bond Yield ยังทรงตัวในระดับสูง จากปัจจัยเชิงโครงสร้าง ทั้งหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง และการลงทุนต่อเนื่องของกลุ่ม Hyper-scaler ที่แย่งชิงเม็ดเงินในตลาด ขณะที่นักลงทุนยังชะลอการเข้าล็อกผลตอบแทนพันธบัตร แม้ Yield จะอยู่ในระดับสูงแล้วก็ตาม

ด้านดอกเบี้ยไทย คาดว่า กนง.จะยังคงดอกเบี้ยในปีนี้ แต่ปีหน้าอาจปรับขึ้นเร็วกว่าที่คาด จากเดิมที่มองว่าจะเริ่มขึ้นช่วงกลางปี เป็นช่วง ปลายไตรมาส 1 หรือต้นไตรมาส 2 ขณะที่ ส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างไทยกับสหรัฐที่ยังสูง อาจทำให้เงินทุนไหลออกและกดดันให้ เงินบาทอ่อนค่าลงในระยะสั้น

ด้านกลยุทธ์มองเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่า จึงเป็นบวกต่อกลุ่มส่งออกที่จะได้ประโยชน์จากรายได้ต่างประเทศและความสามารถในการแข่งขัน ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยวยังได้แรงหนุนจากการเดินทางระหว่างประเทศและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยระยะสั้นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่ามีโอกาสเคลื่อนไหวดีกว่าตลาด แม้ยังเผชิญแรงกดดันจาก Bond Yield สหรัฐและเงินทุนไหลออก