วันอังคาร ที่ 6 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นไทยเช้านี้รีบาวด์ 4.13 จุด ตามตลาดโลก โบรกเตือนอัพไซด์จำกัด Fund Flow ยังไหลออก

หุ้นไทยภาคเช้ารีบาวด์ 4.13 จุด ตามตลาดหุ้นโลก หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อ่อนแอกว่าคาด หนุนคาดการณ์ Fed ชะลอขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่โบรกฯ เตือน Upside ยังจำกัด เหตุ Fund Flow ต่างชาติไหลออกต่อเนื่องกว่า 3,700 ล้านบาทใน 10 วันทำการ ประกอบกับเงินบาทอ่อนค่าจาก Bond Yield และความกังวลสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศ

KEY POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยภาคเช้าปรับตัวขึ้น 4.13 จุด ตามทิศทางตลาดหุ้นโลกที่ฟื้นตัว หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าคาด ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจชะลอการขึ้นดอกเบี้ย
  • อย่างไรก็ตาม โบรกเกอร์เตือนว่าการฟื้นตัวของดัชนีมีข้อจำกัด (Upside จำกัด) เนื่องจากกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ยังคงไหลออกอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 10 วันที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติขายสุทธิไปแล้วกว่า 3,700 ล้านบาท
  • ปัจจัยอื่นที่กดดันตลาดและจำกัดการฟื้นตัว ได้แก่ ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่ทำให้เงินบาทอ่อนค่า เพิ่มความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน และความกังวลต่อสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศ

ความเคลื่อนไหว "หุ้นไทย" ภาคเช้า ณ วันที่ 6 ต.ค. 2569 ปรับขึ้น 4.13 จุด หรือ 0.26% อยู่ที่ 1,580.58 จุด มูลค่าการซื้อขาย 6,312.47 ล้านบาท
 

หุ้นไทยเช้านี้รีบาวด์ 4.13 จุด ตามตลาดโลก โบรกเตือนอัพไซด์จำกัด Fund Flow ยังไหลออก

ภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายสายงานวิจัย บล.เอเชีย พลัส ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ตลาดหุ้นไทยภาคเช้าเคลื่อนไหวทรงตัวและฟื้นตัวตามทิศทางตลาดหุ้นโลก หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะดัชนีภาคบริการออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ส่งผลให้ตลาดมองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจชะลอหรือยังไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศและส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น
 

อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจัยต่างประเทศจะมีสัญญาณเป็นบวก แต่ทว่าการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยยังมีข้อจำกัด เนื่องจากกระแสเงินทุนต่างชาติยังคงไหลออกอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 10 วันทำการที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยรวมประมาณ 3,700 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดซื้อสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นปีลดลงอย่างรวดเร็ว จากระดับเกือบ 80,000 ล้านบาท เหลือเพียงประมาณ 18,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นเงินทุนที่ไหลออกไปแล้วมากกว่า 60,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร หรือ Bond Yield ระหว่างไทยกับต่างประเทศยังเป็นปัจจัยกดดัน โดย Bond Yield ในตลาดโลกปรับตัวขึ้นแรงกว่าของไทย ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว และเพิ่มความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน สำหรับนักลงทุนต่างชาติ ทำให้มีแรงขายหุ้นไทยเพื่อบริหารความเสี่ยงและชดเชยผลกระทบจากการขาดทุนด้านค่าเงิน นอกจากนี้ ยังต้องติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจเป็นอีกปัจจัยที่จำกัดการฟื้นตัวของตลาดในระยะสั้น

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทยวันนี้ ประเมินแนวรับที่ 1,565 จุด และแนวต้านที่ 1,590 จุด โดยแม้ตลาดมีโอกาสรีบาวด์ตามตลาดหุ้นโลก แต่ Upside ยังจำกัดจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติและความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายในประเทศ

ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนใช้วิธี Selective Buy เน้นเลือกซื้อหุ้นรายตัว โดยพิจารณาหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า หุ้นที่ยังมีแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติ และหุ้นที่มีลักษณะ Defensive สามารถช่วยลดความผันผวนจากปัจจัยภายนอกได้ โดยหุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ CPF และ BA ซึ่งได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่าและยังมีแรงซื้อจากต่างชาติ

ขณะที่ AOT ได้ปัจจัยหนุนจากการท่องเที่ยวและเป็นหุ้นที่นักลงทุนต่างชาติยังให้ความสนใจ ส่วน TRUE และ ADVANC เป็นหุ้นที่มีลักษณะ Defensive และมีแรงซื้อจากต่างชาติ เหมาะสำหรับการลงทุนในช่วงที่ตลาดยังเผชิญความผันผวนจาก Fund Flow ที่ยังไม่กลับมาเป็นบวกอย่างชัดเจน