วันศุกร์ ที่ 2 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นไทยปิดบวก 7.71 จุด โบรกเตือนจับตาน้ำเหนือระลอกใหม่ หวั่นกระทบโรงงาน

ตลาดหุ้นไทยปิดบวก 7.71 จุด แรงซื้อกลุ่มแบงก์-พลังงาน-ปิโตรเคมีช่วยพยุงตลาด ขณะที่นักลงทุนยังจับตาน้ำเหนือระลอกใหม่ หวั่นกระทบโรงงานและห่วงโซ่การผลิต โบรกแนะระวังหุ้นที่มีโรงงานในพื้นที่เสี่ยงและกลุ่มที่อาจเผชิญกำลังซื้อชะลอตัว

KEY POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,571.62 จุด เพิ่มขึ้น 7.71 จุด โดยมีแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ พลังงาน และปิโตรเคมี
  • โบรกเกอร์เตือนให้นักลงทุนจับตาสถานการณ์มวลน้ำเหนือระลอกใหม่ที่อาจไหลเข้าพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันตลาด
  • นักลงทุนกังวลว่าน้ำท่วมอาจกระทบภาคโรงงานอุตสาหกรรมและห่วงโซ่การผลิต ส่งผลให้มีแรงขายในหุ้นกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์ (เช่น DELTA) และอาหาร
  • โบรกเกอร์แนะนำให้หลีกเลี่ยงหุ้นที่โรงงานอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมโดยตรง และกลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว

“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (2 ต.ค.2569) ปิดตลาดที่ 1,571.62 จุด บวก 7.71 จุด หรือ 0.49% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,575.75 จุด และจุดต่ำสุดที่ 1,564.97 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย รวม 71,085.86 ล้านบาท

หุ้นไทยวันนี้ ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1. KBANK ราคาปิด 237.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท หรือ 1.72% มูลค่าการซื้อขาย 4,969.62 ล้านบาท

2. PTT ราคาปิด 41.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 1.23% มูลค่าการซื้อขาย 4,680.64 ล้านบาท

3. KTB ราคาปิด 42.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.82% มูลค่าการซื้อขาย 4,269.24 ล้านบาท

4. TRUE ราคาปิด 12.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท หรือ 3.20% มูลค่าการซื้อขาย 3,569.21 ล้านบาท

5. DELTA ราคาปิด 261.00 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ 0.76% มูลค่าการซื้อขาย 2,985.33 ล้านบาท

หุ้นไทยปิดบวก 7.71 จุด โบรกเตือนจับตาน้ำเหนือระลอกใหม่ หวั่นกระทบโรงงาน

นายภูวดล ภูสอดเงิน ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.บัวหลวง ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยระหว่างวันเคลื่อนไหวในลักษณะไซด์เวย์ทั้งในแดนบวกและลบ โดยไม่ได้ผันผวนรุนแรง และพยายามประคองตัวทรงไว้ ท่ามกลางความระมัดระวังของนักลงทุนก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีปัจจัยกดดันจากสถานการณ์ฝนตกต่อเนื่องและความกังวลเกี่ยวกับมวลน้ำเหนือที่อาจไหลเข้าพื้นที่ภาคกลางเพิ่มเติม โดยนักลงทุนกังวลว่าสถานการณ์น้ำท่วมอาจขยายวงและกระทบภาคโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงห่วงโซ่การผลิตในระยะถัดไป

สำหรับกลุ่มหุ้นที่เผชิญแรงขายวันนี้ได้แก่ กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์ และอาหาร จากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อนิคมอุตสาหกรรมและโรงงานผลิต โดยเฉพาะ DELTA ที่มีแรงขายเข้ามาและเป็นหนึ่งในปัจจัยกดดันดัชนี ขณะที่หุ้นกลุ่มบรรจุภัณฑ์และกระดาษ เช่น SCGP รวมถึงกลุ่มอาหารอย่าง CPF ก็ได้รับแรงกดดันเช่นกัน

ขณะที่ผลกระทบจากน้ำท่วมในระยะถัดไปอาจขยายไปยังกลุ่มค้าปลีกจากกำลังซื้อและการบริโภคของประชาชนที่มีโอกาสชะลอตัว หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ส่วนกลุ่มไฟแนนซ์ ต้องติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ เนื่องจากอาจมีความจำเป็นต้องออกมาตรการช่วยเหลือหรือพักชำระหนี้ในบางกรณี

ด้านกลุ่มที่เข้ามาช่วยพยุงตลาดในวันนี้ ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ ซึ่งเริ่มเห็นกระแสเงินทุนไหลกลับเข้ามาหลังจากก่อนหน้านี้ถูกขายค่อนข้างแรง ขณะที่กลุ่ม พลังงานและปิโตรเคมี ซึ่งเป็น Global Play ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้น โดยมีปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในสัปดาห์หน้า ตลาดจะให้น้ำหนักกับปัจจัยภายในประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ รวมถึงการติดตามพยากรณ์อากาศในสัปดาห์หน้า หลังมีความเป็นไปได้ที่จะมีมวลน้ำระลอกใหม่เข้ามาเพิ่มเติม

ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงหุ้นที่มีโรงงานและได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมโดยตรง รวมถึงกลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อชะลอตัวและภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นอย่าง Commerce และ Finance ขณะที่กลุ่มที่น่าสนใจยังเป็น Global Play โดยเฉพาะ Commodity พลังงาน และปิโตรเคมี ซึ่งได้รับประโยชน์จากปัจจัยต่างประเทศและทิศทางราคาน้ำมัน

สำหรับหุ้นเด่นที่ให้น้ำหนัก ได้แก่ PTTGC ซึ่งเป็นหุ้นกลุ่มปิโตรเคมีที่ชื่นชอบมากที่สุดในกลุ่ม ขณะที่ PTT เป็นตัวเลือกรองลงมา โดยมองว่าเป็นหุ้นที่สามารถใช้เป็นทางเลือกในการลงทุนในกลุ่ม Global Play ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายในประเทศช่วงนี้