หุ้นโรงกลั่น-พลังงานต้นน้ำปรับตัวขึ้นแรง TOP พุ่งนำ บวก 7.09% เพิ่มขึ้น 4.75 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 71.75 บาท รับข่าวจีนจำกัดส่งออกน้ำมันและราคาน้ำมันโลกพุ่ง ขณะที่หลายประเทศเร่งเพิ่มคลังสำรอง หนุน Sentiment กลุ่มพลังงาน แต่โบรกมองยังเป็นจังหวะเก็งกำไรระยะสั้น
KEY POINTS
- หุ้นกลุ่มโรงกลั่นและพลังงานต้นน้ำปรับตัวขึ้นแรง โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากกระแสข่าวที่จีนระงับหรือจำกัดการส่งออกน้ำมันเพื่อสร้างคลังสำรอง
- การกระทำของจีนประกอบกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลบวกต่อราคาหุ้นกลุ่มนี้
- ปัจจัยเสริมอีกประการคือแนวโน้มที่หลายประเทศ โดยเฉพาะจีนและอาเซียน เร่งสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้นหลังปริมาณสำรองลดลง ซึ่งช่วยหนุนราคาน้ำมันและ Sentiment ของหุ้นกลุ่มพลังงาน
- นักวิเคราะห์มองว่าการปรับขึ้นนี้ยังเหมาะกับการลงทุนลักษณะเก็งกำไรระยะสั้น เนื่องจากยังต้องติดตามปัจจัยด้านต้นทุนการดำเนินงานที่อาจเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4
ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 2 ต.ค.2569 หุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ โรงกลั่นและปิโตรเคมี ปรับตัวเพิ่มขึ้น นำโดย
หุ้น TOP บวก 7.09% เพิ่มขึ้น 4.75 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 71.75 บาท
หุ้น BCP บวก 6.06% เพิ่มขึ้น 3.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 52.50 บาท
หุ้น SPRC บวก 5.00% เพิ่มขึ้น 0.70 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 14.70 บาท
หุ้น IRPC บวก 3.52% เพิ่มขึ้น 0.10 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 2.94 บาท
หุ้น PTTGC บวก 2.03% เพิ่มขึ้น 1.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 50.25 บาท
หุ้น PTT บวก 1.84% เพิ่มขึ้น 0.75 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 41.50 บาท
หุ้น PTTEP บวก 1.73% เพิ่มขึ้น 2.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 147.00 บาท
หุ้น IVL บวก 0.93% เพิ่มขึ้น 0.25 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 27.25 บาท
กรรณ์ หทัยศรัทธา, IAA, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย (ลูกค้ารายย่อย) บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ราคาหุ้นกลุ่มโรงกลั่นและพลังงานต้นน้ำปรับตัวขึ้นค่อนข้างแรงในช่วงที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยหนุนจากกระแสข่าวว่าจีนระงับหรือจำกัดการส่งออกน้ำมัน เพื่อเก็บน้ำมันไว้เป็นคลังสำรอง ประกอบกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน ประเด็นปริมาณน้ำมันดิบสำรองของประเทศต่างๆ เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น หลังมีมุมมองว่าระดับน้ำมันสำรองในหลายประเทศ โดยเฉพาะจีนและประเทศในภูมิภาคอาเซียน ลดลงอีกครั้ง ทำให้แต่ละประเทศมีแนวโน้มเร่งสำรองน้ำมันเพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาน้ำมันและ Sentiment ของหุ้นกลุ่มพลังงานในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับแนวโน้มการลงทุนในไตรมาส 4 ปี 2569 มองว่าหุ้นกลุ่มพลังงาน ทั้งพลังงานต้นน้ำ โรงกลั่น และปิโตรเคมี ยังเหมาะกับการลงทุนในลักษณะ Trading หรือเก็งกำไรระยะสั้น มากกว่าการถือเพื่อการลงทุนระยะยาว เนื่องจากยังมีปัจจัยที่ต้องติดตามทั้งทิศทางราคาน้ำมันและต้นทุนการดำเนินงาน
สำหรับกลุ่มโรงกลั่น แม้ว่าส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์หรือ Refining Spread ยังอยู่ในระดับที่ดี แต่คาดว่าในไตรมาส 4 ปี 2569 จะเริ่มเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าระวางเรือที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงต้นทุนด้านอื่นๆ ซึ่งอาจส่งผลให้เมื่อคำนวณเป็นกำไรสุทธิแล้ว ผลประกอบการของผู้ประกอบการโรงกลั่นถูกกดดัน แม้ภาพของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ยังอยู่ในเกณฑ์ดี
"การปรับขึ้นของหุ้นโรงกลั่นและพลังงานต้นน้ำในระยะนี้จึงยังต้องพิจารณาควบคู่กับทิศทางราคาน้ำมัน สถานการณ์การสำรองน้ำมันของประเทศต่างๆ และต้นทุนการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 4 เพื่อประเมินความต่อเนื่องของแรงส่งต่อผลประกอบการ"




