วันศุกร์ ที่ 2 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นไทยฝ่าน้ำท่วม ต่างชาติขาย 2.6 หมื่นล้าน พบ 3 หุ้นใหญ่ ยอด Short Sell สูงสุด

แรงขายต่างชาติยังเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นไทยในเดือน ก.ย. โดยยอดขายสุทธิราว 2.6 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงกับมูลค่า Short Sell สะสมของ DELTA, ADVANC และ GULF สะท้อนแรงขายที่กระจุกตัวในหุ้นขนาดใหญ่

KEY POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยเผชิญความท้าทายจากผลกระทบของอุทกภัย ซึ่งอาจทำให้การฟื้นตัวของหุ้นแต่ละกลุ่มแตกต่างกันไป และแรงกดดันจากการขายของนักลงทุนต่างชาติ
  • แรงขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติในเดือนกันยายนที่ผ่านมา คาดว่าส่วนใหญ่มาจากการเปิดสถานะขายชอร์ต (Short Sell) ในหุ้นขนาดใหญ่
  • หุ้น 3 ตัวที่มีมูลค่าการขายชอร์ตสะสมสูงสุดคือ DELTA, ADVANC และ GULF โดยมีมูลค่ารวมกันประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท
  • มูลค่าการขายชอร์ตของหุ้นทั้ง 3 ตัวนี้ มีจำนวนใกล้เคียงกับยอดขายสุทธิสะสมของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยตลอดเดือนกันยายน ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาทเช่นกัน

"ตลาดหุ้นไทย"มีแนวโน้มฟื้นตัวแตกต่างกันตามระดับผลกระทบจากอุทกภัย โดยหุ้นที่ได้รับผลกระทบโดยตรงอาจใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่า ขณะที่กลุ่มที่ยังไม่ถูกกระทบยังต้องติดตามความเสี่ยงในพื้นที่ หากผ่านช่วงฤดูฝน น้ำหลาก และทะเลหนุนโดยไม่เกิดน้ำท่วม คาดว่า ราคาหุ้นจะกลับมาตั้งหลักได้ ขณะที่แรงขายต่างชาติในเดือน ก.ย. ส่วนหนึ่งคาดว่าเกิดจากการเปิดสถานะ Short Sell ในหุ้นขนาดใหญ่
 

วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า นายวิกิจ ถิรวรรณรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยภาพตลาดและแนวโน้มการลงทุน โดยจับตาความสัมพันธ์ระหว่าง Fund Flow, HFT และ Short Sell พร้อมมองว่าการฟื้นตัวของหุ้นไทยอาจแบ่งออกเป็น 2 ชั้น (Tier) ตามลักษณะความเสี่ยงและผลกระทบที่เกิดขึ้น

สำหรับกลุ่มแรก เป็นหุ้นที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากอุทกภัยรุนแรง ซึ่งเกิดขึ้นไปแล้วและสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ พื้นที่เกษตร และรายได้ภาคครัวเรือน รวมถึงปัญหารถยึด ราคาตก และความเสี่ยงหนี้เสียย้อนกลับ โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงก่อนอาจใช้เวลาในการฟื้นตัวนานกว่า และมีโอกาส Underperform

ส่วนกลุ่มที่ 2 เป็นหุ้นที่ยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่มีความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะพื้นที่โซนตะวันออก ภาคกลาง ภาคเหนือ และกรุงเทพฯ เช่น โรงงานอุตสาหกรรมในนิคมและพื้นที่รอบนิคม โรงงานปิโตรเคมี โรงกลั่น โรงไฟฟ้า โรงพยาบาล และโรงแรม

ทั้งนี้ หากความเสี่ยงถูกปิดลงและสามารถผ่านพ้นช่วงฤดูฝน น้ำหลาก และทะเลหนุนได้โดยไม่เกิดน้ำท่วม คาดว่าราคาหุ้นในกลุ่มดังกล่าวจะกลับมาตั้งหลักและกลับมาเคลื่อนไหวต่อได้

“ดังนั้น หากจะเลือกสะสมหุ้นในจังหวะที่หุ้นตก เราแนะนำเลือกกลุ่มสองก่อน”

ขณะที่แรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่กดดันตลาดหุ้นไทยระหว่างทาง มองว่าเป็นการขายสุทธิทำกำไรตามจังหวะปกติ เมื่อมีการเพิ่มความเสี่ยงใหม่เข้ามา โดยแรงขายสุทธิที่กดราคาหุ้นลงแรงในช่วงเดือน ก.ย. คาดว่าส่วนใหญ่เกิดจากการเปิดสถานะ Short Sell

โดยหุ้นที่มีมูลค่าการขายชอร์ตสะสมสูง ได้แก่ DELTA, ADVANC และ GULF ซึ่งทั้ง 3 ตัวมีมูลค่าการขายชอร์ตสะสมรวมกันประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงกับมูลค่าที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิสะสมหุ้นไทยในเดือน ก.ย. ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท