วันศุกร์ ที่ 2 ตุลาคม 2569

Login
Login

โบรกคาด ‘กำไรบจ.’ ไตรมาส3/69 โต 41% ยก‘กลุ่มพลังงาน-อิเล็กฯ-ส่งออก’หนุน 

โบรกฯ คาดกำไร บจ. Q3/69 โต 41% YoY แรงหนุนจากพลังงาน-อิเล็กทรอนิกส์-ส่งออก ขณะที่กลุ่มพลังงานคาดกำไรพุ่ง 100-180% YoY ด้านกำไรตลาดรวมมีโอกาสชะลอ 7% QoQ จากฐานสูงและโมเมนตัมพลังงานแผ่วลง ขณะที่ขนส่ง-สายการบินและแบงก์เผชิญแรงกดดัน

KEY POINTS

  • โบรกเกอร์คาดการณ์กำไรสุทธิรวมของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในไตรมาส 3/2569 จะเติบโตประมาณ 41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
  • ปัจจัยหนุนหลักมาจากการเติบโตของกลุ่มพลังงาน, อิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มส่งออก
  • กลุ่มพลังงานคาดว่ากำไรจะเติบโตโดดเด่นที่ 100-180% YoY ตามทิศทางราคาพลังงาน และมีสัดส่วนกำไรมากกว่า 40% ของตลาดรวม (เมื่อรวมกับปิโตรเคมี)
  • กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์คาดว่ากำไรจะเติบโตประมาณ 40% YoY ขณะที่กลุ่มส่งออกมีโมเมนตัมแข็งแกร่งสะท้อนจากตัวเลขส่งออกเดือน ก.ค.-ส.ค. ที่โตกว่า 20%
  • อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) คาดว่ากำไรจะชะลอตัวลงประมาณ 7% เนื่องจากฐานกำไรที่สูงและโมเมนตัมกลุ่มพลังงานที่ลดลง
  • ในทางตรงกันข้าม กลุ่มที่เผชิญแรงกดดันและคาดว่ากำไรจะลดลง ได้แก่ กลุ่มขนส่งและสายการบิน (-16% YoY) และกลุ่มธนาคาร (-11% YoY)

ผลประกอบการ “บริษัทจดทะเบียน” (บจ.) ไตรมาส 3/2569 มีแนวโน้มเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคาดกำไรสุทธิรวมเพิ่มขึ้นราว 41% YoY จากแรงหนุนของกลุ่มพลังงาน อิเล็กทรอนิกส์ และส่งออก ขณะที่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า กำไรมีแนวโน้มชะลอตัว ท่ามกลางแรงกดดันจากฐานกำไรที่สูง Bond Yield และโมเมนตัมการปรับเพิ่มประมาณการกำไรที่เริ่มจำกัด

โบรกคาด ‘กำไรบจ.’ ไตรมาส3/69 โต 41% ยก‘กลุ่มพลังงาน-อิเล็กฯ-ส่งออก’หนุน 

“พิริยพล คงวาณิช” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนเพื่อบริหารความมั่งคั่ง บล.บัวหลวง ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า แนวโน้มผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในไตรมาส 3/2569 คาดว่ากำไรสุทธิรวมจะเติบโตประมาณ 41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ชะลอตัวลงประมาณ 7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะมีผลประกอบการโดดเด่น ได้แก่ กลุ่มพลังงาน ซึ่งคาดว่ากำไรจะเติบโตประมาณ 100-180% YoY ตามทิศทางราคาพลังงาน ขณะที่ กลุ่มปิโตรเคมี มีแนวโน้มเติบโตในระดับ 100% และเป็นการพลิกกลับมามีกำไรจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ประสบภาวะขาดทุน

ส่วนกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์คาดว่ากำไรจะเติบโตประมาณ 40% YoY และเข้ามาช่วยหนุนภาพรวมกำไรตลาด ขณะที่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ยังได้แรงหนุนจากราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้น เช่นเดียวกับกลุ่มปูนใหญ่ที่มีแนวโน้มเติบโตตามราคาผลิตภัณฑ์

อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มที่เผชิญแรงกดดัน โดยกลุ่มขนส่งและสายการบินคาดว่ากำไรจะลดลงประมาณ 16% YoY จากต้นทุนราคาน้ำมันที่สูงขึ้น กลุ่มธนาคารคาดกำไรจะลดลงประมาณ 11% YoY จากแรงกดดันต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ด้านกลุ่มค้าปลีกและพาณิชย์มีผลประกอบการแตกต่างกันตามประเภทธุรกิจ

“กิจพณ ไพรไพศาลกิจ” รองกรรมการผู้จัดการ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ขณะนี้มีเพียงกลุ่มธนาคารที่เริ่มมีตัวเลขคาดการณ์กำไรไตรมาส 3/2569 ชัดเจน ขณะที่กลุ่มอื่นยังอยู่ระหว่างประเมิน โดยไตรมาส 3 มักเป็นช่วง Low Season จากเศรษฐกิจในประเทศชะลอและภาคเกษตรมีภาระใช้จ่ายสูง แม้รัฐมีมาตรการ “ไทยช่วยไทย” แต่ช่วยจำกัด Downside มากกว่าหนุนกำไรให้เติบโตโดดเด่น

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมกำไร บจ. ในไตรมาส 3 ยังมีแนวโน้มออกมาค่อนข้างดี โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากปัจจัยภายนอกประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และส่งออกที่ยังมีโมเมนตัมแข็งแกร่ง สะท้อนจากตัวเลขการส่งออกในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค.ที่เติบโตมากกว่า 20%

ขณะที่ กลุ่มพลังงานและโรงกลั่นยังมีแนวโน้มสร้างกำไรในไตรมาส 3 และช่วงครึ่งปีหลังในระดับสูง จากราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูง ประกอบกับข้อจำกัดด้านอุปทานน้ำมันสำเร็จรูป หลังโรงกลั่นบางส่วนได้รับผลกระทบ รวมถึงสถานการณ์ด้านการผลิตน้ำมันในรัสเซีย

ทั้งนี้ กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีมีสัดส่วนกำไรรวมกันมากกว่า 40% ของกำไร บจ. ทั้งหมด จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ภาพรวมกำไรตลาดในไตรมาส 3 ยังไม่แย่ และมีแนวโน้มออกมาในระดับที่ดี

อย่างไรก็ตาม Bond Yield ที่ทรงตัวสูงดัน Discount Rate ขึ้นราว 5-6% กดดัน Valuation หุ้น Defensive ที่มีกระแสเงินสดระยะยาว ขณะที่หุ้นพลังงานได้รับผลกระทบน้อยกว่า เนื่องจากกระแสเงินสดกระจุกตัวใน 1-2 ปี และยังช่วยป้องกันความเสี่ยงเงินเฟ้อ จึงมีความน่าสนใจมากขึ้นในภาวะ Bond Yield สูง

“วิจิตร อารยะพิศิษฐ” ผู้อำนวยการอาวุโส บล.กสิกรไทย กล่าวว่า แนวโน้มกำไร บจ. ในไตรมาส 3/2569 คาดมีโอกาสชะลอตัวลงจากไตรมาส 2/2569 เนื่องจากฐานกำไรในไตรมาสก่อนหน้าอยู่ในระดับสูง ขณะที่กลุ่มพลังงานซึ่งเคยเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาด เริ่มมีโมเมนตัมลดลง หลังค่าการกลั่น และสเปรดปิโตรเคมีเริ่มอ่อนตัว ไม่ได้เร่งตัวขึ้นเหมือนช่วงไตรมาส 2/2569

ดังนั้น ภาพรวมกำไรสุทธิของ บจ. ในไตรมาส 3/2569 จึงคาดว่ามีแนวโน้มต่ำกว่าไตรมาส 2/2569 แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและ GDP จะไม่ได้อยู่ในระดับที่แย่ ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น “ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2” ในช่วงไตรมาส 3/2569 ยังไม่ได้ส่งผ่านประโยชน์มายัง บจ. อย่างเต็มที่ เนื่องจากเม็ดเงินส่วนใหญ่กระจายลงสู่ระดับฐานราก

นอกจากนี้ กลุ่มพลังงานยังต้องจับตาความเสี่ยงในปี 2570 เนื่องจากฐานราคาน้ำมัน ค่าการกลั่น และสเปรดปิโตรเคมีในปีนี้อยู่ในระดับสูง ทำให้โมเมนตัมผลประกอบการในปีหน้าอาจชะลอตัวลง