หุ้น Toyota เผชิญแรงกดดัน หลังยอดขายทั่วโลกเดือน ส.ค. 2569 ลดลง 6.4% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยเฉพาะจีนทรุด 22.8% จากการแข่งขันตลาด EV ขณะที่ “เอเซีย พลัส” แนะชะลอลงทุน รอดูทิศทางยอดขายและกลยุทธ์ในจีนก่อน
KEY POINTS
- ยอดขายรถยนต์ทั่วโลกของ Toyota เดือน ส.ค. 2569 ลดลง 6.4% จากปีก่อน ซึ่งเป็นการลดลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน โดยเฉพาะในตลาดสำคัญอย่างจีน สหรัฐฯ และตะวันออกกลาง
- ตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดสำคัญมียอดขายลดลงอย่างหนักถึง 22.8% เนื่องจากเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคากับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ท้องถิ่นที่เพิ่มสูงขึ้น
- ปัจจัยลบจากยอดขายที่หดตัว โดยเฉพาะในจีน และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมไปสู่รถ EV ถือเป็นแรงกดดันต่อราคาหุ้น Toyota ในระยะสั้น
- บล.เอเซียพลัส แนะนำ "ชะลอการลงทุน" (Wait & See) เพื่อรอติดตามผลของกลยุทธ์ใหม่ในจีน และการฟื้นตัวของยอดขาย ก่อนพิจารณาจังหวะเข้าลงทุน
อุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างตลาด โดยเฉพาะจีนที่การแข่งขันจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าท้องถิ่นเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ความต้องการรถยนต์ในตลาดสำคัญเริ่มชะลอตัว สะท้อนผ่านยอดขาย Toyota เดือน ส.ค. 2569 ที่ลดลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน โดยเฉพาะตลาดจีนซึ่งยังเผชิญแรงกดดันจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถ EV และการแข่งขันด้านราคา
น.ส.นลินรัตน์ กิตติกำพลรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิจัย บล.เอเซียพลัส เปิดเผยว่า Toyota รายงานยอดขายรถยนต์ทั่วโลกเดือน ส.ค. 2569 อยู่ที่ 790,743 คัน ลดลง 6.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การผลิตทั่วโลกลดลง 5.9% เหลือ 700,860 คัน โดยยอดขายลดลงในตลาดสำคัญทั้งจีน สหรัฐฯ และตะวันออกกลาง สอดคล้องกับภาพอุตสาหกรรมรถยนต์ที่อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะจีนที่การแข่งขันจากผู้ผลิต EV ท้องถิ่นเพิ่มสูงขึ้น
สำหรับยอดขายรายตลาด พบว่า จีนลดลง 22.8% สหรัฐฯ ลดลง 4.4% และตะวันออกกลางลดลง 37.5% ขณะที่ยอดขายในญี่ปุ่นยังเติบโต 9.1% สะท้อนความแตกต่างของภาวะตลาดในแต่ละภูมิภาค โดย Toyota มียอดขายในจีนช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 ลดลงราว 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 927,866 คัน
ทั้งนี้ Toyota ระบุว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลต่อความต้องการรถยนต์ Hybrid และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปในจีน ขณะที่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างตลาด สอดคล้องกับภาพตลาดจีนที่ผู้ผลิตรถยนต์ท้องถิ่นเร่งพัฒนารถ EV และขยายการแข่งขันทั้งด้านเทคโนโลยีและราคา ขณะที่ยอดขายรถยนต์นั่งในประเทศจีนโดยรวมยังเผชิญแรงกดดันต่อเนื่องในเดือน ส.ค.
สำหรับ Toyota บริษัทเริ่มปรับกลยุทธ์ “China-for-China” ด้วยการเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนและเทคโนโลยีจากจีน พร้อมเตรียมปรับโครงสร้างธุรกิจร่วมทุนในประเทศ และเดินหน้าสร้างโรงงานผลิต Lexus EV ในเซี่ยงไฮ้ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ขณะที่ Reuters รายงานว่า Toyota อยู่ระหว่างพิจารณาการปรับโครงสร้างการดำเนินงานในจีน ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงและการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมรถยนต์จีน
อย่างไรก็ตาม มองว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาหุ้น Toyota ในระยะสั้น โดยเฉพาะจากแนวโน้มยอดขายในจีนที่ลดลงต่อเนื่องและการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างตลาด อย่างไรก็ตาม Toyota ยังมีฐานตลาดขนาดใหญ่ ขณะที่ยอดขายในญี่ปุ่นยังเติบโต และรถยนต์ Hybrid ยังได้รับความนิยมในสหรัฐฯ
สำหรับตลาดสหรัฐฯ นักวิเคราะห์คาดว่ายอดขาย Toyota ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 จะยังเพิ่มขึ้น 1.1% ซึ่งเป็นปัจจัยช่วยชดเชยแรงกดดันจากตลาดจีนบางส่วน ขณะที่กลยุทธ์ด้าน Hybrid ยังคงเป็นหนึ่งในจุดแข็งของบริษัท ท่ามกลางการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในตลาด EV
ด้านมุมมองการลงทุน เอเซีย พลัสแนะนำ Wait & See ในระยะสั้น เพื่อรอติดตามผลของกลยุทธ์ “China-for-China” การขยายธุรกิจ EV และแนวโน้มการฟื้นตัวของยอดขายในจีน รวมถึงความชัดเจนของการปรับโครงสร้างธุรกิจและความสามารถในการแข่งขันของ Toyota ในตลาด EV ก่อนพิจารณาจังหวะการลงทุน





