วันพฤหัสบดี ที่ 1 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ค่ายรถ’ ปรับแผนผลิตรับน้ำท่วม ‘โตโยต้า’ กระทบหนักหยุด 4 โรงงาน

น้ำท่วมไทยกระทบ ‘โรงงานโตโยต้า 4 แห่ง’ หยุดดำเนินงานชั่วคราว ส.อ.ท.ชี้น้ำท่วมกระทบโรงงานประกอบรถยนต์จำกัด ยืนยันซัพพลายเชนไม่พัง แต่ติดล็อก “พนักงานเข้าโรงงานไม่ได้” ค่ายรถปรับแผนสลับวันหยุด-เร่งผลิตชดเชย

KEY POINTS

  • สถานการณ์น้ำท่วมส่งผลให้บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ต้องประกาศหยุดการดำเนินงานชั่วคราว 4 โรงงานในไทย (โรงงานของตนเอง 3 แห่ง และโรงงานร่วมทุน 1 แห่ง)
  • สาเหตุหลักของการหยุดผลิตมาจากปัญหาซัพพลายเชนที่การส่งมอบชิ้นส่วนหยุดชะงัก และพนักงานจำนวนมากไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้เนื่องจากที่พักอาศัยถูกน้ำท่วม ไม่ใช่เพราะน้ำท่วมตัวโรงงานโดยตรง
  • ค่ายรถยนต์ต่างๆ รวมถึงโตโยต้า ได้ปรับแผนการผลิตเพื่อรับมือสถานการณ์ โดยใช้วิธีสลับวันหยุดให้วันที่พนักงานมาทำงานไม่ได้เป็นวันหยุด และจะทำงานล่วงเวลา (OT) ชดเชยในภายหลัง
  • สภาอุตสาหกรรมฯ (ส.อ.ท.) ประเมินว่าผลกระทบเป็นเพียงระยะสั้น โดยคาดว่าโตโยต้าจะหยุดสายการผลิตเพียง 1 วัน และจะกลับมาเร่งผลิตชดเชยปริมาณที่หายไป

สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่เริ่มกระทบภาคการผลิตที่มีโรงงานในภาคตะวันออก โดยที่ผ่านมาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ โซนตะวันออกกระทบนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังและนิคมอุตสาหกรรมบางชันมีน้ำท่วมขังภายใน 20-50 เซนติเมตร ในวันที่ 28-29 ก.ย.2569 และได้สูบออกต่อเนื่องจนสถานการณ์คลี่คลายไม่กระทบการผลิต

ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.ฉะเชิงเทรา ที่เป็นพื้นที่ต่อเนื่องกับกรุงเทพฯ โซนตะวันออกได้ส่งผลกระทบต่อโรงงานของบริษัท “โตโยต้า มอเตอร์”

สำนักข่าวเกียวโดของญี่ปุ่นและรอยเตอร์ส รายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในไทยส่งผลให้โรงงานบริษัท “โตโยต้า มอเตอร์” 4 แห่ง หยุดดำเนินงานชั่วคราว

โฆษกของบริษัทโตโยต้าระบุว่า น้ำท่วมทำให้การส่งมอบชิ้นส่วนโรงงานของโตโยต้าในไทยหยุดชะงัก โดยบริษัทต้องระงับการดำเนินงานที่โรงงาน 3 แห่ง รวมถึงโรงงานของบริษัทที่ร่วมทุนกับ Toyota Auto Works อีก 1 แห่ง ซึ่งขณะนี้บริษัทกำลังประสานงานซัพพลายเออร์เพื่อให้กลับมาส่งมอบชิ้นส่วนและเริ่มดำเนินงานได้อีกครั้งเร็วที่สุด

ขณะที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สายการบินแห่งชาติประกาศระงับบริการขนส่งสินค้า โดยระบุว่าพนักงานจำนวนมากเดินทางมาทำงานไม่ได้ ซึ่งส่งผลให้สายการบินหยุดรับสินค้าขาเข้าและขาออกตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.-6 ต.ค.2569 และจะกลับมาให้บริการเร็วที่สุด

แม้เส้นทางหลักเข้าออกกรุงเทพฯ ยังเปิดให้บริการ แต่สถานการณ์น้ำท่วมสร้างความวุ่นวายที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 29 ก.ย.2569 โดยพนักงานครึ่งหนึ่งเดินทางมาทำงานไม่ได้ กระเป๋าสัมภาระหลายพันใบตกค้าง และเที่ยวบินจำนวนมากถูกยกเลิก

ทั้งนี้ กรุงเทพฯ ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ หลังเผชิญฝนตกหนักถึง 320 มิลลิเมตร หรือ 12.6 นิ้ว ภายในเวลาเพียง 3 วันในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเกือบเท่ากับปริมาณฝนที่กรุงเทพฯ ได้รับตามปกติตลอดทั้งเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา

ส.อ.ท.ชี้กระทบซัพพลายเชน

นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผย “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า จากกรณีที่โตโยต้า ประเทศไทย ประกาศหยุดการดำเนินโรงงานชั่วคราวนั้น ขณะนี้อุตสาหกรรมยานยนต์ได้รับผลกระทบต่อระบบซัพพลายเชนและชิ้นส่วนยานยนต์เล็กน้อย 

สำหรับอุปสรรคสำคัญสุดขณะนี้เป็นปัญหากำลังคน เนื่องจากพนักงานได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังในพื้นที่พักอาศัยจนไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติงานได้

นายสุวัชร์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการประกาศหยุดการผลิตชั่วคราวของโรงงานโตโยต้าในจังหวัดฉะเชิงเทรา ทั้งโรงงานบ้านโพธิ์และโรงงานเกตเวย์ ยืนยันว่าน้ำไม่ได้ไหลทะลักเข้าท่วมภายในตัวโรงงาน ขณะที่โรงงานอื่นยังเดินสายการผลิตได้ปกติ

อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักเกิดจากพนักงานส่วนใหญ่พักอาศัยอยู่ในละแวกพื้นที่รอบโรงงานที่โดนน้ำท่วมค่อนข้างหนัก ส่งผลให้รถรับส่งไม่สามารถเข้าไปรับพนักงานได้ แม้ทางโรงงานจะเรียกพนักงานเข้ามาทำงานตามปกติ แต่เมื่อพนักงานไม่สามารถเดินทางมาได้ จึงส่งผลกระทบต่อสายการผลิต เนื่องจากงานประกอบยานยนต์มีสัดส่วนและหน้าที่เฉพาะตัวของพนักงานแต่ละตำแหน่ง 

“แม้หัวหน้างานจะลงไปช่วยปฏิบัติงานแทนได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่สามารถทดแทนได้ทั้งหมดหากพนักงานขาดไปเป็นจำนวนมาก” นายสุวัชร์ กล่าว

ปัญหาหลัก“พนักงาน”มาทำงานไม่ได้

สำหรับพื้นที่ที่มีการรวมตัวของโรงงานประกอบยานยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วน (Suppliers) ส่วนใหญ่จะอยู่ในโซนเดียวกัน ทั้งจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ชลบุรี ซึ่งเจอน้ำท่วมหนัก หากผู้ผลิตชิ้นส่วนตั้งอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวอาจได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่ปัญหายังคงอยู่ที่เรื่องพนักงานเป็นหลักมากกว่าเรื่องชิ้นส่วนขาดแคลน

ด้านระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ชิ้นส่วนยานยนต์ นายสุวัชร์ กล่าวยืนยันว่า ไม่ได้มีความน่ากังวล เนื่องจากซัพพลายเออร์ตั้งอยู่ในกลุ่มโซนเดียวกัน และรถที่ใช้ในการขนส่งส่วนใหญ่เป็นรถขนาดใหญ่ เช่น รถยนต์ 6 ล้อ ทำให้ยังคงสัญจรและขนส่งชิ้นส่วนได้ตามปกติ

“สลับวันหยุด-โอที” ดึงยอดผลิตกลับคืนมา

ส่วนแนวทางการรับมือและแก้ปัญหาของค่ายรถยนต์ รวมถึงโตโยต้าและโรงงานอื่นๆ ในกลุ่มยานยนต์ ได้มีการปรับแผนบริหารจัดการด้วยการสลับวันหยุด โดยกำหนดให้วันที่พนักงานเดินทางมาไม่ได้เนื่องจากน้ำท่วมถือเป็นวันหยุดไปก่อน แล้วค่อยกำหนดวันทำงานชดเชยภายหลัง รวมถึงการเพิ่มการทำงานล่วงเวลา (OT) เพื่อดึงปริมาณการผลิต (Volume) ที่หายไปให้กลับคืนมาเท่าเดิม

ทั้งนี้ บริษัทญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีหลักการกำหนดวันทำงานอยู่ที่ประมาณ 250 วันต่อปี ซึ่งตามปกติจะมีวันเสาร์บางสัปดาห์เป็นวันทำงานอยู่แล้ว ทำให้สามารถบริหารจัดการสลับวันหยุดและวันทำงานได้อย่างเป็นระบบ

“ผลกระทบดังกล่าวเป็นเพียงสถานการณ์ระยะสั้น โดยกรณีของโตโยต้าคาดว่าจะหยุดสายการผลิตแค่วันที่ 30 ก.ย.เท่านั้น และจะกลับมาเดินสายการผลิตต่อพร้อมเร่งผลิตชดเชยปริมาณที่หายไป ขณะที่ค่ายรถยนต์อื่นใช้วิธีรับมือในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน” นายสุวัชร์ กล่าว