ททท. คาด Golden Week ดันนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทย 2.5 แสนคน เพิ่ม 24% สร้างรายได้ 1.15 หมื่นล้านบาท ขณะที่ บล.ทิสโก้ชี้เป็นปัจจัยบวกต่อ AOT-ERW-THAI จากผู้โดยสารและเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นช่วงไฮซีซัน
KEY POINTS
- ททท. คาดว่าช่วง Golden Week (25 ก.ย. - 7 ต.ค.) จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยประมาณ 250,000 คน เพิ่มขึ้น 24% จากปีก่อน สร้างรายได้ 11,500 ล้านบาท
- บล.ทิสโก้ ประเมินว่าการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนเป็นปัจจัยบวกสำคัญ และแนะนำ "ซื้อ" หุ้น AOT, ERW และ THAI เพื่อรับอานิสงส์ในช่วงไฮซีซัน
- AOT ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินจากจีน ซึ่งส่งผลดีต่อรายได้ด้านการบินและค่าสัมปทาน
- ERW ในฐานะผู้ประกอบการโรงแรม คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากช่วงวันหยุดยาว โดยคาดว่ารายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) จะเติบโตประมาณ 20%
- การบินไทย (THAI) มีแผนเพิ่มเที่ยวบินในตารางฤดูหนาว โดยเฉพาะเส้นทางสู่จีน เช่น ปักกิ่ง กวางโจว และฮ่องกง เพื่อรองรับอุปสงค์การเดินทางที่ฟื้นตัว
การท่องเที่ยวไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 4/2569 โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่ได้รับแรงหนุนจากช่วง Golden Week ขณะที่จำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารจีนเริ่มกลับมาเติบโต สะท้อนทิศทางอุปสงค์การเดินทางที่ดีขึ้น
นักวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ ประเมินว่า นักท่องเที่ยวจีนยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการฟื้นตัวภาคการท่องเที่ยวไทยในปี 2569 และคาดว่าโมเมนตัมเชิงบวกจะต่อเนื่องในช่วงวันหยุด Golden Week โดยปฏิทินวันหยุดปีนี้เอื้อให้สามารถเชื่อมเทศกาลไหว้พระจันทร์กับ Golden Week เป็นวันหยุดยาว 13 วัน หากลางานเพิ่มเติม 3 วัน
ททท. คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยประมาณ 250,000 คน ระหว่างวันที่ 25 ก.ย.-7 ต.ค. เพิ่มขึ้น 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 11,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% โดยทิสโก้มองว่าการฟื้นตัวดังกล่าวมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะสนับสนุนคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวจีนปี 2570 เติบโต 10% ขณะที่ผู้ประกอบการโรงแรมมีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากช่วงวันหยุดยาว โดยคาดว่า RevPAR จะเติบโตประมาณ 20%
สำหรับแนวโน้มเที่ยวบินจีน ทิสโก้คาดว่าจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินจะยังคงแข็งแกร่งในไตรมาส 4/2569 และต่อเนื่องถึงปี 2570 โดยช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 AOT มีจำนวนผู้โดยสารจีนเติบโต 7.2% สูงกว่าจำนวนผู้โดยสารรวมที่เติบโต 0.9% ขณะที่เที่ยวบินจีนลดลง 1.3% และเที่ยวบินรวมลดลง 0.7% สะท้อนว่า Load Factor ของสายการบินที่ให้บริการเส้นทางจีนปรับตัวเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ แนวโน้มล่าสุดเริ่มปรับตัวดีขึ้น โดยจำนวนเที่ยวบินจีนกลับมาเติบโต 4.8% ในเดือน ก.ค. และ 9.7% ในเดือน ส.ค. จากที่ลดลง 0.5% ในเดือน มิ.ย. ขณะที่จำนวนผู้โดยสารจีนเพิ่มขึ้น 9.1% ในเดือน ก.ค. และ 14.7% ในเดือน ส.ค. สะท้อนว่าอุปสงค์การเดินทางยังขยายตัวเร็วกว่าจำนวนเที่ยวบิน
ด้านการเพิ่ม Capacity ของสายการบิน การบินไทย หรือ THAI มีแผนเพิ่มเที่ยวบินตามตารางฤดูหนาวปี 2569 และ 2570 โดยจะให้บริการมากกว่า 900 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ครอบคลุมกว่า 65 จุดหมายปลายทาง พร้อมเพิ่มเที่ยวบินไปปักกิ่งและกวางโจวเป็นวันละ 2 เที่ยวบิน เพิ่มเที่ยวบินไปฮ่องกงเป็นวันละ 5 เที่ยวบินตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. และกลับมาให้บริการเส้นทางเซียะเหมิน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค. รวมถึงเพิ่มความถี่เที่ยวบินไปยังอินเดีย ญี่ปุ่น และยุโรป
ทั้งนี้ มองว่า AOT ยังคงเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์หลักจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ขณะที่สายการบินอื่น โดยเฉพาะสายการบินจีน มีแนวโน้มทยอยเพิ่ม Capacity ในเส้นทางจีนตามการเพิ่มเที่ยวบินของ THAI ส่วนสายการบินต้นทุนต่ำ เช่น Thai AirAsia อาจเพิ่ม Capacity เช่นกัน หลังราคาน้ำมันเครื่องบินลดลง ช่วยปรับปรุงความคุ้มค่าของเส้นทางบินและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคา
สำหรับ AOT คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากรายได้ด้านการบินและการใช้จ่ายผ่านสัมปทานของนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ AOTGA จะได้รับประโยชน์จากจำนวนเที่ยวบินที่เข้ามาใช้บริการภาคพื้นดินเพิ่มขึ้น โดยทิสโก้ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อ AOT ในไตรมาส 4/2569 และปี 2570 ภายใต้สมมติฐานนักท่องเที่ยวจีนเติบโต 10% ในปีหน้า
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ การเพิ่ม Capacity ที่นั่งที่ช้ากว่าคาด ความกังวลด้านความปลอดภัยที่กลับมา และการแข่งขันในภูมิภาคเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน ทั้งนี้ ทิสโก้ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น AOT, ERW และ THAI โดยให้มูลค่าที่เหมาะสมที่ 75.00 บาท, 4.20 บาท และ 7.80 บาท ตามลำดับ





