วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม 2569

Login
Login

บล.ทิสโก้ ชี้ ‘หุ้นไทย‘ จ่อฟื้นขึ้นต่อ รับนโยบายการเงินผ่อนคลาย

บล.ทิสโก้ ชี้ ‘หุ้นไทย‘ จ่อฟื้นขึ้นต่อ รับนโยบายการเงินผ่อนคลาย

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้หุ้นโลกให้ผลตอบแทนดีมาก โดยในช่วง 10 เดือนแรก MSCI World Index ปรับตัวขึ้นกว่า +19% และตลาดหุ้นหลายประเทศสำคัญทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ทั้งสหรัฐฯ, สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น เป็นต้น

นอกจากนี้ตลาดหุ้นในภูมิภาคนี้ (MSCI Asia ex. JP) ยิ่งให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าหุ้นโลกอีก ปรับตัวขึ้นถึง +31% vs ตลาดหุ้นไทยที่ผลตอบแทนยังติดลบ -6%

"บล. ทิสโก้ยังคงมุมมองแนวโน้มนโยบายการเงินสหรัฐฯ และไทยที่อยู่ในโหมดผ่อนคลาย น่าจะหนุนให้ SET Index ในฐานะตลาดหุ้นที่ยัง Laggard มาก ทยอยฟื้นตัวต่อเนื่องในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า" 

นอกจากหุ้นไทยในปีนี้ Laggard หุ้นต่างประเทศมากแล้ว ระดับการประเมินมูลค่าหุ้นไทยอยู่ในโซนต่ำด้วยเมื่อเทียบกับหุ้นต่างประเทศ โดยคิดเป็น Fwd. PER และ PBV ปีหน้าที่ 12.8x และ 1.1x ตามลำดับ vs ค่าเฉลี่ยตลาดหุ้นเอเชียที่ 13.3x และ 1.7x เท่าตามลำดับ นอกจากนี้ ผลตอบแทนจากเงินปันผลตลาดหุ้นไทยที่ 4.3% ถือว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับหุ้นต่างประเทศที่มีค่าเฉลี่ยเงินปันผลอยู่ที่ 2.6% และอยู่สูงกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่อยู่ที่ประมาณ 4% ในปัจจุบัน ทำให้ช่วงเวลานี้หุ้นไทยน่าจะดึงดูดเม็ดเงินไหลเข้ามากขึ้น เพราะอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็จะเข้าสู่ฤดูกาลประกาศจ่ายเงินปันผลประจำปีแล้ว 

เข้าสู่เดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมของทุกปีเป็นช่วงฤดูกาลที่กองทุนลดหย่อนภาษีไหลเข้ามากสุดเพื่อรับประโยชน์ทางภาษีก่อนสิ้นปี

บล. ทิสโก้ประเมินว่าจะเม็ดเงินไหลเข้ากองทุนลดหย่อนภาษีต่าง ๆ ทั้ง RMF และ TESG รวมราว 1-1.5 หมื่นล้านบาทในปีนี้  หากมองข้ามช็อตไปในต้นปีหน้า บล. ทิสโก้ยังลุ้นผลกระทบ “Pre-election Rally” อิงจากการศึกษาข้อมูลการเลือกตั้งของไทยในอดีตตั้งแต่มีการจัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นต้นมา ตลาดหุ้นไทยในช่วง 3 เดือนก่อนเลือกตั้งมักปรับตัวขึ้น โดยให้ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ยราว +4.4% และมีระดับความเชื่อมั่นเฉลี่ยอยู่ที่เกือบ 70%

นอกจากนี้ ผลกระทบจากการเลือกตั้งยังอาจมีความต่อเนื่องในช่วง 2 สัปดาห์หลังเลือกตั้ง หรือที่มักเรียกว่า “Honeymoon Period” โดยจะให้ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ยอีกราว +2.3% และมีระดับความเชื่อมั่นเฉลี่ยสูงถึง 80% 

สำหรับการลงทุนในเดือนพฤศจิกายน บล. ทิสโก้แนะนำหุ้นที่มี ESG Rating ระดับ A ขึ้นไปและโมเมนตัมกำไรดีในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าจะเป็นเป้าหมายการลงทุนของกองทุนลดหย่อนภาษีในช่วงปลายปี – ADVANC, BBL, CPAXT, KCE, OR, SYNEX รวมทั้งหุ้นที่คาดว่าจะเข้า SET50 Index – SAWAD เพราะฉะนั้น หุ้นเด่นที่บล. ทิสโก้แนะนำในเดือนพฤศจิกายน คือ ADVANC, BBL, CPAXT, KCE, OR, SAWAD และ SYNEX  ด้านแนวรับสำคัญของเดือนนี้อยู่ที่ 1,300 จุด แนวรับถัดไปคือ 1280 จุด และ 1250-1,260 จุด แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1,345 จุด และแนวต้านถัดไปที่ 1,360-1,370 จุด ตามลำดับ 

ด้านทางเลือกการลงทุนหุ้นต่างประเทศโดยผ่าน DR เดือนพฤศจิกายนนี้ แนะนำ GOLD19 และ TRIPCOM80 แม้ราคาทองคำจะขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 4,380 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ก่อนย่อตัวลง แต่ บล. ทิสโก้ยังมองเชิงบวกต่อทองคำจากความผันผวนของสินทรัพย์ทั่วโลกยังไม่จบ โดยในปีหน้าบล. ทิสโก้คาดว่าทองคำมีโอกาสแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ขณะเดียวกันเดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงประกาศงบของหุ้นจีน โดย TRIPCOM80 (9961 HK) คาดจะรายงานกำไรเติบโต 14% YoY จากการจองที่พักที่เพิ่มขึ้น และมีโอกาสที่รัฐบาลจีนจะกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศเพิ่มเติมเพื่อลดผลกระทบจากสงครามการค้า