วันอังคาร ที่ 22 กันยายน 2569

Login
Login

หุ้นโรงไฟฟ้ากอดคอเด้ง! BGRIM พุ่งนำ 4.19% รับ Bond Yield-น้ำมันลง Data Center หนุน

หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าดีดขึ้น นำโดย BGRIM พุ่งนำ 4.19% นักวิเคราะห์เผย หลัง Bond Yield และราคาน้ำมันดิบปรับตัวลง ขณะที่การขยายตัวของ Data Center ในไทย เปิดโอกาสเติบโตใหม่ให้ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้ารายใหญ่

KEY POINTS

  • หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันที่ 22 ก.ย. นำโดย BGRIM ที่ราคาพุ่งขึ้น 4.19% ตามด้วย GPSC, BCPG, EA และ GULF ที่ปรับตัวขึ้นเช่นกัน
  • ปัจจัยหนุนมาจากการปรับตัวลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) และราคาน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นบวกต่อต้นทุนของกลุ่มโรงไฟฟ้า
  • การขยายตัวของธุรกิจ Data Center ในประเทศไทยถูกมองว่าเป็นโอกาสการเติบโตใหม่ที่สำคัญ ซึ่งผู้ประกอบการโรงไฟฟ้ารายใหญ่กำลังขยายธุรกิจเข้าไปลงทุน

ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยภาคเช้า ณ วันที่ 22 ก.ย.2569 หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าปรับตัวเพิ่มขึ้น นำโดย 

หุ้น BGRIM บวก 4.19% เพิ่มขึ้น 0.80 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 19.90 บาท 
หุ้น GPSC บวก 2.59% เพิ่มขึ้น 1.25 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 49.50 บาท 
หุ้น BCPG บวก 1.48% เพิ่มขึ้น 0.10 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 6.85 บาท 
หุ้น EA บวก 0.69% เพิ่มขึ้น 0.02 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 2.90 บาท 
หุ้น GULF บวก 0.40% เพิ่มขึ้น 0.25 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 65.50 บาท 

หุ้นโรงไฟฟ้ากอดคอเด้ง! BGRIM พุ่งนำ 4.19% รับ Bond Yield-น้ำมันลง Data Center หนุน

กรรณ์ หทัยศรัทธา, IAA, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย (ลูกค้ารายย่อย) บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ราคาหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าและหุ้นเทคโนโลยีปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลง รวมถึงราคาน้ำมันดิบและ Bond Yield ที่ปรับตัวลดลง สอดคล้องกับดัชนี Nasdaq ที่ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ (All-Time High) สะท้อนบรรยากาศการลงทุนที่เป็นบวกต่อหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นเติบโต

สำหรับแนวโน้มต้นทุนก๊าซธรรมชาติ มองว่าราคาก๊าซมีช่วงเวลาที่เหลื่อม จากการเปลี่ยนแปลงของราคาพลังงานในตลาดโลก ดังนั้น ทิศทางราคาพลังงานจึงยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามสำหรับการลงทุนในกลุ่มโรงไฟฟ้า

สำหรับหุ้นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ได้แก่ GULF, GPSC และ BGRIM มองว่าได้รับประโยชน์จากปัจจัยภายในประเทศ ขณะเดียวกัน การขยายตัวของธุรกิจ Data Center ในไทยถือเป็นโอกาสการเติบโตใหม่ โดยผู้ประกอบการโรงไฟฟ้ารายใหญ่ต่างเดินหน้าขยายธุรกิจในทิศทางดังกล่าว ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะข้างหน้า

ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนเน้นการเก็งกำไรระยะสั้น (Trading) ในหุ้นที่เริ่มเห็นสัญญาณรีบาวด์ โดยหากต้องการเข้าซื้อสะสมเพิ่มเติม แนะนำให้รอจังหวะราคาหุ้นย่อตัวลงมาอีกครั้ง หรือหากราคาน้ำมันดิบกลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง ซึ่งอาจกดดันราคาหุ้นโรงไฟฟ้าในระยะสั้นและเปิดโอกาสให้ทยอยสะสมในจังหวะที่เหมาะสม

ทั้งนี้ มองว่าราคาหุ้นโรงไฟฟ้าหลายตัวปรับตัวลงมาค่อนข้างมากแล้ว โดย GULF เป็นหุ้นที่ชื่นชอบมากที่สุด จากระดับราคาที่เคยซื้อขายบริเวณ 60 บาทปลายๆ ก่อนปรับตัวลงมาอยู่บริเวณ 60 บาทต้นๆ ขณะที่ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” GULF โดยมีปัจจัยพื้นฐานและโอกาสการเติบโตจากการขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Data Center ส่วน GPSC และ BGRIM แนะนำ “ถือ” เพื่อรอความชัดเจนของปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะถัดไป