ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 15 มิ.ย.2569 หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า ปรับตัวเพิ่มขึ้นยกแผง นำโดย
- หุ้น BGRIM บวก 8.05% เพิ่มขึ้น 1.20 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 16.10 บาท
- หุ้น GPSC บวก 3.05% เพิ่มขึ้น 1.25 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 42.25 บาท
- หุ้น GULF บวก 1.95% เพิ่มขึ้น 1.25 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 65.25 บาท
- หุ้น CKP บวก 1.74% เพิ่มขึ้น 0.04 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 2.34 บาท
- หุ้น RATCH บวก 1.67% เพิ่มขึ้น 0.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 30.50 บาท
- หุ้น GUNKUL บวก 1.48% เพิ่มขึ้น 0.06 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 4.12 บาท
- หุ้น EGCO บวก 1.29% เพิ่มขึ้น 1.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 117.50 บาท
- หุ้น EA บวก 1.27% เพิ่มขึ้น 0.04 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 3.20 บาท
- หุ้น TPIPP บวก 0.57% เพิ่มขึ้น 0.01 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 1.76 บาท
ธีร์ธนัตถ์ จิราศิริวัชร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าได้รับแรงซื้อกลับจากการฟื้นตัวของ Sentiment การลงทุนเชิงบวกจากทิศทางเศรษฐกิจโลกและความคลี่คลายของปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงยังได้รับแรงหนุนจากแนวโน้ม Bond Yield ที่ปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจที่มีภาระหนี้สูง เนื่องจากช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนทางการเงินและเพิ่มความน่าสนใจในการลงทุนเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ทางเลือกอื่น
นอกจากนี้อีกปัจจัยที่นักลงทุนจับตาคือแผน PDP ฉบับใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเปิดเผยรายละเอียดในเดือน ก.ค.2569 โดยมีแนวโน้มให้น้ำหนักการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น สอดคล้องกับทิศทางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของประเทศ
ขณะเดียวกัน การเดินหน้าจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของภาครัฐ ยังถูกมองว่าเป็นปัจจัยสนับสนุนระยะยาวต่อกลุ่มพลังงานสะอาด เนื่องจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงมีความต้องการใช้พลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับหุ้น BGRIM ที่ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น เนื่องจากเป็นบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาก๊าซ LNG มากที่สุดรายหนึ่งในกลุ่มก่อนหน้านี้ จากการมีสัดส่วนรายได้จากลูกค้าอุตสาหกรรมค่อนข้างสูง ซึ่งต้นทุนค่าไฟฟ้าผันแปรตามต้นทุนเชื้อเพลิงนำเข้า และเมื่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีทิศทางดีขึ้น ส่งผลให้ความกังวลต่อราคาพลังงานลดลง จึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคาหุ้น BGRIM ฟื้นตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม มองว่า ราคาหุ้น BGRIM ในปัจจุบันเริ่มสะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้ว หลังปรับตัวขึ้นกลับไปอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 อาจยังไม่ได้โดดเด่นมากนัก เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติยังทรงตัวในระดับสูง จึงแนะนำให้นักลงทุนใช้จังหวะดังกล่าวในการทยอยทำกำไร
ในทางกลับกัน หุ้น GPSC เป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่าในระยะสั้น เนื่องจากได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานน้อยกว่า BGRIM และราคาหุ้นปัจจุบันยังต่ำกว่าระดับก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง ทำให้ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีก หากปัจจัยแวดล้อมยังเป็นบวกต่อเนื่อง
"ภาพรวมกลุ่มโรงไฟฟ้ายังมีแนวโน้มได้รับ Sentiment เชิงบวกจากทิศทางเศรษฐกิจโลกและความคลี่คลายของปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ แต่แนะนำให้นักลงทุนเลือกลงทุนในหุ้นที่ยังปรับตัวขึ้นช้ากว่ากลุ่ม หรือหุ้นที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของพลังงานหมุนเวียนในระยะยาว โดยเฉพาะ GPSC และผู้ประกอบการพลังงานสะอาดรายอื่นที่มีโครงการรองรับแผน PDP ฉบับใหม่ในอนาคต"

