ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 6 ก.ค.2569 หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า พุ่งติดต่อ 3 วันรวด นำโดย
- หุ้น BGRIM บวก 5.20% เพิ่มขึ้น 0.90 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 18.20 บาท
- หุ้น GPSC บวก 3.21% เพิ่มขึ้น 1.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 48.25 บาท
- หุ้น EGCO บวก 2.03% เพิ่มขึ้น 2.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 125.50 บาท
- หุ้น GUNKUL บวก 1.85% เพิ่มขึ้น 0.08 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 4.40 บาท
- หุ้น GULF บวก 1.57% เพิ่มขึ้น 1.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 64.50 บาท
- หุ้น WHAUP บวก 1.43% เพิ่มขึ้น 0.10 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 7.10 บาท
- หุ้น BCPG บวก 1.40% เพิ่มขึ้น 0.10 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 7.25 บาท
- หุ้น EA บวก 1.34% เพิ่มขึ้น 1.34% ระดับราคาอยู่ที่ 3.02 บาท
ปัญจพล แท่นศรีเจริญ ผู้ช่วยผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง ให้สัมภาษณ์ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ราคาหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าเริ่มปรับตัวขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา จากความคาดหวังต่อความชัดเจนของแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ ประกอบกับความต้องการใช้โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของ Data Center
โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาจากข้อจำกัดของระบบโครงข่ายสายส่งไฟฟ้า และสถานีไฟฟ้าที่ยังไม่เพียงพอรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีแนวโน้มเร่งเปิดประมูลงานก่อสร้างและขยายระบบสายส่งในระยะต่อไป
ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญด้านงานวิศวกรรมและก่อสร้างระบบสายส่ง โดยเฉพาะ GUNKUL ซึ่งมองว่าจะเป็นหนึ่งในผู้ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการเปิดประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้ารอบใหม่
ขณะเดียวกัน แผน PDP ฉบับใหม่ยังมีแนวโน้มให้น้ำหนักกับการลงทุนพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น ทำให้หุ้นในกลุ่มพลังงานสะอาดอย่าง GULF GUNKUL และ WHAUP มีความน่าสนใจจากโอกาสเข้าร่วมโครงการใหม่ในอนาคต
นอกจากนี้ ธุรกิจ Smart Grid ประเมินว่าจะเป็นอีกหนึ่งในเมกะเทรนด์ของอุตสาหกรรมไฟฟ้า โดยระบบโครงข่ายอัจฉริยะจะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการการส่งและการใช้ไฟฟ้า รองรับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งมองว่า BGRIM จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์เด่นจากการพัฒนา Smart Grid
อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นหุ้นโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ยังได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากทิศทางราคาน้ำมันโลกที่เริ่มปรับตัวลดลง ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนก๊าซธรรมชาติทยอยลดลงตาม ช่วยหนุนอัตรากำไรของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ BGRIM และ GPSC
สำหรับ กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนเลือกลงทุนในหุ้นผู้นำของแต่ละกลุ่ม เพื่อรับประโยชน์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและการประกาศใช้แผน PDP ในระยะถัดไป ได้แก่ GULF ในกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ (IPP)ได้แก่ BGRIM ขณะที่ในกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) จากจุดเด่นด้าน Smart Grid และการฟื้นตัวของต้นทุนเชื้อเพลิง ได้แก่ GUNKUL ในฐานะผู้นำด้านงานสายส่งและโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า
ทั้งนี้ มองว่า ช่วงเวลาปัจจุบันเป็นจังหวะของการ "เล่นดักหน้า" ก่อนความชัดเจนของแผน PDP และการทยอยเปิดประมูลงานสายส่ง ซึ่งมีโอกาสเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าในรอบใหม่



