วันพุธ ที่ 16 กันยายน 2569

Login
Login

หุ้นไทยเช้านี้ร่วง 4.24 จุด นักลงทุนรอจับตาผลประชุมเฟดคืนนี้

ตลาดหุ้นไทยภาคเช้าร่วง 4.24 จุด หรือ 0.27% อยู่ที่ 1,574.42 จุด โบรกเผย วอลุ่มเบาบาง นักลงทุนชะลอซื้อ รอผลประชุมเฟดคืนนี้ ท่ามกลางคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ย

KEY POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยภาคเช้าปรับตัวลดลง 4.24 จุด หรือ 0.27% มาอยู่ที่ 1,574.42 จุด ท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง
  • นักลงทุนส่วนใหญ่ชะลอการลงทุนเพื่อรอติดตามผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในคืนนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดซบเซา
  • ตลาดคาดการณ์ว่ามีโอกาสสูงถึง 92% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อตลาดการเงินและทำให้เงินทุนต่างชาติไหลออก

ความเคลื่อนไหว "หุ้นไทย" ภาคเช้า ณ วันที่ 16 ก.ย. 2569 ปรับลง 4.24 จุด หรือ 0.27% อยู่ที่ 1,574.42 จุด มูลค่าการซื้อขาย 11,589.26 ล้านบาท
 

หุ้นไทยเช้านี้ร่วง 4.24 จุด นักลงทุนรอจับตาผลประชุมเฟดคืนนี้

ภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายสายงานวิจัย บล.เอเชีย พลัส ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ภาพรวมการซื้อขายตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าวันนี้ยังค่อนข้างซบเซา โดยมีปริมาณการซื้อขายเบาบาง เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ชะลอการลงทุนเพื่อรอติดตามผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในคืนนี้
 

โดยตลาดยังให้น้ำหนักกับทิศทางนโยบายการเงินของเฟด ซึ่งเริ่มส่งสัญญาณมีท่าทีเข้มงวดมากขึ้น โดยนักเศรษฐศาสตร์และเครื่องมือ FedWatch ประเมินโอกาสสูงถึง 92% ที่ เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้ ขณะที่การขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.2569 ยังอยู่ในลักษณะสูสีประมาณ 50 ต่อ 50

ขณะเดียวกัน หาก Fed เดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยตามที่สะท้อนใน Dot Plot และอัตราผลตอบแทน Bond Yield ยังอยู่ในระดับสูง จะเป็นปัจจัยกดดันตลาดการเงิน โดยเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่า และอาจทำให้กระแสเงินทุนต่างชาติชะลอการไหลเข้าหรือมีโอกาสไหลออกเพิ่มเติม ซึ่งจะเพิ่มความผันผวนให้ตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไป

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายในประเทศเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลายมากขึ้น โดยเฉพาะสถานการณ์ทางการเมืองที่มีแนวโน้มเดินหน้าได้ ส่งผลให้การขับเคลื่อนงบประมาณปี 2570 มีโอกาสดำเนินไปตามปกติในเดือนหน้า ขณะเดียวกันภาครัฐเตรียมเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลัง GDP ในช่วงก่อนหน้าชะลอตัวลง โดยเน้นไปที่การบริโภคภายในประเทศ รวมถึงการลงทุนและการใช้จ่ายภาครัฐ

ทั้งนี้ กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนี ประเมินแนวรับที่ 1,570 จุด และแนวต้านที่ 1,590 จุด โดยภาพรวมตลาดยังมีทิศทางแนวโน้มซึมต่อเนื่อง ขณะที่หุ้น DELTA มีปัจจัยเฉพาะตัวเข้ามาอาจทำให้ดัชนีเกิดความผันผวนหรือแกว่งตัวระหว่างวันได้

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในระยะนี้ แนะนำให้นักลงทุนเน้นหุ้นที่มีปัจจัยขับเคลื่อนจากเศรษฐกิจภายในประเทศ เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของปัจจัยต่างประเทศ โดยกลุ่มบริโภคภายในประเทศ ได้แก่ CPAXT, CRC และ BJC

ส่วนกลุ่มท่องเที่ยว ได้แก่ ERW และ CENTEL ขณะที่กลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนภาครัฐและงานรับเหมาก่อสร้าง ได้แก่ SCC CK และ STECON นอกจากนี้ ยังมีหุ้นกลุ่มธนาคารที่มีจุดเด่นด้านเงินปันผล ได้แก่ KTB และ BBL