วันพุธ ที่ 16 กันยายน 2569

Login
Login

หุ้นโรงกลั่นกอดคอร่วง SPRC-TOP ดิ่งนำ 3.60% หลังรัฐหั่นราคา หวั่นกดกำไร

หุ้นกลุ่มโรงกลั่นร่วงแรง หลังรัฐเพิ่มการหั่นราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นเป็น 4 บาทต่อลิตร กดดันกำไรปี 2569 โดยนักวิเคราะห์ประเมิน Downside กลุ่มราว 4-10% หรือประมาณ 8,000 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนจับตาความเสี่ยงรัฐยืดมาตรการ หากราคาน้ำมันโลกยังอยู่ในระดับสูง

KEY POINTS

  • หุ้นกลุ่มโรงกลั่นปรับตัวลดลง นำโดย SPRC ร่วง 3.60% และ TOP ร่วง 3.41% หลังตลาดรับรู้ข่าวมาตรการภาครัฐ
  • สาเหตุหลักมาจากการที่รัฐบาลประกาศเพิ่มการปรับลดราคาดีเซล ณ หน้าโรงกลั่นเป็น 4 บาทต่อลิตร (จากเดิม 2.40 บาท) มีผลบังคับใช้ 16 ก.ย. - 31 ต.ค. 2569
  • นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ามาตรการนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาขายและกดดันผลประกอบการ โดยอาจทำให้กำไรสุทธิปี 2569 ของกลุ่มโรงกลั่น 5 แห่ง มี Downside ราว 4-10% หรือคิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 8,000 ล้านบาท
  • บริษัทที่มีสัดส่วนการผลิตดีเซลสูงจะได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยคาดว่า IRPC จะมี Downside ต่อกำไรสูงสุดราว 10% ขณะที่ TOP ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดที่ประมาณ 4%
  • นักลงทุนกังวลต่อความเสี่ยงที่มาตรการอาจถูกขยายเวลาออกไปหากราคาน้ำมันโลกยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อกำไรของกลุ่มโรงกลั่นเพิ่มเติม

ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยภาคเช้า ณ วันที่ 16 ก.ย.2569 หุ้นกลุ่มโรงกลั่นกอดคอร่วง นำโดย 

หุ้น TOP ร่วง 3.41% ลดลง 2.25 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 63.75 บาท 
หุ้น SPRC ร่วง 3.60% ลดลง 0.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 13.40 บาท 
หุ้น IRPC ร่วง 3.38% ลดลง 0.10 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 2.86 บาท 
หุ้น PTTGC ร่วง 2.49% ลดลง 1.25 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 49.00 บาท 

หุ้นโรงกลั่นกอดคอร่วง SPRC-TOP ดิ่งนำ 3.60%  หลังรัฐหั่นราคา หวั่นกดกำไร

วิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการอาวุโส บล.กสิกรไทย ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ราคาหุ้นในกลุ่มโรงกลั่นปรับตัวลดลง หลังตลาดรับรู้ประกาศปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นของภาครัฐ โดยมาตรการดังกล่าวเพิ่มระดับการปรับลดราคาดีเซล ณ โรงกลั่นจากเดิม 2.40 บาทต่อลิตร เป็น 4 บาทต่อลิตร และกำหนดระยะเวลาบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. ถึง 31 ต.ค.2569 ซึ่งครอบคลุมช่วงไตรมาส 4/2569 ส่งผลโดยตรงต่อราคาขายและสร้างแรงกดดันต่อผลประกอบการของกลุ่มโรงกลั่น
 

สำหรับผลกระทบต่อประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ประเมินว่ากลุ่มโรงกลั่นอาจมี Downside ราว 4-10% โดยโรงกลั่นหลัก 5 แห่ง ได้แก่ BCP, SPRC, TOP, IRPC และ PTTGC มี Downside ต่อประมาณการกำไรรวมกันประมาณ 8,000 ล้านบาท ขณะที่ PTT ซึ่งได้รับผลกระทบทางอ้อม อาจมี Downside เพิ่มอีกประมาณ 2,000 ล้านบาท ส่งผลให้ผลกระทบต่อประมาณการกำไรของกลุ่มพลังงานโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณารายบริษัท โรงกลั่นที่มีสัดส่วนการผลิตน้ำมันดีเซลสูงจะได้รับผลกระทบมากกว่า โดย IRPC มี Downside ต่อประมาณการกำไรปี 2569 สูงสุดราว 10% ขณะที่ TOP หรือไทยออยล์ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดประมาณ 4% เนื่องจากโครงสร้างผลิตภัณฑ์มีความแตกต่างกัน

วิจิตรกล่าวว่า สาเหตุของมาตรการดังกล่าวมาจากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีภาระติดลบเพิ่มขึ้นจนมีข้อจำกัดในการชดเชยราคาน้ำมัน ทำให้ภาครัฐเข้ามาปรับกลไกเพื่อดึงกำไรจากฝั่งโรงกลั่นมาช่วยลดภาระดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องติดตามต่อความเสี่ยงด้านนโยบาย หากราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง อาจมีความเป็นไปได้ที่มาตรการจะถูกขยายระยะเวลาออกไป ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันต่อประมาณการกำไรของกลุ่มโรงกลั่นเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ปัจจัยบวกที่อาจเข้ามาช่วยชดเชยผลกระทบได้บางส่วนคือกำไรจากสต็อกน้ำมัน หากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ผลกระทบสุทธิยังขึ้นอยู่กับทิศทางราคาน้ำมันและระยะเวลาการบังคับใช้มาตรการของภาครัฐ

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้ติดตามสถานการณ์และรอความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายของภาครัฐ เนื่องจากการปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นครั้งนี้สร้างแรงกดดันต่อตลาด และยังมีความไม่แน่นอนว่ามาตรการจะสิ้นสุดตามกำหนดหรือมีการขยายเวลาออกไป

สำหรับ TOP หากพิจารณาจากผลกระทบต่อประมาณการกำไรที่ประเมินไว้ราว 4% ถือว่าได้รับผลกระทบจากมาตรการน้อยกว่าโรงกลั่นบางราย โดยหากราคาหุ้นปรับตัวลง นักลงทุนอาจติดตามระดับราคาในโซนประมาณ 55-60 บาท หรือช่วงกลาง 50 บาท เพื่อประกอบการพิจารณาลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

ราชกิจจาฯ ประกาศลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น 4 บาทต่อลิตร มีผล 16 ก.ย. - 31 ต.ค. 69

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เรื่องการปรับลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว โดยมีมติให้ปรับลดราคาดีเซล ณ โรงกลั่นลง 4 บาทต่อลิตร เพื่อช่วยแก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีความผันผวนสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ประกาศดังกล่าวระบุว่า กบง.มีมติในการประชุมครั้งที่ 12/2569 เมื่อวันที่ 14 ก.ย.2569 เห็นชอบให้ปรับลดราคา ณ โรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วลง 4 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.2569 ถึงวันที่ 31 ต.ค.2569

การปรับลดราคาครั้งนี้ครอบคลุมน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว 3 ประเภท ได้แก่ ดีเซลหมุนเร็ว บี 0 ลดลง 4 บาทต่อลิตร ดีเซลหมุนเร็วธรรมดา บี 7 ลดลง 4 บาทต่อลิตร และดีเซลหมุนเร็ว บี 20 ลดลง 4 บาทต่อลิตร

กบง.ระบุว่า การปรับมาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลายในระยะสั้น ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลก และทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศยังมีความผันผวนในระดับสูง

ทั้งนี้ ประกาศฉบับดังกล่าวให้ยกเลิกประกาศ กบง. เรื่องการปรับลดราคา ณ โรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ลงวันที่ 9 ก.ย.2569 และให้ใช้มาตรการปรับลดราคาใหม่ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.2569 เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 ต.ค.2569

ประกาศ ณ วันที่ 15 ก.ย.2569 ลงนามโดย วัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน